วันนี้มีคำพูดของเพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่งในสาขาวิชาที่พูดกับผม แล้วทำให้ผมคิดถึงปีสองปีแรกที่สาขาวิชานี้ตั้งขึ้นครับ และผมก็เป็นทีมงานรุ่นแรกของสาขาวิชานี้ แฮะแฮะ ร่วมตั้งแต่ปรับหลักสูตรครั้งสุดท้าย และเตรียมงานขอเปิดหลักสูตร (แต่ไม่ใช่คนแรกของสาขาวิชานะครับ เพราะมีอีกทีมหนึ่งที่ร่างหลักสูตรก่อนหน้าผมเข้ามา)
หลังจากที่สอนไปได้สักระยะหนึ่ง มีคำพูดหนึ่งที่ ผศ.สุพร แหละหลีหมีน ที่บางทีผมและเพื่อนอาจารย์จะเรียกท่านว่า ป๋า (เหมือนอย่างลูกชายของท่านเรียก แต่ท่านจะเรียกผมและเพื่อนอาจารย์คนอื่นว่า น้องครับ) ซึ่งเกษียรอายุราชการมาแล้ว และเสียสละมาร่วมคิดร่วมทำงานกับวัยรุ่นๆ อย่างพวกผม (ตอนนั้น) ท่านบอกว่า เพิ่งมีความสุขในการทำงาน ก็ตอนมาทำงานที่นี่แหละ ทำงานมายี่สิบสามสิบปี ไม่เจอความสุขเท่าที่ได้มาทำงานที่นี่
ด้วยความก้าวหน้าของสาขาวิชาครับ ปัจจุบันอาจารย์ในสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ โจทย์ผมอย่างหนึ่งคือ ทำอย่างไรให้การทำงานระหว่างคนหลายรุ่นเป็นแบบที่เหมือนตอนเริ่มต้นสาขาวิชา ที่คุยกันทุกเรื่อง ทำงานอย่างให้หัวใจ เปิดใจ เปิดปาก (ฮิฮิ อันนี้สำคัญ) และที่สำคัญมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
หลายปีก่อนผมเคยบอกแก่ป๋าว่า ผมก็ดีใจมากที่ได้ทำงานร่วมกับอาจารย์ และผมบอกอาจารย์ว่า ผมก็ยึดเอาอาจารย์เป็นแบบอย่างเหมือนกัน จำได้ว่า อาจารย์ยิ้ม หัวเราะ แล้วชวนคุยเรื่องอื่น ฮิฮิ
วันนี้เพื่อนอาจารย์คุยกับผมว่า ตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกมาทำงานที่นี่ สาขาวิชานี้ (แน่นอนครับ สำหรับท่านแล้วไม่ใช่มีที่นี่ที่เดียวที่เป็นทางเลือก) และดีใจที่ได้เรียนรู้อะไรดีๆ จากผม ผมเลยตอบว่า ผมว่า เราต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันมากกว่าครับ ผมเองยังเคยบอกอาจารย์ท่านนี้หลายครั้งว่า ผมเรียนรู้จากอาจารย์เยอะมาก
เพื่อนอาจารย์ท่านนี้ก่อนที่ท่านจะจบ มีข้อเสนอเชิญชวนให้ไปทำงานหลายที่ครับ แต่สุดท้ายท่านเลือกที่นี่ ท่านก็เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง ซึ่งบังเอิญเหมือนกันครับว่า ตอนผมใกล้จบก็เป็นแบบเดียวกัน แล้วก็ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมเลือกทำงานที่นี่ ฮาฮาฮา เอาเป็นว่า รักแล้วรักเลย แล้วกันครับ
มาชม
ทำให้ผมคิดถึงหนังเรื่องหนึ่งชื่อทำนองว่า...รักแล้วรอหน่อย...อิ อิ อิ