การเกิดซ้ำๆ บนหนทางเดิมๆ น่าเบื่อหน่าย
คุณลุงสมบัติ เป็นผู้สูงอายุท่านหนึ่ง ในหมู่บ้านที่ผู้เขียนดูแลรับผิดชอบ เจอกันครั้งแรก เมื่อผู้เขียนอบรมอาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อน คือโครงการผู้ดูแลผู้สูงอายุ ที่ประกอบด้วยคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุที่แข็งแรง ครั้งนั้นผู้เขียนบรรยายถึงเรื่องการดูแลผู้อยู่ระยะสุดท้ายของชีวิต นั่นก็หมายความว่า การส่งผู้ที่กำลังจะสิ้นใจ ให้เดินทางไปสู่ปรโลกอย่างสงบ
ผู้เขียนก็ได้นำประสบการณ์จริง ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวมาเล่า ซึ่งผู้จากไปก็ไปอย่างสงบตามที่ตั้งใจ และแถมท้ายในการให้ระลึกถึงคุณงามความดีเอาไว้ให้เคยชิน ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว ท่านพญายมสอบถาม จะได้ตอบอย่างฉาดฉานมั่นใจ
เมื่อจบการอบรมวันนั้น ลุงสมบัติได้เดินมาพบผู้เขียน และว่าจะไปคุยด้วยที่สถานีอนามัย ซึ่งต่อมาและอีกหลายๆครั้ง ผู้เขียนและคุณลุงสมบัติ ก็กลายเป็นกัลยาณมิตร สนทนาธรรมกันเรื่อยมา ได้ทราบถึงสภาวธรรมพิเศษ ที่ติดตัวคุณมาตั้งแต่กำเนิดด้วย
แต่หลังจากออกพรรษามานี้ ผู้เขียนไม่ได้แวะไปเยี่ยมและสนทนาธรรม กับคุณลุงอีกเลย จนกระทั่งวันนี้ ที่สถานีอนามัยจัดให้มีการลงทะเบียน อสม. เพื่อเตรียมความพร้อม การรับเงินอุดหนุน อสม.ท่านละ ๖๐๐ บาท จากรัฐบาล จึงทำให้พบกับคุณเล็ก ภรรยาคุณลุงสมบัติ ซึ่งเป็น อสม.ของผู้เขียน จึงสอบถามถึงคุณลุง และได้ทราบข่าวสำคัญที่ทำให้ผู้เขียนต้องรีบไปพบ ก่อนที่จะหาโอกาสไม่ได้อีก
คุณลุงสมบัติอายุ เจ็ดสิบกว่าปี ภรรยาของท่าน อายุประมาณ ห้าสิบเศษ อยู่กันมา ยี่สิบปี ไม่มีบุตรด้วยกัน มีอาชีพค้าขาย คุุณเล็กทำอาหารขายตลาดนัด คุณลุงขายของชำเล็กๆน้อยๆที่บ้าน
วันนี้พอผู้เขียนลงไปถึงบ้าน พร้อมมะพร้าวอ่อน ๔ ลูก เป็นของฝาก คำแรกคุณลุงก็บอกว่า อยากพบคุณหมอพอดี มีเรื่องสำคัญที่จะพูดคุยด้วย เมื่อภรรยาท่าน ได้นำรถเข็นอาหารออกจากบ้าน จึงได้สนทนากัน
แต่การสนทนาครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกดีใจและปิติใจ ที่ได้รับทราบข่าวว่า ท่านจะ"บวช" แต่เมื่อสอบถามสถานที่ ก็ทำให้ได้รู้ต่อไปว่า การพบกันครั้งนี้ คงอีกนานกว่าจะได้พบเจอกันอีก ท่านไปบวชถึงวัดตะโหนด จ.สิงห์บุรี
คุณลุงเล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะระยะหลัง ๓๐ ปีมานี้ ท่านได้ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องตลอดมา พร้อมกับการครองเรือน แต่มาบัดนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่เกิดขึ้น ว่าอยากจะฝึกตนให้เข้มข้น ตามแนวคำสอนในพระพุทธศาสนา และวัยที่ใกล้ฝั่งนี้ ท่านควรยุติเรื่องทางโลกได้แล้ว บางวัน ตามรู้อารมณ์ที่มากระทบ แทบไม่ทัน และก็หมดห่วงที่ไม่มีภาระอะไรมากมาย เหลือแต่ความห่วงใยภรรยา ตามประสาคนอยู่กันมานาน บางครั้งภรรยาก็อนุโมทนา บางครั้งก็นั่งน้ำตาไหล ความสงสารก็เข้ามารบกวนจิตใจ เรื่องความเป็นอยู่นั้น ต่างก็เคยอยู่คนเดียวกันมา และดูแลตัวเองได้ ไม่ได้กังวล
หลายครั้งผู้เขียนก็เห็นแววตา ที่เด็ดเดี่ยวของท่าน บางครั้งก็ดูจะอ่อนไหวไปบ้าง สรุปสุดท้ายท่านก็บอกผู้เขียนว่า จะอย่างไรก็ตาม ท่านตัดสินใจไปแล้ว และอยากจะให้การเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิต ในโลกนี้ เป็นไปอย่างสงบพ้นพันธนาการ หวังว่าการที่ได้มีโอกาส เห็นทางสว่างนี้แล้วและได้มีโอกาสเดิน ถือว่าตนเองโชคดี การเกิดซ้ำๆ บนหนทางเดิมๆ น่าเบื่อหน่าย เพียงถ้าภพชาติหน้า จะได้เกิดและเริ่มต้นเส้นทางที่ต่อเนื่อง ไม่วนเวียนซ้ำรอยเดิมร่ำไป ท่านก็พอใจแล้ว
ผู้เขียนได้ฟังแล้ว มีความรู้สึกอนุโมทนาสาธุ กับสัมมาทิฏฐิในครั้งนี้
คุณลุงสมบัติ ได้เดินทางมาตลอดชีวิตบนโลกใบนี้
ณ บัดนี้
ท่านกำลังจะถึงฝั่งฝันของท่านแล้ว
ผู้เขียนพลอยปิติใจ
ที่ได้มีส่วนรับรู้เรื่องราวที่ดีงาม
ความสำเร็จที่สมหวังตั้งใจของกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่ง
*********ฝั่งฝันของคน คงไม่เหมือนกัน
******แต่ถ้าฝั่งฝัน ที่อยู่เบื้องหน้านั้นดูสว่างไสว
******ก็น่าอบอุ่น และเบาใจ
แต่เรื่องราววันนี้ ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ยังมีคำขอร้อง จากลุงสมบัติ ที่มีต่อผู้เขียน อีกสองข้อ ซึ่งจะได้นำมาเล่าสู่กันฟัง ในบันทึกต่อไปค่ะ
เจริญพร โยมหมอ
การที่ท่านไม่มีลูกหลานนั้น นับว่าคิดถูกแล้วที่จะบวชเพื่อปฏิบัติธรรม
หากว่าจิตใจพร้อมแล้วครอบครัวอนุโมทนาบุญกุศลให้
นับได้ว่าท่านเสียสละอย่างใหญ่หลวงเพราะต้องจากครอบครัว
มาอยู่อย่างสมถะใช้วิถีชีวิตที่ต่างจากโยมเกือบทุกอย่าง
คือการเป็นพระต้องว่ายน้ำทวนกระแสที่เชี่ยวกราก ผู้ที่ไม่มีบุญบารมี
มาก่อนยากมากที่จะพาตัวเองในเพศพระไปได้ตลอดฝั่ง
อาตมาขออนุโมทนาที่ท่านคิดเป็นบุญกุศล
เจริญพร
สวัสดีค่ะ
* แวะมาร่วมยินดีกับ สู่...ฝั่งฝันค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับหมอ
ความตั้งใจ การได้ทำตามใจปราถนา สู่แสงสว่าง แห่งธรรมแล้วเป็นสุข
ขอร่วมอนุโมทนา สาธุกับ ลุงสมบัติด้วย
ขอบคุณมากครับ
แวะมาเยี่ยมชมด้วยคนครับ
"ผู้เขียนก็ได้นำประสบการณ์จริง... ซึ่งผู้จากไปก็ไปอย่างสงบตามที่ตั้งใจ และแถมท้ายในการให้ระลึกถึงคุณงามความดีเอาไว้ให้เคยชิน ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่" ...
จากประโยคข้างต้นของคุณตันติราพันธ์ เจ้าของบล็อก ผมคิดว่า ยังมีส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเสริมก็คือ เรื่องของกรรมใกล้ล่ะสังขาร หรือที่เรียกว่า "อาสันนกรรม" กรรมตัวนี้ค่อนข้างมีความสำคัญ แต่คิดว่าให้ไปลองหาอ่านเอาเองเรื่องกรรม 12 อย่างหรือ กรรมทีปนี ดูนะครับ ในเวบธรรมะมีอยู่พอสมควร ลองหา Search ดูนะครับ
"ยังมีคำขอร้อง จากลุงสมบัติ ที่มีต่อผู้เขียน อีกสองข้อ ซึ่งจะได้นำมาเล่าสู่กันฟัง" ถ้าว่างแล้วผมจะเข้ามารออ่านนะครับ เอามาเขียนในบล็อก ไวๆ คลิก นะครับ
กราบนมัสการท่านพระปลัดเจ้าค่ะ
ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่
ยังมีเวลาในการเลือกทางเดินเสมอ
โยมก็ขออนุโมทนาบุญ
กับพระภิกษุผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบทุกท่าน
และสิ่งจะช่วยเหลือได้
คงช่วยให้ภรรยาของท่าน
เกิดกุศลจิตเจ้าค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องราวดีดีค่ะ...หลับฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะคุณนาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
เป้าหมายที่มองเห็น
น่าที่จะไต่เต้าไปให้ถึง
จะสูงจะต่ำก็คงไม่ยากเกินกำลังนะคะ
เรื่องเหล่านี้ น่ายินดีจริงๆค่ะ
ขอให้มีความสุข
และได้บุญในส่วนอนุโมทนานะคะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
เป็นเร่องราวดีๆที่ทุกท่านคงจะอยากอ่าน
บางครั้งเรื่องธรรมดาของคนบางคน
แต่ยิ่งใหญ่สำหรับเรานะคะ
ขอบคุณที่ป้าแดงแวะมาอ่าน
การเรียนเป็นอย่างไรบ้าง
สวัสดีนะคะพี่เกษตรยะลา
ผู้ปฏิบัติธรรม
ย่อมเข้าใจกันเสมอ
ขอบคุณที่พี่ช่วยย้ำสิ่งดีๆ
ที่ทุกคนควรทำให้เกิดขึ้นในชีวิตเรา
นับตั้งแต่ชาตินี้ เป็นต้นไปค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Andrew
ขอบคุณคุณ Andrew ที่กรุณาแวะมาเสริมเรื่องกรรม
ถ้ามีโอกาส นำมาเขียนเผยแพร่บ้างนะคะ
ดิฉันเองมีความรู้น้อยมาก
และบันทึกต่อไปก็เขียนเรียบร้อยแล้วค่ะ
เชิญแวะไปอ่านนะคะ
สวัสดีค่ะคุณadd
ค่ะเห็นหน้าคุณ add หลับฝันดีแน่นอน
เรื่องของคุณลุงสมบัติน่าสนใจค่ะ
โอกาสหน้าอาจจะมีเรื่องเล่าอีก
เป็นกัลยาณธรรมกันค่ะ
หลับฝันดีเช่นกันค่ะ
บุญรักษานะคะ
สวัสดีค่ะคุณ คุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน
สบายดีไหมคะ
ขอบคุณความรักและความหวังดีที่นำมาฝากค่ะ
ชอบภาพนี้มาก
เคยเห็นในบันทึกครูอ้อย
ดูอบอุ่นสำหรับผู้อยู่ใกล้จังเลยนะคะ
เหมือนเจ้าของที่ส่งภาพมาเลยค่ะ