หมาก็มีความรัก

 

วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน แม่ต้อยเลยมาเล่าเรื่องเบาๆใกล้ๆตัวให้ฟังสักเรื่องนะคะ เป็นเรื่องของเด็กเส้นคะ

แม่ต้อยมีหมาที่เลี้ยงไว้ในบ้านทั้งหมดสามตัวด้วยกัน เป็นหมาพันธ์ทางหนึ่งตัวเพศเมีย  ตัวที่สองเป็นหมาพันธ์ โกลเด้นรีทริฟเวอร์เพศผู้ ตัวโตเบ้อเริ่ม ตัวสุดท้ายที่อายุน้อยที่สุดที่เป็นพระเอกของเรื่องเล่าในวันนี้ เขาเป็นหมาพันธ์พุดเดิ้ลผสม มีชื่อว่า ปีโป้

       หมาทุกๆตัวที่แม่ต้อยเลี้ยงไว้ในบ้าน จะมีผู้นำเอามาให้เลี้ยงทั้งสิ้น ไม่ได้ไปเสาะแสวงหามาเลี้ยงแต่อย่างใด เพราะคิดว่าตัวแม่ต้อยเองนั้น ไม่มีเวลามากพอที่จะให้การดูแลพวกเขาอย่างดีนั่นเอง  แต่เมื่อมีคนเอามาให้ก็จะเลี้ยงดูอย่างดีและรักพวกเขาทุกตัว ซึ่งแต่ละตัวก็มีประวัติของตัวเองแตกต่างกันออกไปไม่เหมือนกัน  อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีคนเอาลูกหมามาเป็นของกำนัลอยู่บ่อยๆ

       ปีโป้ ที่แม่ต้อยเล่าถึงในวันนี้ แม่ต้อยได้มาด้วยความไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าตอนที่คนเขาเอามาให้นั้น เจ้าปีโป้มีอายุเพียงหนึ่งอาทิตย์ เท่านั้น การดุแลลูกหมาที่มีอายุขนาดนั้นแม่ต้อยรู้ดีว่าต้องใช้ความรักความละเอียดอ่อนมากทีเดียว และเป็นช่วงที่แม่ต้อยมีงานค่อนข้างมากไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน

 จึงรีบปฏิเสธเป็นการดักหน้า  เมื่อสามีและลุกชายคนโตมาเกริ่นล่วงหน้าว่า พรุ่งนี้จะมีคนเอาลูกหมามาให้เลี้ยง  แม่ต้อยบอกว่า อย่าเอามานะ หากใครเอามาให้เลี้ยงเอง   และนึกในใจว่า หากเอามาจริงคนเลี้ยงคือแม่ต้อยนี่แหละ ใช่ใครที่ไหน?

       ประกาศิตของแม่ต้อยช่างไร้ผล... เพราะอีกวันต่อมา ลุกชายคนโตเป็นคนรับหน้าที่หิ้วตะกร้าใบโต พร้อมขวดนมเล็กๆ มีลุกหมาหน้าตาบ้องแบ้วนอนมาในตระกร้าหนึ่งตัว กระพริบตาปริบๆ น่าสงสารจริงๆ

       แม่ต้อยทำใจแข็ง ถามลุกชายว่าใครเป็นคนเอามาให้  ขอเบอร์โทรศัพท์หน่อยสิ จะโทรให้เขามารับคืนไป ( ใจร้ายสุดๆ คนอะไร) ลูกชายทำเป็นอุบอิบบอกว่า เดี๋ยวจะเอามาให้นะครับ พร้อมกับรีบหนีบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดไปเสียอย่างนั้น ปล่อยให้แม่ต้อยอยู่กับหมาตัวน้อยเจ้าปัญหาคนเดียว  ส่วนสามีคงรู้ทางหนีทีไล่จึงส่งลูกชายมาก่อน  ส่วนตัวเองบอกว่าติดธุระจะตามมาทีหลัง( เอาตัวรอดได้ดี อิอิ)

       เมื่อไม่มีใครที่จะมารับฟังความคิดเห็น แม่ต้อยก็อุ้มเจ้าปีโป้ตัวนี้ออกมา น่ารักดีนะ..คิดในใจ ... แต่เราจะเลี้ยงอย่างไรเล่า  ต้องทำงานและไปต่างจังหวัด บางครั้งต้องไปต่างประเทศนานๆ คงจะอึ ฉี่รดบ้านแน่ๆไม่ไหว ยังไงๆ ต้องใจแข็งส่งคืนเจ้าของ ต้องใจแข็ง..ต้องใจแข็ง..

       ชะรอยเจ้าปีโป้ เจาคงเดาความคิดแม่ต้อยได้หรืออย่างไรไม่ทราบได้  เมื่อแม่ต้อยปล่อยให้เขาเดินเล่นในห้องนอน เพื่อรอเวลาส่งตัวกลับนั้น เขาปีนขึ้นมาบนตักแม่ต้อย ด้วยความลำบาก เพราะว่ายังตัวเล็กมาก เมื่อปีนขึ้นมานอนบนตักได้ เจ้าปีโป้ เงยหน้ามองแม่ต้อยอย่างฝากเนื้อฝากตัว..วินาทีนั้น แม่ต้อยรู้ว่าตัวเองช่างใจดำจริงๆ ดุสิ ลูกหมาตัวนี้พลัดพรากจากแม่ เหลือตัวเดียวบนโลกนี้  หากแม่ต้อยไม่รับไว้ ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะไปอยู่กับใคร เลยบอกกับตัวเองว่า ลองดูก็ได้ มาอยู่ด้วยกันก็ได้

       ตั้งแต่นั้นมาแม่ต้อยก็มีเจ้าปีโป้ นอนด้วยที่ปลายเตียงทุกคืน มีที่นอน มีของเล่นของเขาเอง ตอนเช้าๆเมื่อเขาตื่นนอนก่อน เขาจะเดินรอบๆเตียงเพื่อส่งสัญญาณว่าเช้าแล้วนะ ตื่นได้แล้ว แต่ไม่ส่งเสียงแต่อย่างใด จนแม่ต้อยตื่นนอนแล้วเขาจึงไปนั่งรอที่ประตุห้อง เพื่อวิ่งนำหน้าแม่ต้อยลงมาข้างล่างเป็นประจำ

  พี่หมีของปีโป้ ถุกฟัดจนขาด

       ในช่วงนั้น แม่ต้อยไป ไหนก็จะพาเขาไปด้วย เพราะว่ายังตัวเล็กมาก เราจึงไปพัทยา ไประยอง ไปกาญจนบุรี ไปไหนต่อไหนด้วยกัน ลุกชายคนโตมักจะแหย่แม่ต้อยด้วยเห็นเป็นของขบขันว่า จะส่งคืนหรือยังคร๊าบบ.. ผมได้เบอร์มาตั้งนานแล้ว แม่ต้อยก็ทำเฉยๆ ( ไม่ได้ยิน)

       ในสัตว์ ประเภท หมา แมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นเขาจะมีสมองที่เรียกว่าสมองชั้นกลางที่เรียกว่า mammalian brainจะเป็นสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์ การแสดงความรัก จึงเห็นมันแสดงอารมณ์มาก แสดงความจงรักภักดีต่อเจ้าของที่เลี้ยงมัน

       แต่ว่าก็น่าแปลกที่เจ้าปีโป้เขาจะแสดงความรัก ความจงรักภักดี ตามลำดับขั้นของคนในบ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ดังที่แม่ต้อยจะเล่าให้ฟังดังนี้

       ครั้งหนึ่งแม่ต้อยไปต่างจังหวัดกับครอบครัว ก็พาเขาไปด้วยเช่นเคย ปีโป้ นอนบนตักแม่ต้อย ข้างๆแม่ต้อยก็เป็นหัวหน้าครอบครัว ผู้ชายตัวใหญ่ที่คนที่มองครั้งแรกจะรู้สึกเกรงใจ หรืออาจจะกลัวไปเลยก็มี( แต่แม่ต้อยไม่กลัว..มีอะไรไหม?) เจ้าปีโป้ นอนบนตักแม่ต้อยสักพัก ก็ค่อยๆขยับตัวทีละนิดทีละนิดไปบนตักคุณผู้ชายของเขา จนแน่ใจว่าไม่ถูกดุแล้วจึงค่อยเลื่อนขึ้นไปนอนทั้งตัว และไม่กลับมานอนกับแม่ต้อยอีกเลย น่าหมั่นไส้นัก

       พฤติกรรมเยี่ยงนี้จะเกิดประจำ หากวันใดแม่ต้อยอยู่บ้าน เขาจะมานั่งเฝ้า นั่งรอ ไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมไปกับใคร แต่หากแม่ต้อยไม่อยู่ที่บ้าน เขาจะเลื่อนลำดับความรักไปนั่งเฝ้าลุกชายคนโต  และสุดท้ายหากไม่มีใครอยู่จริงๆ เขาจะเลื่อนลำดับไปเอาอกเอาใจลุกชายคนเล็กของแม่ต้อยแทน

       และด้วยความที่เขาอายุน้อยที่สุดของหมาสามตัวที่มี  และช่างประจบแม่ต้อยจึงมักจะอนุโลมเป็นกรณีพิเศษให้เจ้าปีโป้ในทุกเรื่อง เช่นการได้เข้านอกออกใน การได้นั่งรถไปเที่ยว  ไปต่างจังหวัด จนเป็นที่หมั่นไส้ของบรรดาลูกๆยิ่งนัก

       ปีโป้ จึงได้รับการขนานนามจากลูกๆของแม่ต้อยว่า เด็กเส้น

       ปีที่ผ่านมาแม่ต้อยได้แม่บ้านคนใหม่ที่มีนิสัยรักหมามาก ประกอบกับปีโป้โตเป็นหนุ่ม มีนิสัยชอบฉี่รดในที่ต่างๆเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  เจ้าปีโป้จึงเปลี่ยนที่นอนจากห้องนอนแม่ต้อยไปนอนข้างล่างแทน วันที่ย้ายที่นอน แม่ต้อยนึกในใจว่าปีโป้ต้องร้องครวญครางทั้งคืนแน่นอน เพราะแปลกที่ และเขาเคยนอนกับแม่ต้อยทุกวัน  แต่ตรงข้าม ปีโป้นอนหลับสบายราวกับหนุ่มๆที่ได้รับอิสรภาพ คนที่นอนไม่หลับคือแม่ต้อยนั่นแหละ

       ตอนนี้ ที่แม่ต้อยกำลังเขียนเรื่องเล่านี้ ปีโป้ก็นอนเฝ้าแม่ต้อยเช่นเคย ไม่ยอมไปไหน

เรียกว่ายังคงรักษาคำว่า เด็กเส้น ได้อย่างคงที่คงวา

 สวัสดีครับ ผม" ปีโป้"เด็กเส้นครับ  วันนี้เพิ่งไปวิ่งเล่นมาครับ มอมแมมเล็กน้อยครับผม