การให้บริการของโรงพยาบาล

เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในวันหนึ่ง  ขณะที่ทางศูนย์กศน.ปากพนังกำลังจัดกิจกรรมงานเปิดโลกวิทยาศาสตร์ในวันที่ 10 กพ.52 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายพอดี  ได้รับโทรศัพท์จากน้องสาวที่เป็นพยาบาลจากโรงพยาบาลศรีวิชัยว่าลูกสาวต้องผ่าตัดไส้ติ่งด่วนเนื่องจากปวดมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ.52 ขณะนี้นอนอยู่โรงพยาบาลศรีวิชัย 1 จะให้ทำอย่างไรแล้วต้องเสียค่าผ่าตัดประมาณ 30,000 บาท ก็คิดหนักเนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเงินก็ไม่มีทำอย่างไรดี  ก็ปรึกษากันและได้ลงความเห็นว่าต้องไปโรงพยาบาลที่สมุทรสาครเนื่องจากมีหลานเป็นพยาบาลอยู่ที่นั้นและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเนื่องจากมีบัตร 30 บาทและสามารถรักษาได้ทุกโรคอยู่แล้วก็นั่งเท็กซี่กันไป ซึ่งขณะนั้นอาการปวดก็ทวีขึ้นเรื่อยๆ หมอจากโรงพยาบาลที่ศีวิชัย 1 บอกว่าไปได้แต่ภายใน ครึ่งชั่วโมงต้องถึงก็เลยไปที่นั่น  ส่วนตัวเองนั้นก็ขึ้นรถทัวร์ไปกรุงเทพทันที  และถามข่าวไปตลอดทาง

เมื่อลูกสาวไปถึงโรงพยาลสมุทรสาครนั้นไม่มีพนักงานแปลมาเข็นไปแต่อย่างใด  น้องสาวซึ่งขณะนั้นก็วิ่งไปวิ่งมาเพื่อรอเจ้าหน้าที่มารับเนื่องจากได้ยื่นบัตรจากโรงพยาบาลศรีวิชัยส่งตัวมาผ่าตัดฉุกเฉิน  แต่พยาบาลที่อยู่ประจำเวรบอกให้รอตามคิว  ก็รอ  ห้องไม่ว่างหมอว่างนั่งรอ รอถึงคิวตัวเองประมาณ บ่ายโมงผู้ป่วยเจ็บจนกระทั่งหลับ  ตื่นมาก็ยังเหมือนเดิมปวดจนหลับไป จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายมีวิทยุด้วย(ก็ไม่ทราบว่าแผนกใหน)ผ่านมาเห็นอาการจึงวิทยุให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือพาเข้าห้องผ่าตัดด่วน  ขณะนั้นเป็นเวลา 4 ทุ่มถึงได้เข้าผ่าตัด รวมแล้วนอนเจ็บ 2 วันกับหนึ่งคืน

ที่ไม่เข้าใจคือ  

ทำไม่ไม่มีห้องสำหรับรับผู้ป่วยฉุกเฉิน 

ทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่สนใจทั่งๆที่ต้องผ่าตัดด่วน   หากผ่าตัดไม่ทันไส้ติ่งแตกใครจะรับผิดชอบ 

หรือเพราะ ใช้บัตร 30 บาท 

และที่สำคัญผู้ป่วยเยอะ เช่นคนต่างด้าว(พม่า) ประมาณ 500 คนเห็นจะได้

ห้องผ่าตัดมีไม่เพียงพอ หมอนั่งรอห้องเพื่อผ่าตัด

ที่สำคัญต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่คนนั้นที่ช่วยเหลือไม่อย่างนั้นชีวิตของลูกสาวไม่รู้จะเป็นอย่างไร