รักแท้

วันนี้เป็นวันแห่งความรัก แต่แม่ต้อยยังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนอย่างเกียจคร้าน กะว่าสักพักจะต้องตื่นนอนแล้ว เพราะ ว่าวันนี้นัดกับน้องพอลล่าจะไปร่วมงานเวทีเติมหัวใจให้สังคม ซึ่งสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการจัดด้วย สำหรับในครั้งนี้จะจัดที่เสถียรธรรมสถานและก็พอดีที่ตรงกับวันแห่งความรักด้วย

              ยังไม่ทันที่จะลุกจากเตียง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังลั่น แม่ต้อยรีบกระโดดจากเตียงอย่างรวดเร็ว มองดูนาฬิกาเอ๊ะ นี่เพิ่ง ๗ โมงเช้าทำไม พอลล่ามาเร็วจังนะ!!!

              แต่เมื่อรับโทรศัพท์ ก็อดอมยิ้มขำๆไม่ได้  เพราะว่าไม่ใช่พอลล่า แต่เป็นเสียงที่คุ้นหูมาเกือบสามสิบห้าปีที่อยู่ด้วยกันมาของผู้ชายคนหนึ่งพูดมาแบบเคอะๆเขินๆว่า วันนี้เป็นวันแห่งความรักเลยโทรมาหานะ   ไปตักบาตรทำบุญเผื่อด้วยแล้ว

              ชีวิตวันนี้ของแม่ต้อยจึงเริ่มจากความรัก แต่ว่าเป็นความรักที่เพิ่มมิติขึ้นมาเป็นความรักหลายมิติ ที่จะเล่าต่อไปนี้คะ

              ที่เสถียรธรรมสถานซึ่งเป็นที่ จัดประชุมนั้น วันนี้มีผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ วัยรุ่น และเด็กนักเรียนที่สนใจเข้ามาร่วมงาน เมื่อเข้าไปถึงก้าวแรกก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่น สวยสงบ ร่มเย็น แทบไม่น่าเชื่อว่าเมื่อหนึ่งนาทีที่ผ่านมาเรายังอยู่บนถนนที่จอแจรถติดหนับ เหมือนกับว่าเราเดินเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

   ร่มรื่นมากคะ แทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ติดถนนใหญ่

  คนนี้จำได้ไหมคะ อีกมุมหนึ่งคะ

             

 เราได้รู้จัก ป้าเขียว ที่เป็นหมอนวดแผนโบราณได้ช่วยเหลือผุ้คนที่เจ็บป่วยมามากมายด้วยการใช้ยาสมุนไพรในป่า บางครั้งต้องดูแลทั้งวันทั้งคืน บางครั้งยังต้องทำอาหารเลี้ยงคนป่วยด้วย เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป  ป้าเขียวถูกเรียกว่า หมอเถื่อนจนหมดกำลังใจ

จนวันหนึ่งเมือชาวบ้านแบกชายชราที่หมดสติมาและมาร้องขอให้ช่วยหน่อยจึงลองดูอีกครั้ง จนหายและกลับบ้านได้  แท้จริงแล้วป้าเขียวได้ใช้ความรู้และวิชาหมอแผนโบราณที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษดูแลและรักษาคนไข้  ป้าเขียวบอกว่าสิ่งที่หมอแผนโบราณต้องยึดคือ คุณความดี ซึ่งจะไม่มีวันหมด  และปรากฎว่าในภายหลังคนป่วยที่ได้เคยช่วยเหลือได้กลับมาช่วยเหลืองานของป้าด้วยหัวใจจริงๆ

       วันนี้ป้าเขียวมาร่วมกิจกรรมด้วยและเมื่อถึงคราวที่พวกเราแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้สึกให้กับเพื่อนที่นั่งตรงหน้าเราด้วยการนวดหลัง ต้นคอ ท่านอาจารย์ ที่จับคู่ป้าเขียวถึงกับรำพึงว่า สบายจัง เพิ่งทราบว่าเป็นหมอแผนโบราณนี่เอง

      

       ครูวีระ เป็นครูที่เห็นความสำคัญของเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่เริ่มมีปัญหาหรือกลุ่มเสี่ยง  ได้ใช้ดนตรีและธรรมะปั้นแต่งให้เด็กๆเป็นคนดี เปิดบ้านรับเด็กนักเรียนมาอยู่ด้วยเหมือนเป็นลูกของตัวเอง มีภรรยาทำหน้าที่เป็นแม่ทำอาหารเลี้ยงตาม อัตภาพมีเท่าไหร่ก็กินเท่านั้น นักเรียนทุกคนเรียกคุณครูว่า พ่อ  แม่ต้อยแทบน้าตาซึมเมื่อเห็นภาพที่ลูกๆของคุณครูขึ้นแสดงเวทีคอนเสริตอย่างมืออาชีพ มีความมั่นใจและภาคภูมิในตัวเขาเอง จนปัจจุบันคุณครูมีลูกที่มีอาชีพมั่นคง แต่ครูก็ยังทำเหมือนเดิมทำเช่นนี้มาเป็นเวลา ๒๓ ปี

ตรงนี้ทำสมาธิดีคะ

 

       มีเรื่องราวดีดีอีกมากมาย  แต่ที่แม่ต้อยชอบใจมากคือการที่ได้เห็นเด็กนักเรียนวันรุ่นทั้งหญิงชายใส่เครื่องแบบนักเรียนบ้าง หรือแต่งตัวตามสบายบ้าง เข้ามาร่วมและฝึกหล่อเลี้ยงความดีงามเหล่านี้ หลายๆคนเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ดูแล้วน่าชื่นใจและปลื้มใจแทนคนที่เป็นพ่อเป็นแม่มากๆ

  น้องๆวัยรุ่นมาร่วมทำกิจกรรม

 

       วันนี้จึงเป็นวันดีอีกวันของแม่ต้อย ที่ได้เห็นและเรียนรู้ทั้งจาก ป้าเขียว และคุณครูวีระ ว่า รักแท้นั้นมีจริง เป็นความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นความรักที่ไม่มีประมาณ และไม่มีเงื่อนไข พร้อมที่จะให้ได้กับทุกๆคน แม้ว่าจะตัวผู้ให้จะลำบาก หรือไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม

       และแม่ต้อยก็อยากจะขออวยพรให้ทุกคน ได้มีรักแท้ หรือสร้างรักแท้ขึ้นมาได้ในวันแห่งความรักนี้ด้วยนะคะ

สวัสดีคะ