วัฒนธรรมการนอนสะลี

วัฒนธรรมการนอนสะลี



   “คำว่า“ปู๋สะลี” แปลว่าปูที่นอน เป็นประเพณีทางเหนือของไทยค่ะ สมัยก่อนเวลาลูกสาวจะออกเรือน พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะเตรียมเย็บผ้าปูที่นอน ที่นอน ผ้าห่มไว้สำหรับใช้ในห้องหอ คำว่าปู๋ คือการปูหรือเตรียม ส่วนคำว่าสะลี หมายถึงฟูกหรือที่นอนนที่เย็บปํนพับๆ ยัดด้วยงิ้ว อันมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างเด่นชัด จนถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของคนล้านนา ซึ่งวันนี้เราจะว่าด้วยวัฒนธรรมการนอนค่ะ”

สัมภาษณ์ยายเตียม กันทะวัง
(แนะนำตนเองและพูดถึงอาชีพเย็บคาบสะลี)

“ยายเตียม มีอาชีพเย็บคาบสะลี หรือฟูกที่ยังไม่ได้ยัดนุ่น
หรืองิ้วมาเป็นเวลานานหลายปี บอกให้ฟังถึงวิธีการเย็บว่า”

สัมภาษณ์ยายเตียม (เอกลักษณ์ของสะลี)

     “เอกลักษณ์และความโดดเด่นที่เราเองคาดไม่ถึงและไม่เคยรู้มาก่อนเนื่องจากไม่เคยสังเกตว่านอกจากที่นอนชนิดนี้มักจะเป็นสีแดง มีลวดลายเป็นตารางๆ ทอด้วยผ้าฝ้าย มีเนินลูกระนาด เป็นพับๆ แล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย”

สัมภาษณ์ยายเตียม (เอกลักษณ์ของสะลี)

    “นอกจากวัฒนธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อที่ว่า ศรีษะนั้นเป็นของสูง ที่นอนของคนล้านนาจะสลับเอาหัวไปไว้ทางปลายเท้าเอาปลายเท้ามาไว้ด้านบนนั้นถือว่าขึด หรือไม่เหมาะสม จึงมีการทำลูกฟูกด้านหนึ่งให้มี 5 ลูกเป็นการทำตำหนิไว้ เพื่อให้คนที่ใช้จะได้ไม่สับสน ตอนนำที่นอนไปพึ่งแดด”



“ความพิเศษของสะลี ดังคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่า ถือเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่รู้จักคิดและรู้จักทำ ประยุกต์เอาวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาดัดแปลงใช้ประโยชน์ แม้ว่าวันนี้สะลีหาได้ยากเต็มที เพราะวัสดุอย่างนุ่นหรือต้นงิ้วแทบไม่มีให้เห็น ตลอดจนเส้นใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์ ฟองน้ำ ยางพารา วัสดุสังเคราะห์อื่นๆ เข้ามาแทนที่ รูปแบบการนอนเปลี่ยนไป สะลี จึงเป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่กำลังจะสูญหายไป”
ขอยคุณความรู้ ดีดี จาก http://www.fm100cmu.com/blog/Lanna/content.php?id=198