ผู้เขียนยังเป็นไข้หวัดยังไม่หายดีเลย  แต่วันนี้ผู้เขียนตั้งใจเอาผักพื้นบ้านมาให้ดู รับปากกับพี่นุชหรือคุณนายดอกเตอร์ไว้  ไม่ไกลจากบ้านไร่พนมทวนของผู้เขียน มีวัดร้างอยู่วัดหนึ่ง ซึ่งน่าเสียดายไม่มีใครดูแล จะไปบวชพระอยู่ที่วัดนี้ ก็กลัวชาวบ้านไม่มาวัด ฮ่าๆๆ

 

  ในอนาคตอยากปลูกต้นไม้แถวๆๆนี้ แต่ติดอยู่ว่า เป็นพื้นที่ราชพัสดุ วันนี้เลยเอาภาพวัดร้างมาให้ดู ถ้าไปตอนใกล้ค่ำบรรยากาศจะดีมาก จะมีเสียงเห่าหอนมาไกลๆๆ  ผู้เขียนไม่ได้กลัว แต่เกรงเลยไปตอนสายๆๆ  มีต้นไม้เก่าๆหลายต้นมีมะค่าแต้ ต้นรัง ต้นมะกอกป่า แต่ผู้เขียนตั้งใจไปถ่ายภาพเจ้าต้นอีนูน  จากข้อมูลบอกว่า

คนภาคกลางเรียกว่า ผักอีนูน หรือ นางนูน แต่ถ้าแยกแยะตามหลักวิชาการ ก็แบ่งผักสาบได้ 2 ชนิด คือ ชนิดที่ทางภาคกลางเรียกว่านางนูนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenia heterophylla (Blume) Koord . และอีกชนิดหนึ่งคนภาคกลางก็เรียกว่าผักสาบเช่นกัน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenia viridiflora Craib . ถ้าจะสังเกตง่ายๆ ให้ดูรูปลักษณ์ภายนอกของทั้งสองชนิด ส่วนที่แตกต่างกันชัดๆ ตรงผลนางนูนมีผลเล็กกว่าและมีรูปร่างแบบรูปไข่ ส่วนผักสาบมีผลโตกว่าและรูปทรงกลมกว่า และเปลือกของผลหนากว่าด้วย

  ที่บ้านผู้เขียนมีทั้งผักอีนูนและผักสาบ  แต่ผักสาบมักอยู่ที่ป่าสูงๆๆ  ผักชนิดนี้เข้าใจว่าปลูกยาก ไม่ค่อยเห็นมีใครปลูก ลองค้นข้อมูลจาก internet พบเกษตรกรจากสูงเนินปลูกเหมือนกัน 

   ถ้าสนใจว่าผักอีนูนมีประโยชน์อย่างไร อ่านที่ตรงนี้นะครับ  ที่บ้านไร่ของผู้เขียนเอาผักอีนูนทั้งดอกและผลมาดองกับน้ำซาวข้าว ใส่เกลือ เอาไปจิ้มน้ำพริก อร่อยมากๆๆ 

  ผู้อ่านเคยเห็นผักชนิดนี้ไหมครับ  ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน

  ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.thaihof.org/herb/abstract/mati667.htm