ยาใจ

 แม่ต้อยห่างหายไปหลายวันทีเดียว เนื่องจากต้องเดินทางไปเยี่ยมโรงพยาบาลหลายๆแห่งติดต่อกัน การไปเยี่ยมโรงพยาบาลหลายๆแห่งคราวนี้แม่ต้อยได้เรียนรู้และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในโรงพยาบาลทั้งโรงพยาบาลขนาดใหญ่และขนาดเล็ก

             

              ด้วยความที่ได้ทำงานในแวดวงนี้มานานพอสมควรจึงได้เห็นการพัฒนาอย่างเป็นลำดับ นับตั้งแต่ในสมัยเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมาได้เห็นการพัฒนาด้านโครงสร้าง เครื่องมืออุปกรณ์ ความรู้ทางวิชาการ ต่อมาได้เห็นการพัฒนาด้านการสร้างคุณภาพสำหรับผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการรักษาพยาบาล คุณภาพด้านการบริการและสิ่งแวดล้อม และในวันนี้ ได้เห็นคนที่ทำหน้าที่แพทย์ พยาบาล จำนวนหนึ่ง ได้ใช้โอกาสของชีวิต โอกาสของการทำงาน เป็นโอกาสการสร้างความดี

ในวันแห่งความรักนี้แม่ต้อยจึงอยากจะขอเล่าเรื่องความรักอีกแบบหนึ่ง เป็นความรักบริสุทธิ์งดงามที่เกิดขึ้นความเข้าใจในหลักสัจจรรมของชีวิต ที่มีทั้ง เกิด แก่ เจ็บ และตายเป็นของธรรมดา ความรักนี้เกิดจากการทำงานและได้สัมผัสถึงแก่นแท้ของชีวิต ความเจ็บป่วยของคนไข้ .. เป็นความรักที่เกิดจากการมองเห็นความเป็นมนุษย์ และเข้าใจถึงความทุกข์ยากของเพื่อนมุษย์ ด้วยกัน

              นับตั้งแต่ที่ทางสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลได้นำแนวคิดเรื่อง humanized health care เข้ามาใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลคนไข้อย่างเป็นองค์รวม ใช้ความรัก ความเอื้ออาทร ระหว่างเพื่อนมนุษย์ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นแนวคิดในการทำงาน ในวันนี้จึงมีเรื่องเล่าดีดีมากมายจากโรงพยาบาลได้ถ่ายทอดมาให้ได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง และเรื่องราวดีดีนี้เองจะได้ถ่ายทอดให้กับบุคลากรทั้งประเทศในการระชุมวิชาการประจำปีของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลครั้งที่๑๐ ในเดือนมีนาคมนี้

       สิ่งที่แม่ต้อยอยากจะนำมาถ่ายทอดให้ฟังในเรื่องเล่าในวันนี้คือนี้คือ ความคิด แรงบันดาลใจ หรือความรู้สึกที่คุณหมอ หรือบุคลากรในโรงพยาบาลที่มีต่อการดุแลคนไข้โดยใช้ความรักเป็นพื้นฐานในการดูแล ซึ่งแม่ต้อยได้รับฟังมา ดังเช่น

คุณหมอท่านหนึ่งที่ดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง บอกว่า การดูแลคนไข้ที่ใช้ ที่ใช้ ศรัทธา วิริยะ สมาธิ ปัญญา นั้นเป็นโอกาสของการทำดี ในชีวิตประจำวัน  และของขวัญที่แสนดีที่หมอจะให้คนไข้คือกำลังใจ

อีกท่านหนึ่ง บอกว่า การเอาใจของผู้ป่วยมาใส่ในใจของเรานั้น ทำให้ใจที่เป็นทุกข์ของผู้ป่วยมีใจใสสะอาดขึ้น ลดความกังวล มีสติดีขึ้น เขามีความหวังมากขึ้น

มีความสุขมากกับใช้ชีวิตและการทำงาน การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายทำให้เรา ได้รู้ถึงความไม่ประมาทในชีวิต เรามีเมตตาต่อคนไข้ มีความสุข มีความสงบ และดุแลคนไข้ได้เต็มที่ พร้อมที่จะเติมเต็มในส่วนที่ขาด....

ทั้งหมดนี้คือความรู้สึกบางส่วนที่แม่ต้อยนำมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของแพทย์ที่ทำงานอย่างหนักในโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด ๗๐๐ เตียง แม่ต้อยได้ใช้เวลาอันสั้นๆเข้าไปเยี่ยมคนไข้   ภาพที่หมอโน้มตัวลงไปพูดกับคนไข้ด้วยสียงเบาๆนุ่มนวล สองมือที่กุมอย่างปลอบประโลมใจ สายตาอันอ่อนโยน ที่มองดูคนไข้ราวกับจะถ่ายทอดความทุกข์ทรมานของคนไข้ให้ทุเลาลง ช่างเป็นภาพที่งดงามจับตายิ่งนัก

ก่อนที่แม่ต้อยลากลับ พร้อมกับเก็บความประทับใจ และเรื่องราวดีดีไว้ในความทรงจำ มีมือๆหนึ่งยืนเศษกระดาษมาให้ด้วยความภาคภูมิใจ เป็นเศษกระดาษที่คนไข้ได้เขียนมาจากใจสำหรับคุณหมอของพวกเขานั่นเอง

และแม่ต้อยจะขอนำมาถ่ายทอดต่อดังนี้

ถึงเจ็บป่วย เพียงไหน ใจเป็นสุข

ถึงกายทุกข์ สุขใจ ไร้ปัญหา

แม้นเจ็บป่วย ครั้งคราใด ถึงไกลตา

ยังโหยหา... มาพึ่งเรา.. ชาวสุรินทร์..

 

ขอให้วันแห่งความรักวันนี้ เป็นจุดเริ่มของความรักที่ยั่งยืนตลอดไป