นี่คือจินตนาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้นของผม    แต่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมไทย   จึงเอามา “คิดดังๆ” สู่กัน   โดยไม่รับรองว่าจะเป็นความคิดที่ถูกต้องในบริบทไทย   และเป้าหมายที่เอามาลงบันทึกไว้ ก็เพื่อกระตุ้น “การเรียนรู้ของสังคม” (social learning) ในเรื่องระบบอุดมศึกษา

 

ตอนที่ ๑ 
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖
ตอนที่ ๗
ตอนที่ ๘                                                                                                                                                             ตอนที่ ๙                                                                                                                                                              ตอนที่ ๑๐

 

 

          ในตอนที่ ๑๑ นี้ เป็นเรื่องระบบวัฒนธรรมอุดมศึกษา ตอนที่ ๒  เพื่อลงรายละเอียดเรื่องวัฒนธรรมเปิดหลักสูตรแบบไม่รับผิดชอบ   เป็นบันทึกที่ล่อแหลมว่าจะมีหลายสถาบันไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดของผม   ซึ่งผมก็ยินดีรับฟังข้อท้วงติงหรือความเห็นที่แตกต่าง    เพราะผมไม่คิดว่าผมจะคิดถูกเสมอไป  

 

          หลักการคือ สถาบันอุดมศึกษาต้องเปิดหลักสูตรอย่างมีความรับผิดชอบ   ว่าตนมีความพร้อมในการดูแลจัดการเรียนรู้ให้แก่นักศึกษา    มีประสบการณ์ด้านวิชาการสาขานั้นอย่างเพียงพอ   ไม่ใช่แค่ทำให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกระดาษข้อบังคับตอนขออนุมัติเปิดหลักสูตร    แล้วหลังจากนั้นจะทำอย่างไรก็ได้   ซึ่งผมเรียกวัฒนธรรมนี้ว่า “วัฒนธรรมศรีธนญชัย”     

 

          ผมคิดว่าวิธีจัดการต่อสถาบันที่หลบเลี่ยงกติกา    และเปิดหลักสูตรแบบไม่รับผิดชอบ   ควรใช้วิธีการคุ้มครองผู้บริโภค   ให้มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคเปิดเผยความจริงแก่สาธารณชน   และฟ้องร้องเอาผิดหากเป็นการทำที่ผิดกฎหมายด้วย  

 

          ทำดีควรได้รับการยกย่อง  ทำผิดพลาด ให้โอกาสแก้ไขเรียนรู้  ทำผิดโดยจงใจเพื่อผลประโยชน์อันมิชอบและก่อผลเสียหายต่อผู้อื่นหรือต่อสังคมวงกว้าง ควรได้รับโทษหรือผลของการทำผิดนั้น    

 

          ในกรณีเช่นนี้ เท่ากับกลไกกำกับดูแลในวัฒนธรรมตรงไปตรงมา    ไม่ใช้วัฒนธรรมปกป้องพวกเดียวกัน 

 

วิจารณ์ พานิช

๘ ก.พ. ๕๒