ผมขอยืนยันว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องของทุกคน ที่รู้และเข้าใจ เพราะท่านศาสดากล่าวไว้ว่า “แม้แต่รู้แค่เพียงอักษรเดียว ก็จงเผยแพร่ออกไป.....”

            วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ผมต้องรับหน้าที่พิธีกร ในงานเปิดมัสยิดที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ในงานนี้จะคณะทัวร์จากกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆมาร่วมงานกันหลายคณะ ท่านที่อยู่ภาคอีสาน ถ้าต้องการมาพบกันหรือมาสัมผัสบรรยากาศงานของมุสลิม ก็ขอเชิญ แต่ถ้าท่านเป็นสมาชิก G2K อย่าลืมทักทายกันด้วยนะครับ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารโดยเฉพาะอาหารสไตล์มุสลิม หรือจะหาซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิมก็มีนะครับ

            ผมต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเล็กน้อยนะครับ หลายปีมาแล้วผมทำรายการวิทยุ เป็นรายการเกี่ยวกับศาสนา ส่วนใหญ่ผมจะทำแนวสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน วันหนึ่งมีโทรศัพท์เข้ามาที่ผม ปรากฏว่าเสียงต้นทางกลายเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งผมจำชื่อท่านไม่ได้แล้ว ท่านก็โทรมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผมเสมอๆ วันนี้ท่านมาแปลก บอกว่า โยมเบดูอิน(ความจริงท่านไม่ได้เรียกชื่อนี้)อาตมาอยากจะศึกษาพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอานมาก จะเอาฉบับที่เป็นภาษาไทย ผมถามท่านว่า ท่านเข้ามากรุงเทพฯบ่อยไหม ? ท่านบอกว่าบ่อยๆ ลืมบอกไปว่าท่านอยู่จังหวัดชลบุรี ผมจึงบอกร้านที่ขายหนังสือว่าอยู่ตรงไหน จนละเอียด ....

            หลายวันผ่านไป พระคุณเจ้าท่านเดิมโทรมาหาอีกน้ำเสียงท่านออกจะเซ็งๆ ท่านเล่าให้ผมฟังว่า โยมรู้ไหมเจ้าของร้านบอกว่า ไม่ขายให้พระ อัล-กุรอ่านขายให้พระไม่ได้บาป ที่นี้ผมเซ็งยิ่งกว่าพระคุณเจ้าเสียงอีก ขออภัยนะครับที่ต้องนำสิ่งที่นึกใจใจมาเขียนตรงนี้ อะไรกันวะ มันมีความรู้ความเข้าใจในศาสนาแบบไหนกันว่ะ

            ผมเลยบอกพระคุณเจ้าว่า ผมก็ไปเปิดดูพระคัมภีร์แล้ว ไม่เห็นบอกว่า คัมภีร์นี้ประทานให้เฉพาะมุสลิมเลย คัมภีร์ได้อธิบายตัวเองว่า ฮูดันลิลนาซ คัมภีร์นี้เป็นทางนำแห่งมนุษยชาติ (ในบทอัล-บะกอเราะฮ์ โองการที่ 185) นั้นก็หมายความว่ามนุษย์ทุกคน มีสิทธิที่จะเข้าถึงคัมภีร์ได้ มิใช่มุสลิมเท่านั้น ผมอธิบายต่อไปว่า ในสมัยท่านศาสดามุฮัมมัด ได้เผยแพร่ศาสนาในยุคเริ่มต้น มีสหายท่านหนึ่ง(ความจริงหลายท่าน)ได้อ่านคัมภีร์ในขณะที่สหายท่านนั้นก็ยังไม่ได้เป็นมุสลิม (คือท่าน อุมัร อิบนิคอตต๊อบ คอลีฟะฮ์ท่านที่สอง)

            ผมเลยบอกว่าแสดงว่ามุสลิมท่านนั้นไม่เข้าใจศาสนาดีพอ มีแต่ความรู้เท่านั้น และก็ถือว่ารู้แค่เปลือก หรือไม่ก็ขายคัมภีร์อย่างเดียวไม่เคยอ่านเลย บางท่านมีคัมภีร์เพื่อตั้งไว้บนหิ้ง หลายบทหลายโองการของคัมภีร์ที่กล่าวกับบุคคลที่ไม่ใช่มุสลิม โดยคัมภีร์จะใช้คำว่า โอ้มวลมนุษยชาติทั้งหลาย ที่สำคัญพระผู้เป็นเจ้าได้อธิบายพระองค์เองว่าเป็นเจ้าแห่งมนุษย์ ผมขอยกบทที่ชื่อ อันนาส เป็นบทที่พูดถึงมนุษย์โดยตรง มีทั้งหมด 6 โองการ 3 โองการ จะบอกว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ

            ถ้าอัล-กุรอาน จะกล่าวถึงมุสลิมเป็นการเฉพาะ ก็จะกล่าวว่า โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย(ยาอัยยุฮันลาซีนะอามะนู) ผมจึงฟันธงว่า คัมภีร์อัล-กุรอาน มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงได้และเข้าใจได้ ทำไมผมถึงกล้าพูดเช่นนี้ ก็เพราะตัวคัมภีร์เองได้บอกไว้ ในบทที่ 2 อัล-บะกอเราะฮ์ โองการที่ 2 ว่า คัมภีร์นี้ไม่มีความสงสัยใดๆในนั้น.... หรือในบทอื่นๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในโองการต้นๆของบท ทุกบท ที่รับรองตัวของคัมภีร์เอง ว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าถึง จะมีบางโองการที่ต้องอาศัย การขยายความ ซึ่งท่านศาสดาก็ได้ขยายความไว้แล้ว

            ผมจำได้ว่าผมเคยตอบท่านเกษตรยะลาไปว่า เรื่องของอิสลามทุกเรื่อง มีคำตอบ ผมไม่ชอบที่เรื่องของศาสนาจะต้องผูกขาดเฉพาะผู้ที่มีความรู้เท่านั้น ผมถามว่าในโลกนี้หรือในประเทศไทยมีผู้รู้มากไหมครับ บอกได้เลยว่า เอาแค่ในประเทศไทยผู้รู้แทบจะเดินชนกันตาย คำตอบมันอยู่ที่ท่านทั้งหลาย บ้างบอกว่า จนป่านนี้เพิ่งจะเข้าใจอิสลามทำให้ผมตั้งคำถามว่า ผู้รู้ทั้งหลายท่านทำอะไรกันอยู่ หรือท่านนั่งกอดศาสนา กลัวใครจะมาเอาใช่ไหม?หรือไม่ก็สงวนสิทธิว่า เรื่องศาสนาต้องผู้รู้มากเท่านั้น

            ผมขอยืนยันว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องของทุกคน ที่รู้และเข้าใจ เพราะท่านศาสดากล่าวไว้ว่า แม้แต่รู้แค่เพียงอักษรเดียว ก็จงเผยแพร่ออกไป.....แต่มาวันนี้ ผมว่ารู้อย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเข้าใจด้วย

            ก่อนจบขอเอาเรื่องเบาๆมาเล่านิดนึ่ง พระกิตติศักดิ์เล่าให้ผมฟังว่า ครั้งหนึ่งท่านได้เทศน์ให้ญาติโยมฟังในงานหนึ่งว่า การดื่มสุราก็ดี การเล่นการพนันก็ดี การผิดลูกเมียก็ดี การฆ่าสัตว์ก็ดี...แล้วท่านก็พูดว่าอัตมาเทศน์ครั้งนี้ ผิดอย่างมาก เพราะสิ่งที่ว่ามานั้นมันไม่ดี แต่อัตตมาดันไปบอกว่า ก็ดี เท่านั้นแหละผมฮากลิ้งเลยครับ.....ก๊ากๆๆๆ