เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552  ตอนเย็นกำลังจะเข้ามาดูหนังสือราชการ เนื่องจากไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน ไปร่วมสัมมนากับทีมนำ ภาควิชาอายุรศาสตร์  CLT MED            

           เวลา 17.30 น. ได้รับโทรศัพท์ จากน้องแตม ปกติ น้องแตมจะไม่ค่อยโทรหาแม่ไก่ จะโทรก็ต่อเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น คิดแล้วว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า 

            คำบอกเล่าจากน้องแตม  แม่พ่อลีขับรถชนกับน้อง มอ3  น้องบาดเจ็บ กำลังไปโรงพยาบาล แตมและพ่อไม่เป็นอะไร  รถยนต์ ไม่เป็นอะไร ไม่มีรอยบุบ  สลาย รอยเฉี่ยวชน  มีรอยที่กระทะล้อ ทะลุเล็กน้อย

            เกิดอะไรขั้นคะ ถามน้องแตมไป  น้องขับรถมาเลี้ยวซ้ายพร้อมกับพ่อ ตีคู่กันมา แล้วน้องล้มที่หน้ารถพ่อ  ไม่เป็นไรนะคะ  เดี่ยวแม่จะตามประกันมาดู  จุดเกิดเหตุที่ไหน หน้ามหาวิทยาลัยทางโค้งเลี้ยวซ้าย 

            โทรติดตามประกันได้  ขับมอเตอร์ไซด์ไปที่เกิดเหตู น้องนักเรียนคนเจ็บไปโรงพยาบาลแล้ว รถน้องไม่อยู่ที่เกิดเหตุ  เพื่อนขับรถมอเตอร์ไซด์ไป

            มีท่านนายตำรวจมาดูสถานที่เกิดเหตุ สอบสวน และถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุไว้ คุณสามี  มีกล้องติดตัวได้ถ่ายภาพตั้งแต่เกิดเหตุตอนแรก  

           ตำรวจทันสมัย ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลเช่นกัน  รวมทั้งตัวแทนประกัน  หลังจากนั้นได้ไปดูอาการน้องนักเรียนที่โรงพยาบาล  น้องอายุ 15 ปี ไม่มีใบขับขี่ วันนี้ครบรอบวันเกิดพอดี น้องร้องไห้อย่างเดียว กลัวผู้ปกครองดุ ได้แต่ปลอบ ไม่เป็นไร นะคะ ตามผู้ปกครอง และดูแลการรักษาจนผู้ปกครองมารับกลับบ้าน

           นัดกันกับผู้ปกครอง ผู้เสียหาย และตัวแทนบริษัทประกัน โชคดีหน่อยทำประกันชั้นหนึ่งไว้ มีเพื่อนทักอยู่นะคะ ว่ารถหลายปีแล้ว ทำประกันชั้นหนึ่งทำไมเบี้ยประกันแพงมาก คำตอบที่บอกเพื่อน ไม่เป็นไร เผื่อมีปัญหา เกิดอุบัติเหตุ บอกไม่ได้ว่าจะเกิดปีแรก หรือปีไหน ทำไว้คงไม่เสียหลาย

          พอวันศุกร์ นัดกันที่โรงพักเพื่อให้ปากคำ และชดใช้ค่าเสียหาย ไม่เคยไปโรงพักสถานีตำรวจนานแล้วคะ ตั้งแต่ทำงานงานมา ปี 2552 ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วไปจ่ายค่าปรับ ขับรถเร็ว 2 ครั้ง

          ไปโรงพักไปครั้งนี้  สถานีตำรวจขอนแก่นปรับปรุงใหม่ ดีกว่าเดิมมาก  ห้องพนักงานสอบสวน ติดแอร์ เย็นสบาย ไม่เครียด เจ้าของคดี พูดเพราะมากคะ ให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย ตัวแทนประกันของบริษัท ก็เจรจา ให้แต่พอดี น้องต้องรักษาตัวต่อีก 1 เดือน จึงตกลงกันว่า ให้รักษาให้หายก่อน เนื่องจากมีแผลที่เท้าและเอ็นที่ข้อเท้าบวม แต่ไม่มีกระดูกหัก ต้องใส่เฝือกไว้ ให้เอ็นได้อยู่นิ่ง ๆ รอให้หายจากการบาดเจ็บเอง  ซึ่งหมอนัดว่าจะต้องมาตรวจอีกสองครั้ง ก็ต้องดูแลต่อไป งานนี้คงจะได้ลูกสาวที่จะต้องดูแลเพิ่มอีกหนึ่งคน 

           สรุปว่ายังไม่ทราบใครผิดใครถูก น้องร้องไห้อย่างเดียว ให้ปากคำไม่ได้ ภาวะจิตใจไม่ไหว ได้แต่ปลอบใจกันไป  คำพูดที่ไก่พูดกับน้องนักเรียน ไม่เป็นไร คะ ไม่มีใครว่า ขอให้รักษาตัวให้หายก่อน ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ

           บทเรียนในครั้งนี้ ผู้ปกครองควรใส่ใจบุตรหลาน ไม่ควรอนุญาตให้บุตรหลานที่ยังไม่ทำบัตรประชาชนและมีสิทธิขออนุญาตใบขับขี่  ขับรถยนต์           รถมอเตอร์ไซด์ตามลำพัง  

           เด็กควรจะได้รับการอบรมในการขับขี่รถยนต์  รถมอเตอร์ไซด์ก่อน ให้รู้กฎจราจรที่ดีพอ  ถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้น้องได้รับอันตรายที่ร้ายแรงมากกว่านี้ ก็จะมีผู้เสียใจหลายฝ่ายด้วยกัน