มิติแห่งรักของศิลา


สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่ สิ่งที่ได้ยินอาจจะไม่จริง..จงเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณธรรมประจำใจของตนเองดีที่สุด และเชื่อฟังบุพการีที่รักเรายิ่งกว่าใคร ๆ

บันทึกนี้ขอเล่าเรื่องตัวเองเป็นความรักที่สัมพันธ์ระหว่างครอบครัว  เพื่อน และคนรัก

 

ไม่อยากให้ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่เชื่อในเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ค่ะ  แต่อยากให้นำเอาข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ไปเป็นประโยชน์มากกว่า  บางครั้งข้อเท็จจริงก็ไม่สำคัญเท่ากับแก่นแท้ และสัจธรรมแห่งชีวิตค่ะ

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนศิลาอายุประมาณ 22 ปี เพิ่งจบปริญญาตรีใหม่ ๆ จบแล้วก็ได้งานทำทันที และได้ไปทำงานที่แห่งใหม่พร้อมกับเพื่อนรักที่คบกันมาตลอดเวลาที่เรียนมัธยมจนจบปริญญาตรีค่ะ

 

นิล..เพื่อนศิลาเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีมาก ๆ สวยขั้นนางสาวไทย คิ้วโค้ง ขนตางอนตาหวานและคมมีหนุ่ม ๆ มาจีบเยอะแยะส่วนศิลาสมัยนั้น ท่าทางออกจะห้าว ๆ เหมือนทอมบอย คอยปกป้องเพื่อนรักหน้าตาดี ก็เลยไม่สนใจดูแลหน้าตาตัวเอง  ผมก็ปล่อยฟู ๆ ดูดุ ๆ ทำใบหน้าไล่แขก หวงเพื่อนรักค่ะ

 

ศิลาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปพักอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่งใกล้ที่ทำงาน โดยพักร่วมกับนิลเพราะกลับดึก ๆ ท่านทั้งสองจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทาง

 

ศิลากับนิลทำงานคนละแผนกแผนกของศิลามีแต่ผู้ชายหัวหน้าที่เป็นเสมือนผู้ฝึกหัดการทำงานให้กับศิลาก็เป็นผู้ชายหน้าตาดีพี่เขาชื่อวสันต์เรื่องมีอยู่ว่าตอนแรก ๆ เขาปิ๊งเพื่อนรักศิลาและขอให้ศิลาเป็นแม่สื่อศิลาก็ถามนิลก่อนว่าจะเปิดใจดูไหมจากนั้นก็แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักทักทายกันไปเที่ยวไหนกัน แรก ๆ ศิลาก็ไปด้วยสักพักก็ต้องค่อย ๆ ถอยออกมาเสียก่อนที่พวกเขาจะไล่ด้วยสายตา

 

จริง ๆ แล้วศิลาก็กลัวเหมือนกันว่าเพื่อนของศิลาจะไปทำให้เขาเสียใจหรือเปล่ามีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกก็คือเพื่อนรักของศิลาเปิดใจให้ชายหนุ่มเข้ามาตอนนั้นสองสามคนขอแก้ตัวแทนเพื่อนว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องความเจ้าชู้..แต่เป็นเรื่องของการศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกันเพื่อจะได้ดูว่าคนไหนที่จะ “ใช่”  ซึ่งในช่วงแรก ๆ ก็อาจจะต้องสับหลีกกันไป จนกว่าจะถูกใจใครแล้วก็ค่อยตัดคนอื่น ๆ ออกเป็นเรื่องปกติใช่ไหมคะ? (ตัวเองก็ไม่เคยทำแบบนี้ แต่พยายามเข้าใจเพื่อนค่ะ)

 

ผ่านไปได้สามเดือน ศิลาก็สังเกตเห็นนิลกับพี่วสันต์ดูห่าง ๆ กันไปศิลาเองก็อยากรู้แต่ไม่มีใครบอกนิลมีอะไรมักจะบอกศิลาทุกเรื่องยกเว้นเรื่อง “ความรัก” ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรพี่วสันต์เริ่มมาเคร่งเครียดกับงานสอนงานศิลาเข้มงวดขึ้น บางครั้งก็นัดศิลาไปคุยเรื่องงานนอกเวลาทำงานศิลาอยากรู้เรื่องเขากับเพื่อนรักก็ถามตรง ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้างพี่กับนิล..เขาก็ตอบเลี่ยงไปเลี่ยงมา

 

ศิลาทนไม่ไหวก็ไปถามนิลนิลก็บอกว่าก็ไม่มีอะไร เข้าใจกันดีเธอทำท่างงจริงๆ ค่ะศิลาไม่มีทางรู้อะไรได้เลยและคงเดาไม่ได้ ปรุงแต่งเรื่องไม่ได้มากกว่านี้ เพราะไม่รู้ค่ะแต่ที่รู้แน่ ๆ คือ..พี่วสันต์ทำท่าเหมือนถูกเพื่อนรักศิลาหักอกและ

อยากให้ศิลาเป็นเพื่อนปลอบใจตอนนั้นนะคะศิลาก็รู้สึกผิดที่ไปแนะนำให้เขาสองคนรู้จักกัน แล้วยังเชียร์สาระพัด ซึ่งจริง ๆ ก่อนหน้านั้นศิลาเองก็เคยปลอบใจชายหนุ่มคนหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งศิลาและนิลด้วยเขามาชอบนิลแล้วก็เป็นแบบนี้แหละ เหมือนถูกทิ้ง

 

พี่วสันต์นำประเด็นเรื่องงานและเรื่องที่นิลทำให้หัวใจเขาสลายมาเป็นชนวนดึงให้ศิลาไปไหนมาไหนกับเขาด้วยตอนนั้นไม่รู้ตัวเพลินอาหารก็ฟรี..มีคนมาเล่าประสบการณ์การทำงานให้ฟังนาน ๆ ไปเริ่มรู้ตัวว่าเขามีท่าทีสนใจศิลา(สาวทอมบอยค่ะ)ศิลาเริ่มวางตัวลำบาก เพราะทำงานร่วมกับพี่เขาในฐานะลูกน้องกับหัวหน้างานตอนนั้นยังละอ่อนมากใสซื่อ..และ “อยากลองดู” ว่า “แล้วจะยังไงต่อ  ศิลาอยากเรียนให้ทราบว่าวัยรุ่นทุกคนต่อให้ได้รับการอบรมบ่มเพาะมาอย่างเข้มงวดอย่างไร ก็สู้วัยอยากรู้อยากเห็นไม่ได้   แต่เชื่อเถอะว่าสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีเครื่องมือยับยั้งชั่งใจที่มีประสิทธิภาพมากกว่ากัน และรู้จังหวะว่าถึงจุดไหนถึงจะ “พอแล้ว” ….ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันที่คุณพ่อคุณแม่ฉีดมาตั้งแต่เด็กค่ะ

 

ศิลาอยากรู้ว่าเขาคิดยังไงกับศิลาเพราะไม่ชอบอะไรคลุมเครือแต่ถ้าถามใจตัวเองตอนนั้น ฟันธงได้เลยว่าไม่คิดอะไรเลยกับเขา เพียงแค่อยากรู้ อยากลองเวลามีคนมารัก เป็นอย่างไร (ที่ผ่านมามีแต่รักเขาข้างเดียว อิอิ) ก็เลยเล่นเกมส์วางไม้ขีดโดยให้เขาวางเรียงขวางไปขวางมา ถ้าศิลาวางใหม่ด้วยไม้เดียวแล้วเป็นรูปทรงบ้านได้ ศิลาชนะ ได้ถามคำถาม 1 ข้อที่เขาต้องตอบตามตรงแล้วศิลาก็ชนะค่ะ..เขาก็ตอบคำถามศิลาว่าเขาชอบศิลาตอนนั้นรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ดีใจ แค่รู้สึกว่าแน่ใจขึ้น และก็คิดได้ว่าถ้าเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเท่าไหร่ ก็ไม่น่าถามเลย เฮ้อ เพราะกลายเป็นว่าเราตกที่นั่งลำบาก  ต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจว่าจะคบกันอย่างไร

 

ยังไม่ทันจะตัดสินใจอะไร เพื่อนรักของศิลาก็มาถามศิลาด้วยสีหน้าไม่พอใจว่าทำไมไปไหนมาไหนกับพี่วสันต์บ่อยนักศิลาก็งงเพราะเห็นเธอก็ยังมีชายหนุ่มอีกตั้งสองคน (อยู่ในมือ) เวียนไปเวียนมารับส่งอยู่ เราก็นึกว่าทิ้งพี่วสันต์ไปแล้ว ถ้าถามก่อนหน้านี้ก็คงตอบได้เร็ว ๆ ว่าก็มีเรื่องงานคุยกันแต่ตอนนี้ไปทราบเสียแล้วว่ามี Hidden Agenda..แม่สื่อแม่ชักวัวพันหลักก็เลยไม่ตอบอะไร   ถามย้อนกลับไปว่าเราถามนิลหลายครั้งแล้วว่ามีเรื่องอะไรกับพี่วสันต์หรือเปล่าก็ไม่เคยบอกเลย พี่วสันต์เขาเสียใจที่นิลไปมีคนอื่นรู้ไหม   นิลก็บอกว่าศิลาน่ะถูกหลอก พี่วสันต์ฟอร์มอกหักเพื่อจะจีบศิลา

 

เราคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะศิลาก็ไม่รู้จะเชื่อใครและที่สำคัญต่อให้จริงดังที่เธอพูด ก็ไม่เห็นจะต้องมีท่าทีโกรธศิลาขนาดนั้นในเมื่อเธอเองก็ดูเหมือนไม่สนใจเขาแล้ว

 

อีกสองวันต่อมาศิลาก็ถูกคุณแม่เรียกตัวกลับไปบ้านและท่านก็ขอร้องให้ศิลาลาออกจากงาน ขนของกลับมาอยู่บ้านศิลาทำตามที่ท่านขอโดยไม่ปริปากอะไรเลยเมื่อกลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่วันก็ถามท่านตรง ๆ ว่าคุณแม่มีอะไรจะบอกศิลาไหมคะ

 

คุณแม่บอกว่าคุณแม่อยากให้ มีอะไรให้บอกคุณแม่ ไม่ใช่ให้คุณแม่ไปรู้จากคนอื่นมีคนมาบอกคุณแม่ว่าศิลาไปคบกับผู้ชาย ไปไหนมาไหนกันดึก ๆ ดื่น ๆ ทำตัวไม่เหมาะสมสำหรับแม่แล้ว ขอให้บอก อย่าปิดปัง แม้กระทั่งไปมีอะไรกับใครแล้วพลาดพลั้งไปแม่จะไม่โกรธลูกเลย และจะช่วยหาทางออกให้ลูกเอง

 

ศิลาซาบซึ้งในความรักที่ท่านมีต่อลูกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แสดงว่าที่ผ่านมานับแต่มี “ใคร” มาบอก “อะไร” คุณแม่  คุณแม่ก็คงเป็นทุกข์เรื่องศิลามาโดยตลอด และคิดว่าศิลาเหลวไหล แต่ไม่ได้บอกท่านเลยศิลาทราบดีค่ะว่า “ใคร” ที่มาบอกท่าน ศิลาเสียใจที่เธอนำอะไรก็ไม่ทราบมาเล่าให้คุณแม่เป็นทุกข์   ไม่รู้ว่าเธอมีวัตถุประสงค์อะไรถ้าจะหมายถึง “แค่ผู้ชาย” คนเดียวล่ะก้อ  มันคุ้มใช่ไหม หากเธอต้องสูญเสียเพื่อนคนนี้ไป..

 

·       คนที่บ้าบอ ปกป้องเธอ เชื่อเธอทุกอย่าง

·       คนที่ไม่ได้นอนทั้งวันทั้งคืนเป็นอาทิตย์ ทำรายงานค้นคว้าตำราภาษาอังกฤษเพื่อเธอ.. ให้เธอได้แก้เกรดจาก F เป็น C+

·       คนที่ทำอะไรตั้งมากมายเพื่อจะให้เธอได้หัวเราะ และได้หายเศร้า

·       คนที่คอยเป็น  ไม้กัน  เมื่อมีคนมารุมจีบเธอ และคอยเฝ้ารอเธอเมื่อเธอกลับมาดึก ๆ ดื่น ๆ ด้วยความเป็นห่วง

 

ศิลาเลือดขึ้นหน้า โทรไปต่อว่าเธอจำไม่ได้ค่ะว่าเราเถียงอะไรกันบ้าง รู้แต่ว่าเธอยอมรับที่ว่าเล่าอะไรให้คุณแม่ศิลาฟังจริง แต่ไม่ให้รายละเอียดว่าเป็นเรื่องทำนองไหนถามคุณแม่  คุณแม่ก็คงเป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่ให้ข้อเท็จจริงอะไรมากไปกว่าความเป็นห่วงศิลา ไม่อยากให้ทำงานที่นั่นอีก…. ความสัมพันธ์ระหว่างศิลากับเพื่อนที่เคยรักก็จบแบบงง ๆ ว่าเธอทำทำไมใครตอบได้บ้างไหมคะ

 

สำหรับศิลา ไม่เคยเสียใจที่ต้องลาออกตามที่คุณแม่ขอ  ไม่เสียใจถ้าต้องเลิกคบกับผู้ชายคนใด หากท่านจะห้ามเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เพียงแค่เสียใจที่  เพื่อนที่เรารัก “หักเหลี่ยมโหด” ….ศิลาไม่เข้าใจ และก็ได้หยุดหาคำตอบไปนานมากแล้ว ว่าเธอทำทำไม

 

และสุดท้ายเธอก็ไม่ได้เลือกผู้ชายคนนั้นและศิลาก็ไม่ได้เลือกเช่นกัน ผ่านมาผ่านไปจริง ๆ ทั้งเพื่อนที่เคยรัก และผู้ชายที่เคย “หลง” เข้ามาศิลาไม่ขอเน้นเรื่องความรักหนุ่มสาวมาก เดี๋ยวจะหาว่าโม้ค่ะ ไหนไหนก็ไม่ได้เลือกเขาแล้วเป็นอันว่าศิลาใช้วิธีปฏิเสธโดยให้เขารอศิลาจนกว่าจะเรียนปริญญาโทจบ แต่เขาทนไม่ได้ก็หายจ้อยไปค่ะ

 

ศิลาเลิกคบกันเพื่อนรักมานานมากแล้ว    ได้ข่าวตอนศิลาเข้าทำงานที่ใหม่ว่าเธอแต่งงานน่าจะตอนอายุประมาณ 24 ปี จากวันนั้นเถึงวันนี้ เธอแต่งงานมานานแล้วสิบกว่าปีกับใครก็ไม่ทราบ

 

มาถึงวันที่ 11 กพ 52 ที่ผ่านมา ศิลาเห็นรูปภาพเธอโดยบังเอิญจากการ search ใน google อย่างไม่ได้ตั้งใจใบหน้าเธอมีเค้าเดิม แต่ไม่เหมือนเดิมแน่นอนค่ะ ไม่มีใครสวยค้ำฟ้าเพียงแต่เราจะมองกันที่แววตา..ไม่ว่าเด็ก  วัยรุ่น  คนชรา  หากแววตาสดใส เปี่ยมสุข  ก็นับว่าได้ใช้ชีวิตตามครรลองธรรมชาติอย่างดี พอแล้ว

 

แต่สิ่งที่เห็นยากที่จะอธิบายเป็นอันว่าทำให้อดีตเพื่อนรักอย่างศิลาเข้าใจชีวิตเพิ่มมากขึ้นคนเราไม่มีอะไรมาก  โกรธกัน เกลียดกัน ก็เท่านั้นเลิกคบกันเพราะเรื่องอะไรก็ไม่รู้สุดท้ายก็ไม่เห็นมีอะไรเลย เธอก็แก่ ศิลาก็ชราแต่คุณค่าของมิตรภาพได้เลือนลางไป  เพราะไม่รู้จัก “การให้” อย่างแท้จริง

 

เรื่องที่เล่านี้อยากสะท้อนให้เห็นว่าขณะที่เราคบกับใครอยู่กับตาม เรามักคิดไปเองว่าเรามีสิทธิเลือกคนที่เรารักแต่ทราบไหมว่ามีใครที่ห่วงเรามากขนาดไหนยามเราสุขกับใครคนหนึ่ง ก็ลืมรักแท้คือรักของพ่อแม่ ยามเราเจ็บกลับมา จึงนึกถึงคุณค่าแห่งรักที่ท่านมีให้ นี่คือเรื่องแรกที่อยากสื่อ

 

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ “ความเป็นเพื่อน”    มีมิติที่ซับซ้อนมาก     หลายเรื่องเราไม่รู้หรอกว่า “เพื่อนแท้” เพื่อนกิน” “เพื่อนเที่ยว” จนกว่าจะถึงภาวะคับขัน ต้องเผชิญปัญหาอะไรสักอย่างร่วมกันแต่ก็ไม่อยากให้กังวลหรือระแวงกันมากเพียงแต่เราจริงใจ ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไรก็เป็นบททดสอบเราให้รู้จักคน….เพราะเราทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่  สิ่งที่ได้ยินอาจจะไม่จริง..จงเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณธรรมประจำใจของตนเองดีที่สุด และเชื่อฟังบุพการีที่รักเรายิ่งกว่าใคร ๆ

---------------------------------------------------------------------------------

หมายเลขบันทึก: 241934เขียนเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2009 19:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:18 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (35)

สวัสดีค่ะ

  • พี่คิมอ่านอย่างตั้งใจค่ะ
  • เพื่อนแบบนี้มีเยอะค่ะ
  • อ่านแล้วเข้าใจ
  • เคยเห็นแบบนี้ ตอนสมัยวัยเด็กค่ะ
  • พื้นฐานการเลี้ยงดู การอบรมสั่งสอนในวัยเด็กค่ะ

สวัสดีค่ะ

* ตามมาดูความรักของศิลา...แข็งปึ๊ก

* ..จงเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณธรรมประจำใจของตนเองดีที่สุด และเชื่อฟังบุพการีที่รักเรายิ่งกว่าใคร ๆ

* มาตรฐานคุณะรรมประจำใจของตน...ไม่เกี่ยวกับใคร...ทุกข์ก็ไม่เกิด

* สุขกายสุขใจนะคะ

สวัสดีครับ อ.ศิลา

  • ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องยาว อย่างละเอียดและตั้งใจ มีครั้งนี้อ่านอย่างสนใจ
  • อาจารย์ศิลา ใจกว้างที่เล่าประสบการณ์ รับรองว่าเยาวชนใหม่ๆถ้าได้อ่าน ก็จะเข้าใจชีวิตรักมิติต่างๆได้ง่าย

 

แล้วก็เก็บจุดสำคัญมาด้วยครับ

  • แต่ทราบไหมว่ามีใครที่ห่วงเรามากขนาดไหน…ยามเราสุขกับใครคนหนึ่ง ก็ลืมรักแท้คือรักของพ่อแม่ …ยามเราเจ็บกลับมา จึงนึกถึงคุณค่าแห่งรักที่ท่านมีให้… นี่คือเรื่องแรกที่อยากสื่อ (ผมนึกถึงเด็กสาวตามหารักแท้ เจอรักปลอม หอบลูกกับมาตามลำพังเป็นข่าวบ่อยๆ ผู้ที่ช่วยสาวน้อยได้ก็มีแต่พ่อแม่ ซึ่งบางครั้งก็ชราภาพ)
  • อีกเรื่องหนึ่งก็คือ “ความเป็นเพื่อน”    มีมิติที่ซับซ้อนมาก     หลายเรื่องเราไม่รู้หรอกว่า “เพื่อนแท้” เพื่อนกิน” “เพื่อนเที่ยว” จนกว่าจะถึงภาวะคับขัน ต้องเผชิญปัญหาอะไรสักอย่าง
  • ขอบคุณครับ

เรื่องนี้..มีความรักหลายรูปแบบซ่อนอยู่จริงๆค่ะ..

แต่รักที่แท้จริง..ก็คนใกล้ตัวเราที่สุดล่ะนะคะ..

ขอบคุณค่ะ..อ่านซะเพลินเลย..

มีความสุขกับความรักทุกรูปแบบเช่นกันค่ะ..^^

กำลังทานชอคโกแลค เลยเอามาให้ อ.ศิลา ด้วยครับ

เพิ่มอีกนิด ความรักของหนุ่มๆ ต่างจากของสาวๆ นะครับอาจารย์ หนุ่มๆมักแพ้เวลา สาวให้รอ มักจะรอไม่ไหว :)

  • ขอบพระคุณคุณครูคิมPค่ะ ที่เข้าใจวัยรุ่น...ศิลาเองก็เชื่อว่าการอบรมเลี้ยงดูมีส่วนมาก และจิตของเด็กเองที่แม้ว่าอาจจะได้รับการศึกษาเลี้ยงดูดีแล้ว แต่เขาอาจจะรู้สึกอะไรของเขาไปเองที่เรียกว่า จิต "กุศล" หรือ "อกุศล" ค่ะ ไม่อยากลงลึกมาก
  • ขอให้ศิษย์ของคุณครูคิมทุกคนเป็นคนดีของสังคมค่ะ

พี่ศิลา คะ เพื่อนเป็นคนที่เราแคร์มากที่สุดต่อจากครอบครัว ทรายมีเพื่อนที่คบกันตั้งแต่ประถม จนเรียนมหาวิทยาลัยและปัจจุบันก็เป็นเพื่อนกันอยู่ แค่มีเพื่อนแท้เพียง 1 คนที่จริงใจก็มีค่ามากแล้วค่ะ

สวัสดีค่ะ   ขอบคุณสำหรับกุหลาบสวย ๆ น่ะค่ะ สุขสันต์ วันแห่งความรักน่ะค่ะ

 

เรียนรู้จากอดีตเป็นชีวิตที่มีคุณค่าค่ะ

...ขอให้มีความสุขตลอดไปค่ะ...

เพื่อน..มีมากมายหลายแบบนะคะเจอเหมือนกัน..เราเลือกได้เลือกคบเลือกปฏิบัตินะคะ

                          มีความรักมาให้ค่ะ

พี่เขี้ยวขอบคุณที่ไปเยี่ยม

จึงแวะมาหา

เลยได้อ่านเรื่องรกสามเศร้า

อย่างตั้งใจจนจบ

เฮ้อ ...นี่แหละชีวิต

แค่เสี้ยวของความรู้สึก

คนเราทำได้ทุกอย่าง

จริงๆนะ

อ่านแล้วซาบซึ้งในสัจธรรม

รักใดไหนเล่าเท่ารักของบิดรมารดา

รักต่อมาควรรักตัวไม่ทำชั่วให้มัวหมอง (อุ้ย ? เป็นการสอนป่าวนี้ )

มีความสุขในวันวาเลนไทน์นะครับ

ขอพรพระธรรมคุ้มครอง

  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาทักทายและส่งความรักให้ค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

  • ขอบพระคุณคุณพรรณา P ค่ะ ข้อเสียของการมีความรักที่แข็งปึ๊กก็คือแต่งงานช้ามาก ๆ  และการมองโลกแห่งความรักก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่รักแบบชายหนุ่มหญิงสาวกุ๊กกิ๊ก แต่เป็นรักแบบชวนกันเข้าวัดเข้าวา...ขนาดนั้นเลยค่ะ
  • มาตรฐานคุณธรรมประจำใจแต่ละคนไม่เหมือนกันก็จริง แต่เราก็เชื่อมั่นในความดีที่เราคิดดีทำดีกับเขาก่อน...จริงไหมคะ
  • เรียนท่านอาจารย์พันคำ P อยากบอกว่าศิลาหลวมตัวค่ะ ปกติเป็นคนไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองเป็นตัวหนังสือ หากจะเล่าก็เป็นคำพูดให้คนสนิทฟัง
  • บังเอิญอารมณ์พาไป...เห็นรูปภาพอดีตเพื่อนสนิทโดยบังเอิญก็เกิด "วูบ" อยากเล่า ...ถ้าไม่เห็นเขา เราก็ลืมไปแล้วว่ามีเรื่องอะไรผ่านมาผ่านไปบ้าง
  • อีกอย่างคิดว่าที่ผ่านมา เราตัดสินใจอะไรอยู่ในกรอบแห่งความกตัญญูรู้คุณชื่อฟังบิดามารดามาโดยตลอด จึงกล้าเล่า เพราะน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีค่ะ...(เรื่องที่ไม่ดี หากจะเป็นประโยชน์ก็อาจจะหลวมตัวเล่าในโอกาสต่อไปค่ะ)
  • ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่แวะนำช็อคโกแลตมาฝาก ของโปรดสุด ๆ ค่ะ

ขอบพระคุณคุณหนุ่มกร P ที่นำดอกไม้หลากสีมาฝากค่ะ ความรักมีหลายมิติ หลายสีจริง ๆ  confirm

คุณน้องทรายชลโชคดีแล้วค่ะที่มีเพื่อนแท้...พี่ศิลาก็อยากมีค่ะ แต่เราเลือกไม่ได้จริง ๆ ที่จะได้พบคนในแบบที่เราปรารถนา เคยถามว่าเราผิดพลาดตรงไหน ก็มักจะได้คำตอบเดิม ๆ ว่าแต่ละช่วงเวลาที่เราอยู่กับเพื่อน เราดีกับเขาจริง ๆ แต่อาจจะดีไม่พอสำหรับเขาค่ะ

ยัง อิน ใน ความสวย ๆ งาม ๆ เลยแวะ มาอ่าน อีก

ขอบคุณครับ

  • ขอบคุณกุหลาบแสนสวยและแสนอ่อนหวานของคุณสุนันทาPค่ะ
  • ขอบพระคุณคุณกฤษณา P ที่แวะมาเยี่ยมค่ะ 
  • การเรียนรู้อดีตบางอย่างไม่ใช่การถอยหลังเข้าคลอง แต่เพื่อเป็นบทเรียนที่ทำให้เราเข้าใจชีวิตยิ่งขึ้นค่ะ

ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คนยังใช้ได้ครับ

  • ขอบคุณคุณ add P ที่แวะมาเยี่ยมค่ะ ดอกกุหลาบสวยเหมือนผู้ให้เลยค่ะ

เพื่อนมีหลายสิ่งให้ได้เรียนรู้ค่ะ

  • ดีครับ ชอบมาก
  • ปกติอ่านเรื่องยาวๆไม่ค่อยจบ และมักกวาดสายตาอ่านผ่านๆ
  • แต่เรื่องนี้อ่านละเอียด อ่านช้าๆ ต่อเนื่องจนจบแบบไม่รู้ตัว
  • ข้อคิดที่แทรกแต่ละตอนมีคุณค่าครับ
  • สรุปแล้ว ทุกอย่างคือสื่อแห่งการเรียนรู้ ที่จะช่วยให้เราเกิดปัญญายิ่งขึ้น จากเหตุการณ์ และเรื่องราวทั้งหลาย
  • สุดท้ายก็ต้องมาลงที่ ... "เช่นนั้นเอง" .. ตถตา
  • ขอบพระคุณท่านศรีกมล P ที่เป็นกำลังใจอยู่ในบันทึกรักของศิลา  เวลาผู้ใหญ่มาเยี่ยมในบันทึกลักษณะเช่นนี้ ออกจะเขิน ๆ ค่ะ แต่ไม่เป็นไร ค่ะ นึกขึ้นได้อายุไม่น้อยแล้ว  เล่าอดีตเพราะความจำสั้น แต่รักฉันยาว ว่าไปนั้น
  • วัตถุประสงค์ที่ยกบางเรื่องในอดีตของตนเองมาเพื่อทำความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ตามศาสตร์และศิลป์ที่ศิลาล่ำเรียนมาค่ะ
  • บางเรื่องเขียนเป็นตัวอักษรบรรยายไม่ได้ ทำได้คือแบ่งปันประสบการณ์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ค่ะ
  • ขอบพระคุณคุณ Nu11 P มีความรักมาฝากเป็นตะกร้าเลย อย่างนี้หอมคงทนนานแน่เลยค่ะ
  • ดีใจที่เจอคุณสายธาร P ทุกครั้งที่เปิดเรื่องใหม่ ๆ เสมือนเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานอยู่ตลอดเวลาค่ะ
  • สวีสดีค่ะพี่เขี้ยว มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย) P
  • ความรักเกิดขึ้นมากมายในชีวิตเรา เพียงเราให้ความรักก่อน และเป็นรักอย่างมีสติ จริงไหมคะ
  • ดีใจที่มาเยี่ยมนานแล้วค่ะ ศิลาเปิดหลายบ้าน วิ่งไปมาจนงงค่ะ เห็นพี่เขี้ยวก็ดีใจ จริง ๆ เราพบกันหลายครั้งแล้วนะคะ ขอบพระคุณค่ะสำหรับข้อเตือนใจดี ๆ

สวัสดีคะ

ความรักที่เกิดขึ้น ในวัยหนุ่มสาว ยังจำได้ดี

ดีแล้วคะที่คุณศิลา ยังมีความทรงจำที่ดี ๆ

ในส่วนลึก ประกายคิดว่าคุณสิลายังห่วงเพื่อนอยู่นะคะ

เพื่อนก็คือเพื่อน จะโกรธกันอย่างไร ก็ยังคือเพื่อนนะคะ

แล้วเราเป็นอะไรกันแน่นะ...SOULMATE...

  • สวัสดค่ะ คุณไฉน P  แวะมาทักทายอยู่เสมอ
  • สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ จะตามไปเล่นน้ำที่บ้านด้วยค่ะ
  • สวัสดีค่ะคุณ lovefull P หลัง ๆ ไม่ค่อยเจอกันเลย ขออนุญาตไปเยี่ยมบ้านหลังจากตอบเม้นท์นี้นะคะ
  • สวัสดีค่ะคุณแสงศรี P ศิลาตอบเม้นทฺ์ช้าเพราะตั้งใจมากไปหน่อย รอให้อารมณ์บรรเจิด  พอดีคุณแสงศรีลาลับไปแล้ว ...ไม่เป็นไรค่ะ เรายังพบกันในวาระใหม่อยู่ สุขกาย สุขใจค่ะ
  • ขอบพระคุณคุณเบดูอิน P ค่ะ ระยะทางพิสูจน์ม้าจริง ๆ ค่ะ เวลา แม้ช้าหน่อยไม่นานก็พิสูจน์ความดีงามซึ่งกันและกัน แต่อย่างไรเสีย ศิลาก็เชื่อในความดีของกันและกัน เพียงเราอาจจะเข้ากันไม่ได้เท่านั้นเอง พยายามแล้ว เยื้อแล้ว ก็ต้องปล่อยไป
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี