วันที่สั้นที่สุดและยาวนานที่สุด แต่สามารถตอบคำถามเราได้ว่า ”หัวรถไฟ” มีจริงหรือไม่ได้ชัดกว่าจินตนา

วันที่สั้นที่สุดและยาวนานที่สุด แต่สามารถตอบคำถามเราได้ว่า ”หัวรถไฟ” มีจริงหรือไม่ได้ชัดกว่าจินตนา

วันพุทธที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ที่จริงเป็นวันหยุดของนักศึกษาหลายคนที่อาจจะเลือก ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือเพราะใกล้สอบเต็มที หรืออีกหลายกิจกรรมที่คนบนโลกจะสรรหามาผ่อนคลายยามว่างของวัน แต่เรา(ผมใช้คำว่าเราได้เต็มคำ เพราะมันชัดเจนแล้วนะครับ)ชมรมหัวรถไฟ ได้จัดกิจกรรมสร้างเสริมความสัมพันธ์กันเองระหว่างพี่น้องและอาจารย์ กิจกรรมที่น้องม่อนคิดไว้ในชื่อวันนั้นคือ “เปิดปรับปรุง”

เช้าวันเกิดเหตุ(คำนี้ละกันดูผิดๆดี)ผมเองตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนที่จะมาจัดการบ้านให้พร้อมสำหรับ ปาร์ตี้ เปิดปรับปรุง อาจฟังดูเหมือนงานรวมเซฟชื่อดังหรือเปิดร้านอาหารฝรั่ง เปล่าเลยครับ กิจกรรมเสริมความสัมพันธ์และละลายพฤติกรรมกันเองในชมรมหัวรถไฟเรานี่เอง ซึ่งผมโชคดีที่บ้านผมกว้างพอจะจัดกิจกรรมให้น้องๆได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายลุ่มน้ำกวงที่ช่วยซึ่งให้หยิบยืมเครื่องเสียงพร้อมทั้งติดตั้ง และอีกกลุ่มหนึ่งคือฝ่ายป่าไม้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ให้หยับยืมโต๊ะ เก้าอี้ อีกจำนวนหนึ่ง ขอบขอบคุณบุคลากรเหล่านั้น และที่ขาดไม่ได้ พ่อแม่ผมเอง ที่สุดแสนจะใจดีมากๆๆๆ ที่สร้างบ้านไว้ให้ลูกชายที่ชื่นชอบงานปาร์ตี้(เพราะผมเองมักจะสังสรรค์เองกับเพื่อนๆบ่อยครั้ง) แต่ก็นั้นแหละความบันเทิงส่วนตัวก็สร้างผลดีกับเรากันไป

ช่วงบ่ายๆก็มีทั้งกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์และกิจกรรมการสร้างโภชนาการ(อาหารค่ำ)ผมอยากให้น้องๆทุกคนสังเกตการทำงานของน้องโดดครับ เพราะผมเองประทับใจน้องชายคนนี้มากพอสมควร การทำงานของโดด(รหัส ๔๗)วันนั้น ผมยกหน้าที่ให้น้องเขารับผิดชอบเรื่องอาหารการกินของทุกคน เนื่องเพราะโดดสนิทกับที่บ้านผมในระดับหนึ่ง(ขนาดขอลูกซันนี่จากแม่ผมได้)และพอที่จะรู้ว่าอะไรต่างๆในครัวอยู่ตรงไหน ที่จริงมันเล็กมากแต่ถ้าเราพิจารณาทั้งหมดนะครับ โดดล้างจาน เช็ดครัวที่น้องช่วยกันทำรก เตรียมทุกอย่างอย่างมีความรับผิดชอบถึงที่สุด ผู้ชายอารมณ์ดีคนนี้ น้องๆรู้จักเขากันหรือยัง

ช่วงระหว่างรออาหารเย็นในขณะที่คณะบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยพายัพท่านดร.สุชาดา รัตนพิบูลย์ กำลังสนทนากับคุณพ่อแม่ผมบนบ้านที่วุ่นวายด้วยน้องๆที่ทำเร่งทำอาหารกัน ผมเองได้ยินเสียงของน้องม่อนกับน้องบิงโก ดังแซงแซ่ขึ้นมาหมายถึงว่ารถไฟเรากำลังจะออกขบวนแล้วนะ

ขณะที่คณบดีกล่าวเปิดงาน ตามด้วยผมเอง น้องโดดยังทำหน้าที่ปากท้องของชมรมกับน้องฝนในครัว ตามด้วยผมกล่าวแง่คิดนิดหน่อยและตามด้วยน้องมึดา ขณะนั้นน้องบิงโก(รหัส ๔๖) ได้จัดเตรียมอุปกรณ์การกินอยากพร้อม ตอนเช้าก็มาช่วยผมเองจัดการสร้างพื้นที่เพื่อดำเนินกิจกรรม เพื่อที่น้องๆจะได้จัดกิจกรรมและรัปทานอาหารได้สะดวกต่อไป และถ้าเราจะสังเกตบิงโก ในหลายๆครั้งที่ผ่านมาได้ทำงานบริการน้องๆมาโดยตลอด แล้วมีใครไหมที่จะช่วยเหลือพี่เขา ภาพในเบื้องหลังของทีมงานเรา ไม่ได้มีแค่ อาจารย์ พี่อุ้มเอง มึดา ม่อน และอีกหลายคน การเดินทางในขบวนนี้ จะไม่มีใครซักคนที่จะก้าวนำหน้าและพี่จะไม่ยอมให้ใครก้าวถอยหลัง เราจะก้าวเดินไปสู่ปัญหาสังคมพร้อมกัน เพื่อคำตอบและที่หมายที่สมบูรณ์

หลังจากที่เราได้สร้างความกล้าแสดงออกแล้ว และรู้จักกันมากขึ้นแล้วในค่ำคืนนั้น พี่อยากฝากความจริงไว้จากบทสรุปของน้องสองคนข้างตนกับชมรมเราว่า เราได้สร้างความจริงขึ้นมาแล้ว(มันไม่ใช่จินตนาการแล้วนะ)มันคืองานบริการสังคมในรูปแบบหนึ่งที่เราพร้องจะลงไปช่วยสังคม พี่อยากให้น้องรู้ตระหนักและมีความรับผิดชอบถึงที่สุด อย่างเช่นสิ่งที่เล็กที่สุดของเราที่พี่ได้สะท้อนออกมาของ นายโดด และนายบิงโก

ชื่นชมน้องๆทุกคนครับ

ขอบคุณโอกาศดีๆจาก ป้าต๊อก มากมายมหาศาลครับ

จากพี่อุ้ม...