กลางวันนอนตามพุ่มไม้ทึบ บางตัวนอนบนคบไม้สูง เพื่อหนีการล่าของคน
เย็นวันศุกร์ผมมีโอกาสไปงานเลี้ยงส่งครูท่านหนึ่ง ท่านอยู่ที่โรงเรียนนี้มาแล้วถึงสิบเจ็ดปี มีลูกศิษย์มากมาย เป็นหนุ่มเป็นสาว มีครอบครัวและฐานะดีก็หลายคน ลูกศิษย์ปัจจุบันก็รักท่าน งานเลี้ยงจึงมีบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเองและสนุกสนานมาก
ผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเป็นเจ้าบ้านดีใจมากที่เห็นผมไป ให้การต้อนรับอย่างขมีขมัน หลังจากที่เรานั่งยังโต๊ะที่เขาจัดไว้แล้ว ผอ.บอกผมว่ามีรายการอาหารจานเด็ดสองอย่าง
"ผมสั่งมาพิเศษเลยนะครับ" ผอ.บอก "เป็นลาบเสือ เสือจริงๆ นะครับ ได้มาจากป่า....." เขาเอ่ยชื่อหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่ไกลที่สุดของจังหวัดกำแพงเพชร "ผมขอให้แม่บ้านเขาทำลาบให้ กินให้ได้นะครับ"
ผมยิ้ม แล้วบอกว่า กินได้ เพราะผมไม่กินอยู่สองอย่างเท่านั้น คือ กบ และ กระต่าย ที่กินไม่ได้เพราะ มันเป็นกบไสไม้ และกระต่ายขูดมะพร้าว ไม่นานเขาก็ยกลาบเสือมา ผมตักเข้าปาก เคี้ยวแล้วหันมอง ผอ. ที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว
"อร่อยมาก" ผมชม "แต่เผ็ดไปหน่อย" ผอ. เขาก็บอกว่า อาหารป่าต้องรสชาดเผ็ด เครื่องเทศต้องหนัก ๆ จะได้ดับกลิ่นคาวของป่า แต่ผมแย้งในใจว่า อาหารจะให้อร่อยเด็ดต้องรู้สึกได้ว่าเรากินอะไร นั่นคือ ต้องมีกลิ่นของสิ่งนั้น และที่เขาว่าเสือนั้น ผมคิดว่าไม่ใช่แน่ เพราะเขาบอกตัวไม่ใหญ่นัก ผมคิดว่าคงเป็นอีเห็นเสือ แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไรเขา
การลาบอีเ็ห็นเสือที่อร่อยนั้น ผมเคยกินเมื่อสามสิบปีมาแล้ว เขาจะเอาเฉพาะเนื้อสับละเอียด ใส่ชามใหญ่ไว้ก่อน นำพริกแห้งผิงไฟพอเหลืองมากๆ อาจดำบ้างนิดๆ อย่าดำมากเดี๋ยวจะขม เด็ดก้านพริกออกด้วย แล้วเอาหอมแดง ประมาณสองหัว กระเทียมสักห้ากลีบ หมกในขี้เถ้าร้อน พอให้สุก ใช้ข่าอ่อนก็ได้แก่ก็ได้ปานกลางก็ได้ ตามที่มี ย่างไฟพอมีกลิ่นหอมอย่าให้ไหม้ เอาพวกที่กล่าวมาแล้ว คือ พริก หอม กระเทียม ข่าใส่ครก ตำให้ละเอียด อ้อ..หอม กระเทียมอย่าลืมแกะเปลือกออกก่อนล่ะ ส่วนข่าถ้าเป็นข่าแก่ต้องสับเป็นชิ้นๆ ก่อนนะครับ แล้วค่อยตำ ให้แหลกที่สุดเท่าที่จะแหลกได้
เอาที่ตำทั้งหลายแหล่ใส่ในชามเนื้ออีเห็น ใส่เกลือตามใจชอบ (ระวังเค็ม...ถ้าไม่มั่นใจก็ใส่แต่น้อยๆ กะให้จืดไว้ก่อน) คลุกให้เข้ากัน จะให้ดีต้องใช้มือคลุก ขยำเลย แต่้ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนนะ ไม่งั้นจะเค็มมากเกินไป พอเข้ากันดีแล้ว ปั้นให้เป็นก้อนเล็กๆ พอดีคำ ใส่ในหม้อปิดฝาให้สนิท นำไปตั้งไฟ พอได้ยินเสียงน้ำในหม้อเดือดก็ยกลง สุกแล้วครับ เปิดฝาหม้อออกจะหอมมาก หอมที่ไม่เหมือนเนื้อวัว เพราะเขาเป็นเนื้ออีเห็น
สัตว์พวกนี้น่าสงสารนะครับ กลางวันนอนหลบตามพุ่มไม้ทึบ บางตัวขึ้นไปนอนตามคบไม้สูงหนีการล่าของคน กลางคืนหิวออกมาหากินสัตว์เล็กๆ และผลไม้ คนก็ยังตามล่าด้วยวิธีการต่างๆ จนจะสูญพันธุ์อยู่แล้ว ช่างใจร้ายจริงๆ

อาจารย์คะ ทำไมลาบลาบอีเ็ห็นเสือไม่เหมือนลาบปลาดุกค่ะ
ทำไมพริก ข่า หอมกระเทียมต้องไปย่างไฟ
ทำไมลาบเหมือนกันสูตรต่างกันละคะ อันไหนอร่อยกว่ากันคะ
สมัยก่อนไม่ค่อยมีของกินต้องล่าสัตว์กินเพราะคนเลี้ยงปลาไม่เป็น มีแต่ของกินตามธรรมชาติ คนจึงล่าสัตว์เหล่านี้ จนสัตว์เหล่านี้จะสูญพันธุ์ น่าเห็นใจทั้งคนล่าและผู้ถูกล่าค่ะอาจารย์
ลาบปลาดุกไม่คาวมาก อีเห็นเสือกลิ่นแรง เครื่องเทศต้องให้มีกลิ่นหอมดับกลิ่นสาบ
อร่อยคนละแบบครับ และก็แล้วแต่อายุคนกินด้วย คนแก่..ก็ต้องลาบปลาดุก คนหนุ่มก็ต้องลาบเสือ....เพราะเคี้ยวง่ายกว่ากัน ฮิฮิ....
ความจริงสมัยก่อนปลาหาง่ายเลยนะครับ แต่....ราคาไม่แพง สัตว์ป่า...ขายได้ราคาดี คนที่ล่าส่วนใหญ่ล่าเพื่อขายครับ.....คนล่าไม่น่าสงสารหลอก เพราะเห็นแก่ตัว....หาเงินแบบง่ายๆ เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น....(ผมเลิกล่าแล้ว..เลยพูดซะดีเลย...ฮิฮิ)
แต่คนสมัยก่อนวิธีการล่ายังไม่มีอาวุธร้ายแรงเท่าสมัยนี้นี่ค่ะ
ถึงล่าขายก็คงไม่หมดป่าหรอกค่ะ เค้าไม่ได้ล่าเป็นเกมส์กีฬาด้วยค่ะ
เค้าทำเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องค่ะอาจารย์
ก็จริง.....หากไม่มีคนเมืองที่เห็นแก่ตัว ป่าก็ยังคงเป็นป่า ขอบคุณที่เข้าใจชาวบ้านป่าครับ
ผมยิ้ม แล้วบอกว่า กินได้เพราะผมไม่กินอยู่สองอย่างเท่านั้น คือ กบ และ กระต่าย ที่กินไม่ได้เพราะมันเป็นกบไสไม้ และกระต่ายขูดมะพร้าว ไม่นานเขาก็ยกลาบเสือมา ผมตักเข้าปากเคี้ยวแล้วหันมอง ผอ. ที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว
มีมุขตลกก็เป็นด้วย
การลาบอีห็นเสือที่อร่อยนั้น
ฟังวิธีทำแล้ว ชีวิตที่อยู่บ้านคำบากนี้คงจะได้สอนผู้ชายคนหนึ่ง ให้รู้จักการทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารป่าเป็น ไม่เช่นนั้น ไม่รอดจนถึงเดี๋ยวนี้
คงไม่มีโอกาสจะหาอีเห็นเจอแล้วหละ ไม่รู้อยู่ในป่าเหลือกี่ตัว ใครๆก็บอกแต่วิธีทำอีเห็น คงหมดตั้งแต่สมัยก่อนแล้วกระมัง
ท่านปู่ เนี่ย ยอมรับนะ ที่ทำอาหารบรรยายมาละเอียดเลย แต่ก็อยากถาม เหมือนน้องดุจดาวนั่นแหละได้รับคำตอบพอประมาณแล้ว
ตอนนั้นคงจะเลือกกินลาบอีเห็น เพราะมีฟันเคี้ยวอยู่ ตอนนี้คงกินลาบปลาดุกแทนกระมัง ฟันไม่มี โอ้ย! มีแต่ไม่แข็งแรง ฉะนั้น ณ. ปัจจุบัน จึงเลือกกินที่อ่อนๆ คือหญ้าอ่อน ไงหละ คริ....คริ...... ตะแนวแปววววว
ปัจจุบัน จึงเลือกกินที่อ่อนๆ คือหญ้าอ่อน ไงหละ คริ....คริ...... ตะแนวแปววววว
คนรู้ทันไม่ชอบเลย ฮ่าฮ่า