ขออย่าได้ลืม ที่ขอร้องเอาไว้

  ได้นั่งสนทนากับคุณลุงสมบัติ ราวๆ สองชั่วโมงมีทั้งทบทวนเรื่องที่เคยคุยกันมาแล้ว และเรื่องราวที่ยังไม่เคยรู้กันมาก่อน เป็นความสบายใจในวันนี้ และเป็นการให้กำลังใจแก่กันและกัน ในวาระพิเศษด้วย

 วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552 คือวันเดินทางจากบ้านเรือน และไปพักเตรียมตัวที่วัดตะโหนด 1 สัปดาห์ จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 คุณลงก็จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสดิ์ อีกครั้ง

 ผู้เขียนคิดว่า จากที่เคยพูดคุยกันมา คุณลุงมีประสบการณ์ เคยปฏิบัติธรรม แบบปลีกวิเวกอยู่บ่อยๆ ก็คงเป็นการปฏิบัติธรรม ที่ถูกอัธยาศัย อีกทั้งก็ห่างไกลบ้านเรือนครอบครัวพอสมควร

  ในขณะที่เล่าเรื่องราวกันนั้น ตอนหนึ่งคุณลุงสมบัติ ได้มีคำขอร้องผู้เขียนไว้สองข้อ ท่านยกมือไหว้ และเอ่ยคำขอร้องนั้น

ข้อที่ 1.ขอให้ผู้เขียน ช่วยโปรดเป็นกัลยาณมิตร ดูแลให้กำลังใจแก่ภรรยาท่านด้วย ในขณะที่ท่านเดินทางออกจากบ้านไปแล้ว ช่วยพูดช่วยแจกแจง ให้เห็นความสำคัญ ที่ท่านตัดสินใจ บวชคราวนี้ ภรรยา อาจจะมีความโศกเศร้าโศกาอาดูรบ้าง แต่ไม่นาน ก็คงจะเคยชินรับสภาพได้ ท่านได้ขออนุญาตจากเธอแล้ว แต่เชื่อว่า ขณะนี้ คงจะยังไม่คิดอนุโมทนากับท่าน เต็มร้อยนัก ต่อไปในวันข้างหน้า ฝากคุณหมอด้วย

ข้อที่ 2. สำหรับตัวคุณหมอเอง หากต่อไปในภายภาคหน้า ได้ปฏิบัติธรรมก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ ขอร้องไว้อย่างหนึ่งคือ โปรดอย่าติดสุขกับสมาธิจนเกินไป ให้นำข้อธรรมะมาพิจารณาให้เห็นจริง และอย่าได้หลงในฤทธิ์เดช ที่จะได้มา เพราะจะทำให้เสียเวลา ไปมาก วันนี้อาจยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าวันข้างหน้า ได้มีประสบการณ์เหล่านี้ ขออย่าได้ลืม ที่ขอร้องเอาไว้

     รู้สึกซาบซึ้งกับการเป็นกัลยาณมิตรที่ดีตลอดมา จนกระทั่งถึงวันนี้ ของคุณลุงสมบัติ ที่มีต่อผู้เขียน สำหรับคำขอร้องทั้งสองข้อนั้น จะจดจำเอาไว้เสมอ

 สุดท้ายก่อนที่จะลาจากมา ผู้เขียนได้เกิดศรัทธา อยากร่วมบุญในการเดินทาง หรือองค์ประกอบในการบวชครั้งนี้ จึงได้มอบปัจจัย ให้แก่คุณลุง จำนวนหนึ่ง ขณะที่ยกมืออธิษฐานดังๆ

 "ขออนุโมทนาบุญกับคุณลุงในการบวชครั้งนี้ ขอให้สิ่งที่ยังค้างคาใจ และยังตัดใจไม่ได้ จงตัดใจได้ และขอให้ได้พบกับความเจริญแห่งจิตใจ ตามที่ปรารถนาทุกประการ"

  คุณลุงสมบัติรับปัจจัย ที่ผู้เขียนขอมีส่วนร่วมบุญในการบวชครั้งนี้ และกล่าวว่า "ผมรับเงินของหมอมานี้ โดยไม่มีความรู้สึกในการละโมบ อยากได้แต่ประการใด แต่รับด้วยความปิติใจ และขอให้คุณหมอ มีส่วนในบุญนี้ทุกประการเช่นกัน"

     การลาจากกันอย่างกัลยาณมิตร ที่มีแต่กำลังใจแก่กัน แต่ขณะนี้ มองดูเหมือนว่า เส้นทางที่กำลังจะเดินจากไปนั้น แยกออกจากกันไปอย่างสิ้นเชิง

 แต่ผู้เขียนคิดว่า บางครั้ง กายกับใจ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่แลเห็น เพราะทางสายธรรมะ มักเป็นเส้นทางเดียวกันเสมอ

   ขอให้คุณลุงสมบัติ เดินไปอย่างก้าวหน้า อย่างสมหวังตั้งใจ และถ้าคำขอร้องทั้งสองข้อ ที่กล่าวมานี้ จะทำให้ คุณลุง สบายใจ ไร้กังวล และเดินบนเส้นทางนั้น อย่างเบาสบายหายห่วง ผู้เขียนก็ได้มอบสิ่งเหล่านั้น ให้ท่านไปแล้ว ด้วยการรับปาก ทั้งสองข้อ ด้วยความเต็มใจ

สาธุ สาธุ  สาธุ