นั่นซิ ที่คนเดี๋ยวนี้มันจึงผิดศีลธรรมกันมาก เพราะต้นงิ้วไม่น่ากลัวอย่างนี้เอง

วันที่ ๘ กุมภา  รับประทานอาหารเช้าแบบฝรั่งที่ร้านริมลำธาร  เพราะแขกเป็นฝรั่งทั้งหมด พวกเราเป็นกรุ๊ปเดียวที่เป็นคนไทย 

เดินทางจากเขาสกประมาณ ๑๐.๐๐ น. จากอุทยานเขาสกถึงเขื่อนเชียวหลานประมาณ ๖๐ กม. ระหว่างทาง สะดุดตาต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นต้นไม้ยืนต้น  ลำต้นใหญ่เหมือนต้นหางนกยูงฝรั่ง  มีหนามเหมือนหนามทุเรียน กิ่งก้าน รูปทรงเหมือนต้นจามจุรี  ใบร่วงเกือบหมดต้น บางต้นเต็มไปด้วยดอกสีแดงไม่มีใบ  ดอกสีแดงดูไกล ๆ คล้ายดอกหางนกยูงฝรั่งแต่กลีบหนากว่า  ร่วงหล่นเต็มถนน ถามเจ้าของพื้นที่ (คุณตุ๊)ว่าต้นอะไร เขาบอกว่าชื่อ "ต้นงิ้ว"เราต่างก็อ้างปากค้าง  นี่นะหรือต้นงิ้วที่เขาสอนว่าถ้าใครผิดผัวผิดเมียจะตายไปตกนรกและต้องปีนต้นงิ้ว  ดูแล้วไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน  นั่นซิ ที่คนเดี๋ยวนี้มันจึงผิดศีลธรรมกันมาก  เพราะต้นงิ้วไม่น่ากลัวอย่างนี้เอง

แวะให้อาหารปลาในเขตอภัยทานที่วัดถ้ำวนาราม  มีปลาตะเพียนหางแดงจำนวนมาก เมื่อโยนอาหารเม็ดลงไปจะกระโดดฮุบ ดูแล้วเพลิดเพลิน  และเป็นจุดที่นักท่องล่องเรือแคนนูน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ

                    

ไปหาที่พักเอาข้างหน้า  เมื่อถึงบริเวณเขื่อนเชี่ยวหลาน  จุดแรกคือเข้าไปติดต่อที่พักที่บ้านดาหลา  ปรากฎว่าว่างสองห้อง ชื่อบ้านพลับพลึง  เอ้า สองห้องก็ยังดี  เข้าที่พักวางสัมภาระเสร็จเริ่มหิวเพราะได้เวลาอาหารกลางวัน  ขับรถวนขึ้นไปกินที่ครัวกุ้ยหลิน ซึ่งเป็นส่วนที่สูงที่สุดของเขื่อน บรรยากาศสวยมาก  ลมแรง  อาหารมื้อกลางวัน แกงส้มปลากด  ไข่เจียวปู  ปลาแม่นทอดกระเทียมตัวมโหฬาร  ผัดผัก อิ่มอร่อยราคาถูก  นี่ถ้าอยู่ใกล้ภูเก็ตจะมากินทุกวัน

กลับไปพักย่อยอาหารที่บ้านพลับพลึงนิดนึง บริเวณบ้านพลับพลึงแม้ไม่ติดน้ำ  แต่ติดป่า ต้นไม้ถูกตัดแต่งเป็นแถวเป็นแนวสวยงาม  เรานั่งเฮฮาอยู่หน้าบ้านพัก  สักครู่รถตู้นำนักท่องเที่ยวมาจาก กทม. ๓  คัน มาพักบริเวณเดียวกับเรา  คิดแล้วเชียวว่าทำไมเจ้าหน้าที่บอกเราว่าห้องพักเต็มหมด  นึกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายจองห้องพักโกหกเราเพราะเงียบเชียบตั้งแต่กลางวันแล้ว  นักท่องเที่ยวจะเข้ามาตอนค่ำ ๆ

ใกล้เย็นไปที่จุดชมวิว ขับรถผ่านสันเขื่อน สวยงามมาก

       

       

นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่เขื่อนเชี่ยวหลาน  เดินทางกลับบ้านพลับพลึงตั้งวงอีกรอบเพราะเสบียงใส่รถมาด้วยพร้อม  กินไปพลาง...ชมจ้นทร์บนสันเขื่อน...ไปพลาง ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ พระจันทร์เกือบเต็มดวง สุกสว่าง พวกเราเลยนอนบนพื้นหญ้าดูพระจันทร์หน้าบ้านพลับพลึง จนได้เวลาของน้ำค้างจึงขยับห้องใครห้องมัน

เช้าตื่นขึ้นมามีหมอกจาง ๆ  ผู้เขียนสวมรองเท้าผ้าใบคู่เดิมไปตามถนนที่คดเคี้ยว สูงบ้างต่ำบ้างพอได้เหงื่อ กลับถึงบ้านพัก  พรรคพวกก็ตื่นกันพอดี  ก็ออกมายืดเส้นยืดสาย  ทักทายแขกที่มาพักเมื่อคืน  จนส่งแขกกลับหมด(เหมือนเป็นเจ้าบ้าน)  กว่าจะออกจากเขื่อนก็เกือบเที่ยงแวะไปทานอาหารกลางวันที่ครัวพุ่มพวงใกล้สนามก๊อล์ฟ  เมนู แกงเลียง  ผัดฉ่าปลากด ไข่เจียวกุ้ง น้ำพริกกุ้งสด  อร่อยราคาถูก (อีกแล้ว)

ออกจากเขื่อนแวะส่งเจ้าภาพใหญ่ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมสุราษฎร์ธานี อ.พนมแล้วดิ่งกลับภูเก็ต  ต่างคนต่างกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อที่จะดำเนินชีวิตต่อในวันรุ่งขึ้น...

      

สวัสดีเขื่อนเชี่ยวหลาน