มันพยายามว่าย มีเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่ส่ายดุกดิก ส่วนหางถูกตัดจนด้วน
วันนี้ผมนัดกับลูกสาวจะไปสวนตอนเย็น ผมจะซื้อปลาดุกไปปล่อยที่สระในสวนด้วย ที่ผมชอบปล่อยปลาดุก เพราะตอนเด็กๆ บ้านผมอยู่ใกล้นาข้าว หน้าน้ำปลาในนาเยอะเราก็ไปปักเบ็ด พอหนุ่มเป็นครู ตอนเย็นเลิกงานบางวันก็ไปปักเบ็ดตามลำธารใกล้หมู่บ้าน กลางคืนมีบ่อยครั้งที่ไปส่องปลา และปลาที่จับได้ส่วนใหญ่ก็เป็นปลาดุก ปลาหมอ ปลาช่อน ตอนนี้กลัวบาปเลยต้องซื้อปลามาปล่อยบ่อยๆ
พูดถึงปลาดุก เมื่อปี 2520 ผมเป็นครูใหญ่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่อำเภอบุณฑริก อุบลราชธานี พักอยู่บ้านพักครูกับครูหนุ่มอีกสองคน เย็นวันหนึ่งในฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านใจดีได้นำปลาดุกมาให้เราหลายตัว ครูประยุทธ์พ่อครัวประจำบ้านพัก จัดการทำลาบและแกงปลาดุก โดยมีผมเป็นลูกมือ ส่วนครูธวัชชัยครูหนุ่มอีกคนรายนั้นไม่ฆ่าสัตว์ หากมีการฆ่าเกิดขึ้นแกจะต้องอยู่ห่างๆ ไปตักน้ำบ้้าง รดผักบ้าง (ถึงจะหนุ่มแต่เราก็ขยันปลูกผักกิน)
"พี่..ปลาดุกนี่มันทนนะ" ครูประยุทธ์พูดกับผม
"ผมจะตัดหางมันปล่อยในถัง พอตอนเช้ามันก็ยังไม่ตาย"
พูดยังไม่ทันจบดีครูประยุทธ์ก็ใช้มีดคม ตัดหางปลาดุกตัวหนึ่งปล่อยลงในถัง แล้วโยนส่วนหางที่ตัดออกลงหม้อแกงที่กำลังเดือด ผมก้มลงดูปลาดุกตัวที่ตัดหาง มันพยายามว่ายแต่มีเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่ส่ายดุกดิก ส่วนหางที่ต่ำจากตูดปลาถูกตัด ช่างโหดจริงๆ
ครูประยุทธ์ทำลาบปลาดุกอย่างง่ายๆ แต่อร่อยมาก แกทุบหัวแล้วล้างให้สะอาด เอาย่างไฟกลางพอสุก แล้วแกะเอาแต่เนื้อปลา แล้วใช้ข่าอ่อนล้างให้สะอาด สับข่าผสมกับเนื้อปลาดุกย่าง จนละเอียดเข้ากันดีใส่ชามหรือหม้อเล็กๆ ไว้ก่อน หั่นหอมแดงสองหัวเตรียมไว้ คั่วข้าวสารเหนียวหนึ่งกำมือพอเหลืองเกือบดำ ตำให้แหลก แล้วคั่วพริกแห้งตำให้ละเอียด
พอเตรียมของครบก็เริ่มปรุง ขั้นแรกเอาข้าวคั่วโรยบนปลาดุกสับ โรยบางๆ พอทั่วก็พอ แล้วใส่พริกคั่วตามใจชอบ (ระวังเผ็ดเกินไปจะไม่อร่อย) ใส่หอมแดงหั่นฝอย ใช้ทัพพีคนให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำปลาร้า หากไม่ชอบก็ใส่น้ำปลา ตอนนี้จะหอมข่า ข้าวคั่ว หอมปลาดุกย่าง ชิมดูอร่อยแน่ งานนี้ห้ามมะนาว หรือของเปรี้ยวทุกอย่าง
เย็นนั้นเราล้อมวงกินลาบปลาดุกและแกงปลาดุกด้วยความเอร็ดอร่อย โดยมีผักกระถินที่ครูธวัชชัยเก็บมาเป็นของเคียง หลังจากอิ่ม ครูประยุทธ์ก็คว้ามอเตอร์ไซค์ ขับออกจากบ้านพักโดยมีเป้าหมายที่หมู่บ้านห่างออกไปสิบกิโลเมตร แกไปตามคำเรียกร้องของหัวใจ ส่วนผมนั่งฟังวิทยุทรานซิสเตอร์และอ่านหนังสืออ่านเล่น ครูธวัชชัยเอาถ้วยจานไปล้้าง แล้วกลับเข้าห้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าเรียนปริญญาตรี เพื่อสานฝันของตัวเอง
"พี่..ตื่นๆ มาดูปลาดุกตัวนั้น มันยังไม่ตาย" ครูประยุทธ์กลับมาถึงบ้านพักแต่เช้า ตะโกนเรียกผม โธ่..เอ๋ย...ผมยิ่งสงสารมัน ยังจะเรียกผมไปดูอีก
ขอบคุณค่ะอาจารย์สำหรับสูตรเด็ดๆ
ท่าทางทำยากอยู่นะนี่
จะลอกเก็บไว้ก่อนนะคะ เอาไว้หยุดงานหลายๆวันจะทำค่ะ
ต้องเตรียมตัว ได้ 1 ลาบแล้วค่ะ
อาจารย์เขียนลาบปลาดุกได้ดีจังค่ะ อ่านไม่เบื่อมีเหตุการณ์ด้วยยังเรื่องสั้นเลยค่ะ
ส่งดอกไม้ที่บ้านพี่สาวมาเป็นกำลังใจค่ะ
อ่านแล้วทำให้จำภาพเมื่อตอนเด็กต้องช่วยแม่ทำงานบ้านงานที่หนึ่งคือทำครัวสมัยนั้นก็ต้องทุบหัวปลาดุกและตัดคอ..ก็ไม่รู้ว่าทำไปได้อย่างไรทั้งๆที่ไม่อยากทำมันส่งเสียงร้องด้วยนะดังอุ้ดๆๆและครั้งหนึ่งต้องฆ่ากบแม่บอกว่าถ้่าไม่ทำก็จะโดนดี..ทุบหัวกบมันก็ยกมือไหว้..ร้องไห้ไปตีหัวกบไป..เหวี่ยงไม้ทิ้งไม่เอาแล้วจะโดนอะไรก็ช่าง...จริงๆแล้วคงไม่ใช่เรื่องไร้สาระดอกนะ....
ยินดีครับ คุณดุจดาว ทำลาบปลาดุกเมื่อไหร่บอกด้วยนะครับว่าอร่อยไหม....คงอร่อยแน่ๆ
ครูประยุทธ์เขาทำกับข้าวอร่อยมากครับ ก็เลยอดที่จะเขียนถึงเขาไม่ได้
เป็นเรื่องจริงนะครับ คนที่อยู่ในเรื่องก็มีตัวตนจริง หากอ่านเจอจะเคืองผมหรือเปล่าก็ไม่รู้
ขอบคุณครูอ้อย แซ่เฮ ดอกกล้วยไม้สวยจังครับ ฝีมือถ่ายก็ดีมากครับ
ขอบคุณ ยายธีครับ
ถ้าปลาดุกตัวใหญ่เขาจะร้องอย่างนั้นแหละ ใจเด็ดมากเลยนะครับ กบเขียดน่าสงสารมาก เวลาเราทุบหัวเขาจะทำเหมือนยกมือขอชีวิต เขามองเราตาแป๋ว เมื่อเด็กผมเคยไปปักเบ็ดกบ เวลากบติดเบ็ดเขาจะยกมือทั้งสองวางบนหัว ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก มันสนุกครับ ยิ่งได้กบมากยิ่งสนุก พอหลังๆ มา สงสารเขา ก็ไม่ทำอีกเลย
ไม่ไร้สาระแน่นอน ยายธีบรรยายมองเห็นภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มีใจเมตตาต่อสัตว์ ยอมเจ็บตัวดีกว่าที่จะให้สัตว์เจ็บและตาย ขอบคุณครับ
ตอนเด็กๆดิฉันก็เคยไปปักเบ็ดกบ ปลาค่ะ สนุกมากๆชอบๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปนานแล้ว ไม่ได้อยู่กับทุ่งนาป่าข้าวนานจริงๆ อิจฉาคนที่ได้อยู่กับทุ่งนาน อิจฉาอาจารย์ด้วยค่ะ อิอิอิ
ขออภ้ยที่ตอบช้า ผมเพิ่งว่างเปิดเครื่องตอนใกล้เที่ยงคืนนี่เอง
แกล้งว่าอิจฉา แต่ความจริง ผมเชื่อว่า คุณดุจดาวดีใจกับผู้ที่ได้อยู่กับธรรมชาติมากกว่า
ฮ่า..ฮ่า..รู้ทัน
น่ากินมากกก
สวัสดี suksom
เห็นด้วยครับ
แต่ตอนนี้ดึกแล้วคงกินไม่ลง
ขอบคุณครับ
ไม่ชอบลาบปลา แต่มาฟังการบรรยายแล้ว น้ำลายไหย......
ชีวิตที่ผ่านมา คงจะอยู่แบบสงบ เฮฮา ไปตามประสาหนุ่ม สมัยแต่ก่อน ไม่มีภัตราคาร ไม่มีร้านอาหารสำเร็จ ทุกอย่างถ้าอร่อยต้องทำเอง หาเอง แม้แต่ตลาดก็จะมีหรือเปล่าไม่รู้
แต่มีที่ไหน ตัดหางปลาทำไม ถ้าไม่ทำกิน ทรมาน แล้วยังเรียกคนมาดูอีก ช่างกระไร นะ ทำไม ไม่กินให้หมดแต่เมื่อวาน มาทรมานมันทำไม เดี๋ยวเถอะ ถ้ากรรมมีจริง กรรมติดจรวด แย่เลย
แม้แต่ตลาดก็จะมีหรือเปล่าไม่รู้
มีครับ ตลาดในอำเภอ ตามหมู่บ้านไม่มีหรอก
ปู ปลา ก็แบ่งกันกิน
ตัดหางปลาทำไม นั่นซิครับ ครูน้อยผมคนนี้ ทลึ่งสุด ๆ ครูใหญ่ก็บ้าจี้ ทนดูอยู่ได้
เฮ้อ....เวรกรรม
ขอบคุณที่เตือนครับ ท่าน ผ.อ.
พรุ่งนี้ ผมตั้งใจว่าจะใส่หน้ากาก ไปทำงาน
แต่.... ตอนเช้าเป็นประธานเปิดอบรมครูสอนภาษาอังกฤษ หากเปิดปากจมูก จะคุยกันรู้เรื่องไหมนี่ ฮ่า ฮ่า