ขยายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (เลขาธิการ สปส.) เปิดเผยว่าได้ขยายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยการบำบัดทดแทนไต ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดังนี้ 1.ค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จากเดิม ครั้งละไม่เกิน 1,500 บาท สัปดาห์ละไม่เกิน 3,000 บาท เพิ่มเป็นสัปดาห์ละไม่เกิน 4,500 บาท และเพิ่มค่าเตรียมเส้นเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมพร้อมอุปกรณ์ ไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายต่อ 2 ปี   2.ค่าตรวจรักษาและค่าน้ำยาล้างช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ จากเดิม เดือนละไม่เกิน 15,000 บาท เพิ่มเป็น 20,000 บาท และเพิ่มค่าวางท่อรับส่งน้ำยาเข้าออกช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ ไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายต่อ 2 ปี

นายปั้นกล่าวว่า สำหรับผู้ประกันตนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายก่อนเข้าเป็นผู้ประกันตนที่เคยยื่นขอใช้สิทธิ แต่ไม่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์กรณีการบำบัดทดแทนไตนั้น สปส.ได้ขยายสิทธิให้ได้รับค่าตรวจรักษาและค่าน้ำยาล้างช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ ค่าวางท่อรับส่งน้ำยาเข้าออกช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ และค่ายาฉีดเพิ่มเม็ดเลือดแดง รวมทั้งกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาแบบถาวรแล้วล้มเหลวก็มีสิทธิเบิกค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่ สปส.จ่าย แต่หากผู้ประกันตนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายก่อนการเป็นผู้ประกันตนประสงค์จะใช้วิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตั้งแต่เริ่มแรก ก็จะมีสิทธิเบิกค่าฟอกเลือดไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 3,000 บาทต่อสัปดาห์  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุด "ตั้งแต่ปี 2542-2551 ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย แบ่งเป็น ผู้ป่วยฟอกเลือด 6,238 คน ผู้ป่วยล้างช่องท้องด้วยน้ำยา 43 คน ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต 1,774 คน และผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา 3,768 คน คาดว่าหลัง สปส.ขยายสิทธิเพิ่มขึ้นจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,653 ล้านบาท" นายปั้นกล่าว

มติชน 25 กุมภาพนธ์ 2552