หายไปนาน ภาค 2 ไปฟังเรื่องเล่าของคนเกือบเจอม๊อบ
ช่วงที่หายไป ฟังว่าเพื่อนไปช่วยจังหวัดแห่งหนึ่งในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงงาน มองเป็นสองฝ่าย ฝ่ายโรงงานก่อน (ไม่ได้เข้าข้างนะ) โรงงานก็แก้ตัวว่าทุกอย่างมีมาตรฐานตรวจสอบได้ มองข้างประชาชน เขาก็ได้รับผลกระทบจริง เพียงแต่ผลกระทบนั้นมีผลต่อสุขภาพเขาเท่าไร อย่างไร หรือไม่?
เพื่อนคนนี้เคยเล่าแล้วว่า มีแพทย์ท่านหนึ่งไปตรวจประชาชนไว้ และบอกความจริง (ไม่รู้ถึงครึ่งหรือไม่) แต่ออกไปในทางสร้างความแตกตื่น เพื่อให้ตนเองเป็นพระเอก แตกตื่นจนถึงขนาดจะอยู่ในที่ที่เคยอยู่ไม่ได้ เดี๋ยวจะแย่ มีการเจาะเลือด หาสารต่างๆเหวี่ยงแห แน่นอนต้องพบเข้าซักตัวหนึ่ง โอ๊ะโอ โอ๊ะโอ แน่นอนอีกสารเคมีทุกตัวมีพิษ ต้องมีที่มาที่ไป ต้องหาว่ามาจากไหน แต่ก่อนอื่นต้องดูด้วยว่าตรวจถูกต้องหรือไม่
เพื่อนยังเล่าต่อถึงว่าประชาชนนั้นทำอย่างไร ประชาชนได้รับผลกระทบอยู่แล้ว พอเจอแบบนี้ก็เลยตื่นตกใจกันมาก (เชียงใหม่ มีมลพิษ มีการแถลงข่าว สารพิษนั้นทำให้เกิดมะเร็ง มีการคำนวนว่าจะมีคนเชียงใหม่เป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละกี่คน กี่คน ตัวอย่างของข่าวที่ทำให้ตื่นตระหนก การที่มีคนออกมาบอกว่าจะมี strom surge ทำให้ชาวสมุทรปราการตื่นตระหนก เสียสุขภาพจิต กลัว กว่าจะรู้สึกยอมรับ ว่าเป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ต้องเตรียมตัว ก็นานพอดู) เหมือนกันครับ สารบางอย่างที่ตรวจในประชาชนในจังหวัดนี้นั้น นอกจากพบในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ยังพบในตัวเมือง และสถานที่ต่างๆ นอกตัวเมือง เพื่อนและผมลงความเห็นว่าคงต้องมีใครไปให้ความรู้ประชาชนมากขึ้น พูดให้ครบ บอกให้เพื่อแก้ไข ในทางที่ถูกต้อง
โธ่เอ๊ย เพื่อนมันบ่นว่า อารมณ์ประมาณนี้ ถูกจุดติดแล้ว ตอนนี้ก็แบ่งพวกครับ ใครไม่เข้ากับฉัน ก็เป็นพวกอีกข้างหนึ่ง (สถานการณ์ต่างกันแต่อารมณ์คล้ายกันของคนใส่เสื้อทีมบราซิลและเสื้อทีมแมนยู) ไม่มีกาลามสูตร ไม่มีการยอมให้กันแล้ว เราโกรธกันมาเป็นชาติแล้ว โอ้อะไรกันเนี่ย เดี๋ยวนี้คนไทยไม่รักกันแล้วหรือ รุกแบบไม่ฟัง เอาให้ตายไปเลย ไม่มีทางถอย ไม่ต้องมาพูด ถ้าไม่ตรงกับความรู้สึกของฉัน ฉันไม่ฟังกันแล้ว
เพื่อนเขาพูดความจริงว่า หน่วยงานราชการเป็นหน่วยงานที่ซวยที่สุดครับ มีคนดำเนินงานอยู่สองคน ต้องรับปัญหามากมาย ปัญหาทุกเรื่องสำคัญหมดครับ ประชาชนทุกที่สำคัญหมด เผอิญ ต้องมาเผชิญม๊อบ ข้างบนก็บีบลงมา ข้างล่างก็บอกว่าต้องใช้วิธีนี้จึงจะได้รับการแก้ไข ถ้าทุกคนใช้วิธีนี้ ต่อไปคงไม่มีใครให้อยู่แก้ไขปัญหาแล้ว ได้ข่าวว่าจะลาออก
เพื่อนผมและทีมงานอยู่ท่ามกลางพายุประมาณนี้ ได้รับคำสั่งมาก็ลงไปดู ไปช่วย สรุปว่าต้องทำอะไรให้ประชาชน จะต้องไปตรวจหาว่าใคร ไม่สบายอย่างไร ไปเจาะเลือดคนที่ยังไม่เจาะแต่เป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นครั้งแรกครับ ลงไปตรวจร่วมกันหลายหน่วยงานช่วยเหลือกัน พยายามลงไปหลายกรม เพื่อให้เห็นปัญหา และเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหา ทั้งในกระทรวงเดียวกัน ทั้งต่างกระทรวง ปรากฏว่ากลับถูกมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม ไอ้เพือนผมและทีมงานถูกประชาชนว่าโง่ ลงมาตรวจอีกทำไม เพื่อนผมเกือบเจอม๊อบ ถ้าไม่ติดว่าต้องไปประชุมต่างจังหวัด จึงต้องทิ้งทีมงานไว้ (มันบอกว่าไปในวันแรกก็สงบดี จึงไปอย่างวางใจ) ไปวันที่สองทีมงานเจอเลย ม๊อบทำอะไรครับ ชาวบ้านจะมาตรวจก็ไม่ให้มา บอกว่ามาทำไม แถมยังมาพูดขยายเสียงต่อว่าเสียๆ หายๆ หยาบๆคายๆ เลยรู้สึกแทนเพื่อนร่วมงานในจังหวัด ทีมงานของโรงพยาบาลของเพื่อนที่ไปช่วย ว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ ผมเองนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย ครับ รู้สึกเพียงว่าอนาคตเมืองไทยนี้มืดมนเหลือเกิน ทั้งพายุจากภายนอก และพายุจากภายใน ถ้าความรู้สึกของคนในชาติเป็นแบบนี้ เราคงไปไม่รอดแน่นอน
มาอ่านความรู้สึกคนไทยเวลานี้
มีดมนจริงๆ
ไม่รู้สีไหนเป็นสีไหน
เข้ามาอ่านด้วยความสนใจครับ
ให้แง่คิดที่ดีมากครับ
ทุกสังคมมีทั้งฝ่ายได้รับประโยชน์และฝ่ายสูญเสียประโยชน์
ประชาชนที่ไม่รู้อะไรคือเครื่องมือครับของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
การควบคุมวิตกจริตของสังคมเป็นเป็นสิ่งสำคัญนะครับ
ทุกปัญหามีไว้ให้แก้ไขครับ (แก้ไขได้ครับ)