ดูท่าว่าคืนนี้ผมจะล้มเหลวกับสิ่งที่ตั้งใจไว้ทั้งสองเรื่องครับ เรื่องแรกคือ งดกาแฟ เพราะตอนนี้ไปเสียบปลั๊กกาต้มน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว อย่างที่สองคือ ตั้งใจจะเขียนบทความเกี่ยวกับการสร้างคุณภาพในอิสลาม ฮือ คืนนี้เขียนไม่ออกอีกแล้วครับ เมื่อวานได้ข้อเสนอแนะจากอ.ซอลีฮะห์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการเกี่ยวกับรายงานวิจัยที่เขียนเสร็จใหม่ (ยังไม่ได้ทบทวน ตรวจสอบ) ว่า บางเรื่องอ่านแล้วต้องตีความ (ไม่เข้าใจ ฮิฮิ) ส่วนบทที่น่าประทับใจมากคือบทที่สี่ เกี่ยวกับนโยบายของรัฐกลันตันต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐ ซึ่งบทนี้ส่วนใหญ่เป็นการนำเอาคำพูดของโต๊ะฆูรู นิอับดุลอาซีซ มุขมนตรีรัฐกลันตันมานำเสนอ พร้อมกับการอ้างอิงข้อมูลอื่นๆ ซึ่งความจริงคือ ตอนผมฟังมุขมนตรีให้สัมภาษณ์ ผมก็ประทับใจแล้วละครับ ตอนนั่งเขียนรายงานก็ยังเกรงเลยครับว่า จะนำเสนอให้เห็นอารมณ์ของผมที่มีต่อการพูดคุยของมุขมนตรีให้ดีหรือเปล่า เมื่ออาจารย์กะฮะห์พอใจ ผมก็ใจชื่นขึ้นเยอะครับ

การเขียนรายงานวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับผมครับ โดยเฉพาะความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการเรียนใน ป.เอก และจากคำแนะนำของ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ และ ดร.สายพิณ ที่ปรึกษาโครงการวิจัยชุดนี้ได้ให้เมื่อมีการนำเสนอความก้าวหน้า ก่อนหน้านี้ผมเขียนรายงานวิจัยเชิงคุณภาพไปสองชิ้นแล้วครับ ซึ่งสองชิ้นนั้นผมก็ยังบอกกับตัวเองเลยว่า อารมณ์ขณะทำวิจัยมันไม่ปรากฏในรายงานวิจัย ทั้งๆ ที่มันเป็นคุณภาพ และตัวผู้วิจัยคือเครื่องมือ แต่เครื่องมือไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้หมด เสียดายจัง

การเขียนรายงานวิจัยชิ้นล่าสุด แรกๆ ก็ออกเป็นแบบเดิมครับ แต่ดีว่าได้รับคำแนะนำดีๆ เพราะกับคำพูดของอาจารย์สายพิณที่ว่า "รายงานของอาจารย์มันแข็งไป ไม่น่าอ่าน" ข้อแนะนำนี้ทำให้ผมต้องไปหยิบงานวิจัยเชิงคุณภาพหลายเล่มมาอ่าน เพื่อดูว่าเขาเขียนกันยังงัย บางเล่มอ่านแล้วก็บอกได้เลยว่าน่าเบื่อเหมือนงานผมเลย บางรายงานอ่านแล้วสนุก เพลิน และเห็นบรรยากาศ ซึ่งรอบนี้ผมก็เลยลองเปลี่ยนแนวครับ ก็ต้องยอมรับครับว่า สมองส่วนหนึ่งมันยังฟังใจกับรูปแบบเดิมๆ ครับ ดังนั้นงานนี้เลยยังชมตัวเองไม่ได้ครับว่า เขียนดีแล้ว น่าอ่านแล้ว แต่บอกได้เพียงว่า แค่ดีกว่าเดิมเท่านั้นเอง

วันนี้มีประเด็นให้ได้คุยอีกประเด็นหนึ่งครับ นักศึกษาคุยระหว่างส่งงานที่โต๊ะครับ เขาพูดขึ้นว่า "ถ้าทำทุกเรื่องที่อาจารย์สอนไป การสอนของผมที่โรงเรียนเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นครับ" ได้ยินแล้วปลื้มใจตัวเองครับ ว่า แสดงว่า เนื้อหาที่เลือกมาสอนมันสอดคล้องกับสิ่งที่นักศึกษาจะต้องเอาไปใช้จริงๆ แต่ก็ตอบแย้งนักศึกษาไปครับว่า "โอ้ย ทำไม่เป็นอีกได้งัย ก็เรียนไปแล้ว ถ้าทำยังไม่เป็น ผมไม่ให้ผ่านหรอก" ฮิฮิ ผมไม่ได้โหดขนาดนั้นครับ เพราะผมไม่ได้สอนนักศึกษาให้เป็นนักเทคโนโลยีการศึกษาครับ ผมสอนเพียงเพื่อให้เขารู้จักกับเทคโนโลยีทางการศึกษา รู้จักนวัตกรรมเพื่อการนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในการสอนจริงๆ แต่จะให้เชี่ยวชาญอย่างคนจบเทคโนฯ คงลำบากครับ ดังนั้นเอาแค่ให้เขารู้จักเครื่องมือ และรู้ว่า เมื่อต้องการอย่างนี้อย่างนั้น จะใช้เครื่องมืออะไร แต่ถ้าจะหาความชำนาญเชี่ยวชาญก็คงอยู่ที่นักศึกษาเองแหละครับที่จะให้ความใส่ใจฝึกฝนเพิ่มเติม

เรื่องการฝึกฝน การศึกษาเพิ่มเติม การไม่หยุดศึกษาค้นคว้า เป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตครับ ข้อสรุปของบทเรียนคืนนี้