เมื่อวานจนถึงเช้านี้ เป็นกิจกรรมกียามุลลัยน์ของสาขาวิชาชีพครูครับ กิจกรรมเริ่มจากเย็นวาน โดยมีกิจกรรมทางกีฬา ส่วนภาคค่ำก็เป็นกิจกรรมวิชาการและการพัฒนาบุคลิกภาพ เช้ามาก็เป็นการแข่งขันกีฬากระชับความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ครับ ผมตั้งใจแต่ต้นว่า ต้องเข้าร่วมครับ โดยเสนอว่ากีฬาที่เล่นด้วยได้ก็มีแต่เปตองอย่างเดียวครับ ซึ่งทีมงานก็เตรียมอุปกรณ์ไว้พร้อม แต่แล้วพอถึงเวลาผมก็ต้องหายไปครับ (มีการถามหากันอย่างทั่วหน้า)

เหตุผลที่หายไปเพราะว่า เมื่อวานอิลฮามมีการฉีดวัคซีนที่โรงเรียนครับ กลับมามีไข้ ซึ่งแน่นอนครับอุมมีย์คนเดียวดูแลลูกสามคนไม่ไหวครับ โทรเรียกให้กลับไปช่วยอีกแรงหนึ่ง อันนี้เข้าใจได้ครับ เพราะถ้าอิลฮามไม่สบายนี้จะหนักกว่าเตาฟิกหรือฟัจญรีน ฮิฮิ ลูกคนแรก ลูกอ้อนจะมากกว่าคนอื่นด้วยครับ ฮิฮิ

ภาพที่ได้จากการเข้าร่วมเพียงนิดเดียวในช่วงแรกคือ การอุ่นเครื่องครับ ลองดูภาพประกอบการเล่าเรื่องกันเลยแล้วกันนะครับ

ภาพนี้ ดร.มูฮามัสสักรี มันยูนุ และ ดร.เกษตรชัย และหีม กำลังแต่งชุดลงสนามครับ คราวนี้เต็มยศ ถามว่าทำไมต้องเต็มยศ คำตอบคือ จำเป็น เพราะคิดเล่นๆ ว่า นักศึกษามีแค้นฝั่งใจมาเยอะแล้ว ในสนามเท่านั้นที่จะเอาคืนอาจารย์ได้ ถ้าขืนไม่เต็มยศ มีสิทธิเจ็บตัวได้ ฮาฮาฮา

ดร.ม.สักรี กำลังใส่สนับแข้งครับ อันนี้จำเป็นเพราะเป็นเป้าหมายหลักที่นักศึกษาจะใช้ในการจัดการอาจารย์ ฮิฮิ

พอผมไปที่สนามแข่ง ก็พบว่า อ.ชาฟีอีย์ บารู รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ลงสนามอุ่นเครื่องอยู่เรียบร้อยแล้วครับในวงตะกร้อ ท่านเห็นผมเดินมาในชุดกีฬาเหมือนกันเลยถามว่า อาจารย์อีย์ (อีย์เหมือนกัน) เอาจริงหรือ? ผมตอบไปว่า เปล่าหรอกครับ แค่ใส่ชุดมาให้เข้ากับบรรยากาศเท่านันเอง

เสียดายไม่ได้ร่วมกิจกรรมต่อครับ เอาเป็นว่า ปีหน้าขอแก้ตัวใหม่ อินชาอัลลอฮ์

สำหรับเช้านี้ของผม มีนักศึกษา ป.โท จากมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียมาขอคุยด้วยครับ เพราะประเด็นที่เธอทำวิทยานิพนธ์มีส่วนหนึ่งเกี่ยวเนื่องกับงานวิจัยที่ผมทำเสร็จไปแล้ว คือ ระบบเขียนภาษามลายูปาตานีด้วยอักษรยาวี แต่พอคุยไปคุยมา กลับได้ประเด็นว่า ตอนนี้เธอมีปัญหาเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์กับอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งผมฟังแล้วกลับมองต่างมุม ผมกำลังเห็นความพยายามของอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะช่วยให้เธอทำวิทยานิพนธ์เสร็จ แต่เธอกับให้ความหมายไปอีกแนวหนึ่ง ภายหลังจากการคุยกับผม เธอเลยบอกว่า เข้าใจแล้ว จะรีบกลับไปคุยกับอาจารย์ใหม่ ฮือ การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ ครับ

บางทีถ้าอาจารย์ไม่พูดน้อยๆ แล้วศิษย์ขยายความไปอีกด้านหนึ่ง ก็กลายเป็นไม่เข้าใจกันครับ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะความต่างทางด้านวัฒนธรรมก็ได้ครับ