วันนี้แอบหลับอยู่ที่บ้านครับ เกิดอาการเบื่องานขึ้นมาจับสันหลัง (ยาว) เลยพักอยู่บ้านเสียครึ่งวัน ที่สำคัญคือหนีประชุมด้วย มีหนังสือเชิญเข้าประชุมหลายวันมาแล้วครับ แต่ก็ตัดสินใจตั้งแต่วันที่เห็นหนังสือแล้วว่า ไม่เข้าประชุมดีกว่า วาระที่ว่าก็คือเกี่ยวกับจำนวนรับนักศึกษาใหม่ ก็คำตอบมันชัดตั้งแต่การประชุมสาขาครั้งก่อนโน้น กรรมการบริหารมหาวิทยาลัยก็ชัดแล้ว แล้วจะคุยอะไรอีก ผมก็แจ้งเหตุผลแล้วว่า มีข้อจำกัดอะไรที่ทำให้ต้องรับเท่าเดิม ขี้เกียจจะพูดซ้ำแล้ว

ช่วงบ่ายมาถึงที่ทำงาน อ.เกษตรชัยถามว่า เอาภาพห้องแล็ปของท่านขึ้นเว็บแล้วยัง (เผือว่า ผู้ใหญ่จะได้เห็นภาพบ้าง) ผมตอบไปว่า ขี้เกียจเอาขึ้น ฮิฮิ แต่ตอนนี้คิดไปคิดมา เอามาให้ดูภาพกันดีกว่า (เป็นงั้นไป)

บางทีเป็นเรื่องยากที่คนอื่นจะมาเข้าใจความรู้สึกของเราครับ แล้วก็ยากเหมือนกันที่จะนำเสนอความรู้สึกของเขาให้คนอื่นทราบเหมือนกัน

ความจริงในช่วงนี้ผมมีความคาดหวังอยู่หลายเรื่องมากครับ แต่ตอนนี้ตัวผมเองกำลังทอนความหวังออกไปบ้าง แล้วบางอย่างก็ เอาเป็นว่าลืมไปแล้วกัน เผือว่าความกระชุ่มกระชวยในการทำงานจะได้กลับมาบ้าง

เมื่อวานคุยกันในสาขาวิชาเกี่ยวกับแผนการสอนในช่วงซัมเมอร์ บังเอิญผมมีช่วงของการต้องไปดูงานคาบเกี่ยวกัน อันนี้เลยต้องหาวิธีการชดเชยก่อน เดิมที่ตั้งใจจะสอนออนไลน์ แต่ถ้ามีเพียงแผนเดียวอาจจะเสี่ยงไปนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังหาวิธีการไม่ได้ครับ จะทำไงดี

วันก่อนคุยเรื่องความจำเป็นของอาจารย์ในงานวิจัย วันนี้กลับมานั่งนึกต่อครับว่า อีกงานหนึ่งที่เป็นภาระของอาจารย์คือ การเขียนงานวิชาการ อันนี้ถ้าอาจารย์ไหนมีงานวิจัย บทความวิจัยการก็มีให้เห็นครับ แต่ถ้าไม่ทำวิจัยแล้ว งานเขียนต่างๆ ไม่มีอีก คงต้องมานั่งคิดละครับว่า จะมีความรู้ใหม่เกิดขึ้นกับอาจารย์หรือเปล่า อย่างน้อยงานเขียนก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า อาจารย์ศึกษาค้นคว้าเอกสารอยู่ มีกระบวนการคิดวิเคราะห์อยู่ ถ้าขืนอยู่มานาน สอนมานาน ไม่มีผลด้านนี้เลย มันกำลังบอกอะไรสักอย่างอยู่หรือเปล่า