
ต่อให้เราเดินทางไกลสักแค่ไหน สักวันหนึ่ง เราก็ยังต้องหวนกลับคืนสู่บ้านอยู่วันยังค่ำ
...นั่นเป็นสิ่งที่ผมเชื่อมั่นเสมอมาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
ล่าสุด ในวันแห่งความรัก
ผมพาคนของความรักสัญจรกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า “กลับไปเพราะเหตุผลใด”

ที่บ้านเงียบราวกับถูกปิดไว้มานานวัน
หากแต่ภายหลังจึงรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังพาชาวบ้านเตรียมงานอันสำคัญอยู่ที่วัด ซึ่งไม่นานนัก พ่อก็กลับลงมารับหลานชายคนโปรดไปเล่นที่วัด ส่วนผมและเพื่อนชีวิตก็ถือโอกาสพักผ่อนกันอยู่ที่บ้าน
ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าบ้านเปลี่ยนแปลงไปกี่มากน้อย
นั่นก็เป็นเพราะว่า ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน จึงแทบจะบอกไม่ถูกเลยว่า อะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ตกมาปีนี้,
ผมพูดคุยกับเพื่อนชีวิตเกี่ยวกับ “บ้าน” ของ “เรา” ...โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชายทุ่งท้ายหมู่บ้าน พอเย็นย่ำก็คงได้ชื่นชมกับพระอาทิตย์ลับฟ้า เพราะนั่นคือความงดงามที่มหัศจรรย์เป็นยิ่งนัก และนานมากโขเลยทีเดียวที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้มองภาพนั้นอย่างเต็มวิถี

ผมตัดสินใจที่จะกลับมาปลูกบ้านหลังเล็กๆ ที่บ้านเกิดของตนเอง โดยมีพื้นที่ในราว 6 ไร่เป็นพื้นที่แห่งความหวังของชีวิต พร้อมๆ กับการวาดฝันไว้ว่าในพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากต้น มีมุมผูกเปลนอนอ่านหนังสือ มีสวนผัก มีสนามกีฬาเล็กๆ มีเรือนสักหลังไว้สำหรับพบปะเสวนา มีห้องสมุดสักห้องที่รองรับเด็กๆ ในหมู่บ้านให้เขามาอ่านมาเขียน –
... อย่างน้อยเดือนละสองครั้ง ผมตั้งใจว่าจะชวนเด็กๆ ในหมู่บ้านเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน มาอ่าน มาเขียน มาเรียนเรื่องราวชุมชน ปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับเขา และถ้าเป็นไปได้ หากมีเงินมีทอง ผมก็จะทำเป็นสถานที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลของหมู่บ้าน เพื่อให้เห็นร่องรอยจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน...

ครับ - มันเป็นความฝันที่ยังอยู่ไกลจากความเป็นจริงนัก
แต่ผมก็ยังบอกย้ำกับใจตัวเองเสมอมาว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ... ทุกอย่างต้องการเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น”
และถ้าเป็นไปได้..
อีกไม่เกิน 10 ปี บางทีผมอาจกลับไปอยู่ที่บ้านอย่างจริงจัง ไปช่วยพัฒนาหมู่บ้าน และอยู่กับวิถีที่ตนรัก และผูกพัน พร้อมๆ กับการเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่หมู่บ้านกำลังพบเจออย่างไม่หยุดยั้ง
มันเป็นความฝันที่ผมสัมผัสได้ว่า .. ความฝันที่ว่านี้จะเป็นแรงผลักให้ผมมีพลังต่อการมีชีวิตอยู่ และความฝันที่ว่านี้ จะเป็นเครื่องนำพาให้ชีวิตรู้คุณค่าของการดุ่มเดินไปยัง "ความฝัน" ของตนเองทีละนิดทีละน้อย
ซึ่งตอนนี้ ผมก็รู้สึกเสมอว่า ผมกำลังค้นหาวิถีแห่งการเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของตนเอง แล้ว -


หมายเหตุ
ภาพในบันทึกนี้ เป็นภาพที่ถ่ายอย่างกะทันหัน ไม่มีโอกาสได้จัดระบบความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสงอย่างที่ควรจะเป็น เพียงไม่ถึง 10 วินาที ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมหัศจรรย์ ท้องฟ้าหลังพระอาทิตย์ลับลา งดงามและมหัศจรรย์อย่างบอกไม่ถูก และที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่ผมชอบที่จะไปเยี่ยมมองเมื่อกลับบ้าน
สวัสดีค่ะ
.....มีห้องสมุดสักห้องที่รองรับเด็กๆ ในหมู่บ้านให้เขามาอ่านมาเขียน – อย่างน้อยเดือนละสองครั้ง ผมตั้งใจว่าจะชวนเด็กๆ ในหมู่บ้านเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน มาอ่าน มาเขียน มาเรียนเรื่องราวชุมชน ปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับเขา และถ้าเป็นไปได้ หากมีเงินมีทอง ผมก็จะทำเป็นสถานที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลของหมู่บ้าน เพื่อให้เห็นร่องรอยจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน...
* แวะมาอ่านบ้านในฝันค่ะ
* ฝากภาพไต่ความฝันมาเป็นกำลังใจค่ะ
วัดผาน้ำทิพย์-----วัดผาน้ำย้อย-----ภูจ้อก้อ----หาแม่
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับ . นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
ผมฝันเช่นนั้น และเป็นความฝันที่ตนเองอยากทำให้ได้ การเฝ้าฝันในวันนี้ จึงเป็นการเตือนให้ตัวเองได้รู้สึกตนเสมอว่ามี "จุดหมาย" เช่นใดบ้าง
ผมโชคดีไม่น้อยที่ได้ทำงานในท้องถิ่นที่ไม่ไกลนักจากบ้านเกิด การตัดสินใจที่จะไม่ปักหลักที่เมืองมหาสารคามนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความผูกพันกับวิถีของบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองเป็นสำคัญ ส่วนที่เหลือก็คงต้องเป็นการวางแผนเรื่องการศึกษาของลูก
แต่ละวันผ่านไปเร็วมากเลยทีเดียว บางทีเรายิ่งเดินหน้า คล้ายกับว่าความฝันก็เดินห่างออกไปจากเราเหมือนกัน
แต่ยังดีที่เรายังรู้สึกได้ว่า ความฝัน..หรือ..จุดหมายที่ว่านั้น เรายังมองเห็น และสัมผัสได้บ้าง จึงยังพอมีกำลังใจที่จะสู้และเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ บัวปริ่มน้ำ
วันวาเวนไทน์ ปีนี้ไม่มีอะไรพิเศษเลยครับ อยู่ในช่วงเคร่งเครียดจากภารกิจต่างๆ แต่ก็พยายามปล่อยวางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
การกลับบ้าน ช่วยให้ชีวิตแช่มชื่นขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว ได้ผ่อนคลาย ได้เห็นภาพทิวทัศน์ของบ้านเกิดและท้องทุ่งตามรายทาง สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมโดยแท้
หลายสิ่งหลายอย่างเป็นฉากชีวิตที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ผมก็ยังเห็นภาพรอยต่ออันเป็นชีวิตที่แจ่มชัด ไม่ทุกข์กับปัจจุบัน แต่ก็ไม่ลืมเลือนภาพความทรงจำของอดีต ..ยอมรับและทำความเข้าใจเรื่อยมา
ขอบคุณครับ
คุณพนัส
ภาพสวยมากๆ
การได้ทำอะไรที่เราอยากทำ และสามารถทำได้ น่าจะเป็นความสุขที่เราสามารถหาได้เองค่ะ
สวัสดีครับ พี่ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ภาพนี้ผมบันทึกแบ่งเร่งด่วน ความเข้ของแสงไม่สมบูรณ์นัก เพราะรู้ดีว่าเสี้ยววินาทีนั้นสำคัญมาก ..
สถานที่ดักงล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนลำปาวที่ทอดตัวมายังท้ายหมู่บ้านของผม , ทุกครั้งที่กลับบ้าน ผมมักถือโอกาสแวะเวียนไปชื่นชมร่องรอยชีวิตของตนเอง ณ ที่นั่นเสมอ
กรณีการกลับไปปลูกบ้านนั้น, ...
ผมใฝ่ฝันไว้นานแล้ว แต่เพิ่งปลงใจกับคุณเจี๊ยบเมื่อไม่นานมานี้เอง
การเขียนบันทึกนี้ จึงเป็นเสมือนการกระซิบเตือนให้ตัวเองได้รู้ว่า ..นี่คือส่วนหนึ่งอันสำคัญของชีวิต และเป็นประหนึ่งการย้ำให้เรารู้ว่านั่นคือจุดหมาย หรือเป้าหมายที่เราต้องเดินไปให้ถึง ไม่ใช่เดินทางอย่างไร้จุดหมาย แต่ก็จะพยายามไม่ให้ความฝันที่ว่านั้น กลายมาเป็นแรงกดทับให้ตัวเองรู้สึกเหนื่อยและหนักอึ้งจนทำอะไรไม่ได้ ...
...
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะครับ
สวัสดีครับ พี่เกศ - เกศนี
ขอบคุณดอกไม้สวยๆ ดอกนี้นะครับ ...
โลกโชคดีมากที่มีดอกไม้มาประดับเป็นสีสัน ช่วยให้โลกและชีวิตของคนเราไม่แห้งผากและไร้ซึ่งชีวิต
หากแต่การดูแลนั้น ก็ช่างยิ่งใหญ่และยากยิ่งนัก
...
สวัสดีค่ะอาจารย์แผ่นดิน
เทียนน้อยชอบจังค่ะ แนวคิดนี้ตรงใจจังเลยคะ
"ผมตัดสินใจที่จะกลับมาปลูกบ้านหลังเล็กๆ ที่บ้านเกิดของตนเอง โดยมีพื้นที่ในราว 6 ไร่เป็นพื้นที่แห่งความหวังของชีวิต พร้อมๆ กับการวาดฝันไว้ว่าในพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากต้น มีมุมผูกเปลนอนอ่านหนังสือ มีสวนผัก มีสนามกีฬาเล็กๆ มีเรือนสักหลังไว้สำหรับพบปะเสวนา มีห้องสมุดสักห้องที่รองรับเด็กๆ ในหมู่บ้านให้เขามาอ่านมาเขียน"
ภาพพระอาทิตย์ขึ้นริมบึงของหมู่บ้านข้างๆวัดในวันมาฆบูชา
เทียนน้อยอยากไปทำบ้านดิน ทำห้องสมุดเล็กๆ รวมกลุ่มเยาวชนเด็กๆ
ทำกิจกรรมจิตอาสาเริ่มจากเล็กๆทำแนวเศรษฐกิจพอเพียง
ทำแหล่งเรียนรู้ภายในหมู่บ้าน ...วันหนึ่งนะคะอาจารย์ ^_^
ฝันที่เป็นจริงนะคะ การกลับบ้านเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ ทรายก็ฝันว่าวันหนึ่งจะกลับบ้านเช่นกัน กลับบ้านเรารักรออยู่ค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาช้ายังดีกว่าไม่มานะคะ ภาพสวยได้ใจจริงๆค่ะ
นึกถึงสมัยเป็นเด็ก ไม่ค่อยจะมีที่เล่น นอกจากลานวัด
ยังจำ "พาน้องไปเล่นวัด" ได้ดีและชัดเจนมาก
อาจารย์คงเป็นเด็กสมัยใหม่ คงไม่เคยไปเล่นวัด
ธรรมชาติของลูกผู้ชายไม่คอยจะนึกถึงบ้าน
เข้าทำนอง (ได้ใหม่มักหน่าลืมซู้ผู้เก่าหลัง)
คนที่คิดถึงบ้านน่านับถือจริงๆ ชื่นชนค่ะ