"ความลับ" เล็กๆสู่ความสำเร็จของทีมงาน ที่ได้ถูกไขออกด้วย "กุญแจ" ดอกหนึ่ง

ในที่ทำงานผม พึ่งรู้จักกับ Dialouge ได้เพียงปีกว่าๆ (ตั้งแต่ ก.ย. 50)

โดยได้รับการถ่ายทอดกระบวนท่าเคล็ดวิชา  "สุนทรียสนทนา"  หรือ Dialogue
ตามแนวทางของท่านปรมาจารย์ David Bohm
จาก ท่านอาจารย์ ดร.มนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร
ซึ่งปัจจุบันท่านก็ไปช่วยงานที่ สคส. เพื่อถ่ายทอดความรู้
และฝึกฝนทักษะ Dialogue ให้กับหน่วยงานที่สนใจ

 

หลังจากที่รับเคล็ดวิชาจากท่านอาจารย์มนต์ชัย
เป็นเวลา 2 วันเต็ม  ท่านอาจารย์ได้สรุปเคล็ดวิชาสั้นๆ ว่า

"ดู Dialogue ให้ดู Meaning Flow"

 

ซึ่งก็ทำเอางงงวยกันไปพักใหญ่ว่าอะไรหนอ คือ "Meaning"
และมันจะ "Flow" ไปได้อย่างไร


ทางพี่ที่ทำงานผม "พี่ออ"   
ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องการพัฒนาคน และเรื่องการจัดการความรู้ในองค์กร
ก็ได้กล่าวทำนองว่า

"อยากหายงง ก็คงต้องลองทำ"

หลังจากนั้น พี่ออก็ได้พยายามรณรงค์ เผยแพร่ Dialogue ให้กับหน่วยงานต่างๆ

โดยพี่ออ ก็มีทีมงานเป็นน้องๆ อีก 3-4 คน  และผมซึ่งจริงๆ แล้ว
ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงเหมือนทุกท่าน เพียงแต่หลงเสน่ห์
หลงไหลในเวทมนตร์ และพลังของ Dialogue

จึงได้ขอพี่ออ (เล่นเส้นเล็กน้อย...แบบว่าหนิดหนมน่ะ!)
เพื่อร่วมในทีมอีกหนึ่งคน (เสนอหน้า...ว่างั้นเถอะ!)

ก็ต้องขอขอบคุณพี่ออ และน้องๆทีมงานเป็นอย่างยิ่ง
ที่ได้หยิบยื่นโอกาสดีๆให้เสมอมา
และทำให้ได้ประสบการณ์เล็กๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนกันใน
G2K Academy แห่งนี้


ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมก็ได้มีโอกาส ติดสอยห้อยตาม พี่ออ และทีมงาน
ไปเผยแพร่  และฝึกทักษะในเบื้องต้นให้แก่หน่วยงานต่างๆ
นับรวมทั้งสิ้นก็ประมาณ 10 กว่าครั้งเห็นจะได้ครับ
แล้วในโอกาสต่อๆ ไป อาจจะลองคัดเลือก
ประสบการณ์เก่าๆ ครั้งที่น่าประทับใจ หรือมีอะไรแปลกๆ
มาร่วมแลกเปลี่ยนกันครับ

กิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา
เพราะส่วนใหญ่จะเน้นการฝึกฝนทักษะ Dialogue และไม่ได้คาดหวังผลเท่าไหร่

 

แต่ครั้งนี้มีโจทย์ครับ...

 

กิจกรรม Dialogue ในครั้งนี้ พี่ออมีความประสงค์
จะใช้เพื่อระดมความคิดสร้างสรรค์
ในการหารูปแบบสำหรับงานพิธิเปิดกิจกรรมภายในหน่วยงาน
ที่จะจัดขึ้นในราวเดือน เม.ย.  52 นี้

ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายพอสมควร
เพราะเป็นการลงสนามการใช้งานจริง
แล้วทีมงานเราซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิงฆ์สนามซ้อมจะเอาอยู่มั๊ยเนี่ย ???
(แอบเครียดเล็กๆ...)

 

เช้าวันก่อนกิจกรรม Dialogue (17 ก.พ. 51) 
ทีมงานได้มีโอกาสนัดพบที่บาร์ (BAR) หน้าอำเภอ
คุยกันประมาณครึ่งชั่วโมง

ได้ข้อสรุปว่า  Dialogue วันนี้ เราน่าจะมีการทดลองรูปแบบใหม่ๆ
โดยจะประยุกต์ใช้หลักการของ "กฎแห่งการดึงดูด"  - Law of Attraction
เข้ากับกระบวนการ Dialogue...
(ขอเกาะกระแส The Secret  อันโด่งดังหน่อยนะครับ)

11.00 น.  ฤกษ์งามยามดี

เริ่มกระบวนการ Dialogue ...
พี่ออ ได้กล่าวโหมโรง ก่อนเข้าสู่กิจกรรม
โดยทำความเข้าใจกับทุกท่าน ให้ใช้จินตนาการ
นึกถึงภาพบรรยากาศของงานพิธีเปิดที่แต่ละท่านอยากจะเห็น
หรืออยากให้เป็น   ซึ่งตรงนี้เป็นการประยุกต์ใช้
หลักการอันเป็น "ความลับ" ที่ไม่ลับจาก "The Secret"
ที่ให้เราพยายาม
จินตนาการถึงภาพของผลลัพท์ ที่อยากจะให้เกิดขึ้น
ก่อนที่จะลงมือดำเนินการใดๆ  

ในช่วงเริ่มต้นก่อนเริ่มวงสนทนา
ก็ให้แต่ละท่านหลับตา แล้วจินตนาการถึงภาพพิธีเปิด
ที่แต่ละท่านปรารถนาจะเห็น
โดยในช่วงนี้จะมีการเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ
มีเสียงธรรมชาติเป็นแบ็คกราวนด์
เพลงยาวประมาณ 5 นาที   
หรี่ไฟให้สลัวลงเล็กน้อย

หลังจากนั้นเมื่อเพลงจบ ก็เปิดไฟ
แล้วเริ่มเข้าสู่กระบวนการสนทนา

บรรยากาศระหว่างการสนทนาก็เป็นไปด้วยความราบรื่นพอสมควร
โดยแต่ละท่านก็จะพรั่งพรูถึงภาพพิธีเปิดในฝันของแต่ละคน
ซึ่งก็มีความน่าสนใจที่แตกต่างกันไปตามจินตนาการ

แม้ว่าจะมีสมาชิกบางท่าน ที่อาจจะมีพฤติกรรมการครองเวที
ใช้เวลามากกว่าท่านอื่นๆ อยู่บ้าง
(เพราะท่านนั้นยังไม่ได้ทราบเกี่ยวกับ
กฏ กติกา ของ Dialogue มาก่อน)

แต่เนื่องจาก สมาชิกในวงส่วนใหญ่มีพื้นฐาน ทักษะ
และเคยรับรู้รับทราบมาบ้างแล้ว
จึงทำให้สามารถประคองวงสนทนาไปได้ด้วยดี
ในส่วนของบรรยากาศการแลกเปลี่ยน ก็พบว่า มีอยู่มากเช่นกัน
ซึ่งแม้ว่าวงสนทนาในครั้งนี้ จะมีตั้งแต่ระดับ ผู้บริหาร ไล่ลงไปจนถึง
จนถึงน้องๆ ระดับปฏิบัติการ  ก็ไม่ได้ทำให้วงสูญเสียอิสระในการ
แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด   ตรงกันข้ามกับเต็มไปด้วยการให้เกียรติ
และเคารพในความคิดของแต่ละท่านที่นำเสนอ
ซึ่งทำให้ทุกคนล้วนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งอิสรภาพนี้ 
จึงเป็นเหตุให้มีความคิดดีๆ หลายๆ ความคิด
ออกมาสู่วงสนทนา  และเกิดการต่อยอดความคิดดีๆ ขึ้นหลายครั้ง

การสนทนาก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัด
พี่ออจึงยุติวงสนทนา ใช้เวลาไปประมาณ 50 นาที

หลังจากที่ยุติวงแล้ว ก็มีการสรุปประเด็นกันเล็กน้อย
โดยทีมงานผู้สังเกตการณ์
หลังจากสรุปเสร็จ สมาชิกในวงก็ยังมีการคุยกันต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
เข้าใจว่าหลายๆ ท่านยังคงอินอยู่กับประเด็น เนื้อหา และความคิดสร้างสรรค์
ของกลุ่มที่กำลังพรั่งพรูออกมา 
แต่ก็ยุติลงเพราะเสียงท้องเริ่มจะร้องแล้ว

หลังจากนั้น แต่ละท่านก็แยกย้ายกันกลับไปด้วยรอยยิ้ม
และพลังที่จะร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมต่อไป

 

บทเรียนรู้จากกิจกรรมครั้งนี้

  • การประยุกต์ใช้กฏแห่งการดึงดูด ร่วมกับกระบวนการ Dialogue อาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งสำหรับการระดมความคิดสร้างสรรค์ที่มีพลัง เพราะทุกคนมีโอกาสได้แลกเปลี่ยน "ภาพในฝัน"  อันเต็มไปด้วยบรรยากาศเชิงบวก ที่ทุกคนอยากเห็น และอยากทำร่วมกัน ซึ่งอาจเป็นแนวทางการสร้างพลังร่วม (Synergy) ของทีมงานได้อีกแนวทางหนึ่ง

  • การใช้กฎแรงดึงดูด ในระดับบุคคลอาจฝึกฝนได้ไม่ยากนัก แต่หากนำมาประยุกต์ใช้กับทีมงานก็คงจะต้องเปิดโอกาส เปิดเวที เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนภาพแห่งความฝันของกันและกัน และเมื่อนำมาบูรณาการกับ Dialogue จึงให้ผลลัพท์ที่น่าประทับใจ อาจมองว่าเป็นการสร้าง "ทีมงานแห่งการดึงดูด" ซึ่งน่าชวนให้ทดลองกับโอกาสอื่นๆต่อไป

  • กิจกรรมแบบนี้ อาจเป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งของการ Share Vision  ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

  • กิจกรรมแบบนี้ น่าจะเหมาะกับการใช้ในช่วงเริ่มต้นของการทำโครงการใหม่ๆ  ของคณะทำงาน หรือทีมงาน ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างพลังร่วมของทีมงาน ให้สามารถประสานงานและดำเนินการต่อไปได้อย่างสอดประสาน กลมกลืน อันเนื่องมาจากมีจุดร่วม (ในฝัน) เดียวกัน

 

และนี่ก็อาจเป็น "ความลับเล็กๆสู่ความสำเร็จของทีมงาน"

ที่ได้ถูก "ไข" ออกด้วยกุญแจดอกหนึ่ง ?

ลองทายดูซิครับว่ามันคือ "ดอกอะไร"

ยินดีที่ได้ร่วม "แลกเปลี่ยน เรียนรู้" เพื่อก้าวไปสู่ "นวัตกรรม" กับทุกท่านนะครับ