แรดในอุทยานคาซิรังก้า
พูดถึงรัฐอัสสัม คนไทยหลายคนบอกเคยได้ยิน อยู่แถวๆ อินเดีย แต่ถ้าถามต่อว่าอัสสัมมีอะไรดี คงไม่ทราบกันนัก จึงขอแจงว่าอัสสัมมีอะไรดี พอเป็นสังเขป
1.อัสสัมมีดีที่ภูมิศาสตร์ เป็นที่ตั้งที่อยู่ท่ามกลางรัฐอื่นๆ อีก 6 แห่ง เรียกว่าพี่น้องสาว 7 รัฐ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเป็นเสมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพม่าและไทยอยู่ติดไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เรียกว่าทางบกจากกลุ่มประเทศอาเซียนถ้าจะไปอัสสัมก็ต้องผ่านไทยและพม่าไป ทางเครื่องบินคงบินไม่ถึง 2 ชม. ก็ถึงแล้ว 2.อัสสัมมีดีที่ชา ใบชาอัสสัมมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยที่อังกฤษปกครอง ปลูกกันแทบจะทุกที่ที่มีที่ว่างและเป็นพืชที่มีการศึกษาวิจัยอย่างลึกซึ่งจนมีสถาบันวิจัยชาที่เลื่องชื่อ ทำการศึกษาครบวงจรทั้ง โคลนนิ่งต้นชา ทั้งใช้เทคโนโลยีทันสมัยวิเคราะห์ พัฒนาต้นชาใบชาจนไม่มีใครเทียม 3.อัสสัมมีดีที่ผ้าไหม มี 3 ประเภทได้แก่ไหมสีทอง Muka ไหม Pat และ ไหม Eri สวยงามมากด้วยเนื้อผ้าและลวดลาย 4.อัสสัมมีดีที่ไม้ไผ่ เป็นแหล่งปลูกป่าไผ่ที่มีคุณภาพดี และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐ ผู้คนใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่มากมาย มีสถาบันวิจัยและพัฒนาไผ่ที่มีชื่อเสียง 5.อัสสัมมีดีที่สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรไทอาหมและโบราณสถานอีกมากมาย 6.อัสสัมมีดีที่อุทยานแห่งชาติคาซิรังกา ซาฟารีอินเดีย ที่เป็นมรดกโลกด้วยเพราะ อนุรักษแรดนอเดียวจนมีจำนวนมากที่สุดในโลก 7.อัสสัมมีดีที่มีคนเผ่าไตหรือไทอาศัยอยู่ถึง 2 ล้านคน โดยกลุ่มที่ยังคงวัฒนธรรมดั่งเดิมและพูดภาษาคล้ายภาษาไทยของเราคือกลุ่มไทพาเก หน้าตาเหมือนคนไทยทางภาคเหนือ พูดภาษาเหนือยังไงยังงั้น ไปสัมผัสแล้วต้องทึ่ง เหมือนไปชนบทบ้านเราทางเหนือไม่มีผิด 8.อัสสัมมีดีที่ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ได้แก่ ป่าไม้ น้ำมัน และก๊าชธรรมชาติ ถ่านหิน หินแกรนิต หินปูน สินแร่เหล็ก แร่ซิลิมาไนต์ หินแร่เขี้ยวหนุมาน ดินเหนียว และแร่หินภูเขาไฟและอีกมากมาย 9. อัสสัมมีดีที่เป็นศูนย์กลางของนโยบายมองตะวันออก (Look East) ของอินเดีย ไทยตอบรับและตอบสนองได้ดีโดยใช้นโยบายมองตะวันตก (Look West) ทำให้สามารถจะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันได้ คือได้กำไรกันทั้งคู่ 10.อัสสัมมีดีที่มีพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกที่ชื่อว่า บุด โจโลเกีย แปลว่าพริกปีศาจ มีความเผ็ดเป็นหน่วยวัดถึงล้านกว่าหน่วย ปลูกได้เฉพาะในอัสสัมและบางรัฐในภูมิภาคนี้เท่านั้น แจงได้ 10 ข้อพอสังเขป ใครมีเวลา หาโอกาสไปเที่ยวอัสสัมกันบ้างแล้วจะติดใจหากอยากทราบรายละเอียด ติดต่อสถานทูตอินเดียในประเทศไทยหรือทัวร์ก็คงจะได้...มั้ง
อยากได้ผู้ติดต่อและที่อยู่ของ ศูนย์กระดูกสันหลัง ( spinal center ) ที่เห็นจากข่าวในพระราชสำนักที่พระเทพๆ ท่านเสด็จไปค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
ติดต่อได้ที่นี่ครับ
Indian Spinal Injuries Centre
Sector-C, Vasant Kunj,
New Delhi 110070
Mr. K.V. Uthaman
Chief Administrative Officer
Tel 4225 5215 Fax 26898810
Mobile 9810274473
[email protected]
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ก่อตั้งตามแนวความคิดของ Major H.P.S. Ahluwalia ซึ่งเคยปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสต์เมื่ออายุ ๒๖ ปี แต่ต่อมาได้รับบาดเจ็บในระหว่างสงครามอินเดีย-ปากีสถาน ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตและต้องนั่งรถเข็นตั้งแต่นั้นมา Major Ahluwalia ได้ริเริ่มศูนย์ฯ ร่วมกับรัฐบาลอินเดีย โรงพยาบาล San Raffaelle เมืองมิลาน และสถาบันต่างๆ ทั่วโลก ซึ่ง ISIC ถือว่าเป็นศูนย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งเดียวในเอเชีย และเป็นสถาบันที่ไม่มุ่งเน้นเรื่องผลกำไร มีเตียง ๓๐ เตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสโดย ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งยังรับคนอัมพาตมาเป็นพนักงานโรงพยาบาล ISIC เป็นโรงพยาบาลที่สร้างเพื่อสนองความต้องการทุกด้านๆ ของผู้ป่วยโดยเฉพาะ และนอกจากจะรักษาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังแล้ว ISIC ยังเน้นการรักษาด้าน Orthopaedic, Neurosurgery, Neurology, Urology ฯลฯ รวมทั้งมีศูนย์บำบัดที่ครบวงจรซึ่งเป็นจุดเด่นของโรงพยาบาล นอกจากนี้ ISIC ยังมี Insitute of Rehabilitation Sciences ซึ่งเปิดสอนระดับปริญญาโทด้าน Physiotherapy, Orthopaedics, Spine Surgery, Rheumatology ร่วมกับมหาวิทยาลัย Indraprastha กรุงนิวเดลี
Major Ahluwaia ได้บอกว่ากำลังใจนั้นสำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ ยอดเขาเอเวอร์เรสที่สูงเพียงใด ถ้าใจเข้มแข็งย่อมปีนได้สูงกว่ายอดเขา
โรงพยาบาลแห่งนี้มีนโยบายสร้างบรรยากาศให้ไม่เป็นโรงพยาบาลเกินไปแต่จะสร้างเป็นเหมือนสวนพักผ่อนเพื่อคนไข้จะได้ผ่อนคลายซึ่งเป้นส่วนสำคัญสำหรับอาการทางร่างกาย
ผมคิดว่า ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของจิตวิญญาน เชื่อว่าถ้าจิตมนุษย์คิดว่าทำได้ ก็จะทำอะไรที่ยากๆ หรือไม่น่าเป็นไปได้ ได้
สวัสดีค่ะท่านทูต คงจะหายเหนื่อยจากรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพฯ แล้วนะค่ะ เห็นท่านทูตแว๊ปแวปค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับ ความรู้ฉบับย่อเกี่ยวกับรัฐอัสสัม
และผมคิดว่า ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของจิตวิญญาน เชื่อว่าถ้าจิตมนุษย์คิดว่าทำได้ ก็จะทำอะไรที่ยากๆ หรือไม่น่าเป็นไปได้ ได้
เห็นที่จะเป็นจริงค่ะ ประสบกับตัวเองเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ปลาทองหมาแสนรักป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากทราบผลตรวจเซลในต่อมน้ำเหลือง และต้องปรับใจอยู่พักใหญ่ เรียกสติคืนมา ใจสู้ลงมือค้นคว้าสศึกษาหาวิธีการรักษาทางด้านโภชนาบำบัดร่วมกับการรักษาทางยาโดยหมอที่เข้าใจวิธีการนี้ค่ะ ตอนนี้สามารถควบคุมได้ในระดับที่น่าพอใจค่ะ
น่าไปจริง ๆ ครับที่อัสสัมนี่
คุณ Lin Hui ครับ
เรื่องจิตนี่มหัศจรรย์มากครับ
สามารถพิชิตอะไรก็ได้ ถ้าใช้ให้เป็นและใช้ให้ถูก
ประสบการณ์ที่เล่าให้ฟังทำให้ตระหนักว่า ความรู้นั้นมีอยู่แล้ว ถ้าเปิดใจหา ก็จะได้สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินชีวิตของเราครับ
ขอให้ปลาทองมีสุขภาพดีและอายุยืนครับ
ของคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
คุณ พิมล มองจันทร์ ครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจอัสสัมก็คือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทหรือชาวไต ที่อยู่กันแบบเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งตนเอง อยู่กับธรรมชาติแต่ก็ไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก
ย้อนนึกถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานให้คนไทยนำไปใช้ ก็ได้เห็นที่หมู่บ้านชาวไทในอัสสัมนี่เองครับ
ส่วนอุทยานคาซิรังก้าที่มีแรดนอเดียวนั้นก็น่าไปเที่ยวเหลือเกิน โดยเฉพาะการขี่ช้างไปดูสัตว์ในทุ่งใหญ่ ไม่ต้องไปไกลถึงแอฟริกาเลยครับ
ขอบคุณครับที่มาทักทายกัน
ขอบพระคุณท่านทูตมากค่ะที่ตอบ ศูนย์กระดูกสันหลัง ได้อย่างรวดเร็ว
เรียนคุณหมอ Dr. Sukajan Pongprapai ครับ
ยินดีครับ
ผมเลยตามไปอ่านเรื่อง MBCT ด้วย น่าสนใจมากครับ เพราะส่วนตัวปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำและยืนยันได้ว่าจิตมีพลังและพลังนี้สามารถนำไปใช้เพื่อฟื้นฟูร่างกายได้ (หอมกลิ่นดอกบัว http://www.polpage.com/lotus007.htm)
ขอบคุณครับสำหรับบันทึกดีๆ
เรียนคุณหมอ Dr. Sukajan Pongprapai ครับ
เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ
ในวันที่ไปเยี่ยมศูนย์นั้น ได้ฉายวีดีโอให้ดู โดยใส่เพลง Heal the World ประกอบ ผมดูแล้วประทับใจมาก ช่างเป็นเพลงที่ให้กำลังใจได้ดีมาก
จึงขอนำเนื้อเพลงมาลง ณ ที่นี้ครับ
There's a place in your heart, and I know that it is love
And this place could be much brighter than tomorrow
And if you really try, you'll find there's no need to cry
In this place you'll feel, there's no hurt or sorrow
There are ways to get there
If you care enough for the living
Make a little space, make a better place
* Heal the world make it a better place
For you and for me and the entire human race
** There are people dying if you care enough for the living
Make a better place for you and for me
If you want to know why, there's a love that cannot lie
Love is strong, it only cares for joyful giving if we try
We shall see in this bliss, we cannot feel fear or dread
We stop existing and start living
Then it feels that always love's enough for us growing
So make a better world, make a better world
[Repeat * , **]
And the dream we were conceived In will reveal a joyful face
And the world we once believed in will shine again in grace
Then why do we keep strangling life wound this earth crucify
Its soul though it's plain to see this world is heavenly be God's glow
We could fly so high let our spirits never die in my heart
I feel you are all my brothers create a world with no fear
Together we'll cry happy tears see the nations turn
Their swords into plowshares
We could really get there if you cared enough for the living
Make a little space, to make a better place
[Repeat * , ** , * , **]
[Repeat * , ** , ** , **]
You and for me (x11)
เจริญสุขครับ
เรียนท่านทูต
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะสำหรับบทความเรื่อง หอมกลิ่นดอกบัว ติดตามงานของท่านมานานแล้วค่ะ นอกจากบทความของท่านยังชอบรูปสีน้ำด้วยค่ะ ทึ่งในอัจฉริยะของท่านจริงๆ
ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องชี่กง เพราะมีบางส่วนคล้ายคลึงกับการฝึกวิปัสสนากรรมฐานค่ะ
สุขจันทร์
สวัสดีล่วงหน้าเทศกาลแห่งความรักค่ะท่านเอกฯ
....
มาแอบดูน้องแรดแห่งอัสสัม ค่ะ น่ารักจัง เหมือนไม่ค่อยดุเลยนะคะ :)
ชอบไร่ชาค่ะ เคยเห็นแถวศรีลังกา ทิวทัศน์งามมากๆ ... ที่อัสสัม คงงามงด นะคะ
อยากไปชมไร่ชา และไปดูสวนสัตว์ที่ kerala ก็มีป่าและสัตว์มากมาย ? คะ
อบอุ่นด้วยรัก และมิตรภาพค่ะ
คุณหมอ Dr. Sukajan Pongprapai ครับ
พลังที่เกิดจากจิต ถ้ามีความเมตตาอยู่ด้วย จะถูกนำไปใช้เฉพาะในทางที่ดีครับ
ส่วนวิปัสสนาใช้เฉพาะกับการทำให้เกิดปัญญาครับ
ขอบคุณครับที่ติดตามผลงาน ผมคิดเสมอว่าทำเอาไว้วันนี้ เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ก็เลยต้องไม่ประมาทครับ
เจริญสุขนะครับ
ครู poo ครับ
สวัสดีวันวาเลนไทนครับ
น้องแรดดูไม่ดุเพราะขี่ช้างไปดู ถ้านั่งรถจี๊บไปดู บางครั้งจะเห็นน้องแรดวิ่งเข้าใส่รถ เพราะไม่คุ้นเคย
ไร่ชาในอัสสัมมีให้เห็นแทบทุกแห่งตามสองข้างทางถนน สวยงามมาก
อินเดียยังเป็นดินแดนที่น่าไปเที่ยวจริงๆ ครับ
เจริญสุขในวันแห่งความรักครับ
สวัสดีอัสสัม
บรรยายจุดเด่นของอัสสัม
จนทำให้คนอ่านนึกอยากจะไปชม
ไม่เคยเห็นต้นชา
แต่ชอบดื่มชาค่ะ
ที่รัฐอัสสัมคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอะไรคะ
คุณครูผม(รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ) ท่านชอบเล่าให้เราฟังเสมอเมื่อเรียน เพราะท่าน ดร.ที่ปัญจาบ แล้วทำดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับชาวไทคำตี่แถว ๆ อัสสัมเนี่ยแหละครับ ในห้องเรียน(ที่มีอยู่ 5-6 คน)พวกเราชอบฟังเรื่องที่ท่านต้องไปใช้ชีวิตกับชาวบ้านปีกว่า อาจารย์เล่าให้เราฟังจนพวกเราตั้งปนิธานว่าชาตินี้ต้องไปอัสสัมโดยเฉพาะที่ชุมชนไทคำตี่(บ้านน้ำโสม)ให้ได้
โยคีน้อย ตันติราพันธ์
อัสสัมใกล้กว่าไปพุทธคยาหรือกุสินาราอีก
ปัจจุบันชาวอัสสัมส่วนใหญ่นับถือฮินดู ชาวไทหรือไตทั้งหลายแต่เดิมนับถือพุทธ แต่ต่อมาก็หันมานับถือฮินดูกัน จนเหลือเพียงกลุ่มไทบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังคงนับถือพุทธ
หากมีโอกาส อย่าลืมไปแวะอัสสัมนะ
คุณ พิมล มองจันทร์ ครับ
ใช่ครับ ชาวไทคำตี่เป็นหนึ่งใน 6 กลุ่มไทที่อยู่ในอัสสัมและอรุณาจัลประเทศ
แต่ส่วนใหญ่จะอยู่เขต Namsai (ประมาณ 15 หมู่บ้าน)และ Chowkham (12 หมู่บ้าน)
คำหมายถึงทอง และตี่หมายถึงสถานที่ รวมกันก็คือดินแดนแห่งทอง
ผมคิดว่าหลังจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จเยือนอัสสัมเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว คนไทยน่าจะให้ความสนใจดินแดนนี้มากขึ้นและน่าหาโอกาสไปเยือนญาติที่ห่างหายไปกันบ้างครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและเล่าให้ฟังถึงคุณครูบุญยงค์นะครับ
ไล่อ่านทวนย้อนขึ้นมาทีละตอน ไม่ได้ลงความเห็นไว้ แต่บันทึกนี้ต้องขอแวะลงความเห็นหน่อยค่ะ อ่านแล้วชอบมากเห็นภาพของแคว้นอัสสัมว่าช่างอุดมสมบูรณ์และโดดเด่นหลายประการ น่าไปเยือนสักครั้งนะคะ
พริกปีศาจที่ว่านั้นเคยอ่านพบค่ะ ความเผ็ดมีหน่วยเป็นล้าน ในขณะที่พริกขี้หนูไทยที่เราภูมิใจว่าเผ็ดหนักหนานั้นความเผ็ดแค่ระดับแสนต้นๆเท่านั้น นึกไม่ออกว่าจะนำมาใช้ทำอาหารอย่างไรดี หนึ่งเม็ดคงกินกันทั้งครอบครัวหรือเปล่าคะ ^___^
คุณนายดอกเตอร์ ครับ
พริกปีศาจนั้นน่ากลัวมาก ในช่วงที่ไปเยือนอัสสัมได้พริกสดมาเป็นตัวอย่างโดยคนเอาใส่กระดาษทิชชูมาให้ 3 เม็ด ก็คิดว่าจะห่อเอาใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกง คนที่นั่นบอกว่า ไม่ได้เพราะเพียงความร้อนของพริก จะระเหยขึ้นมาได้ และจะสามารถทำความระคายเคืองให้ผิวหนังได้
ต้องหาซองพลาสติกมาใส่จึงจะปลอดภัย
พริกบุดโจโลเกียนับตั้งแต่ได้ตำแหน่งเผ็ดที่สุดในโลกก็มีราคาแพงขึ้นมากครับและไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ ผมลองซื้อมา 1 กก.ปรากฏว่าราคาแพงถึง 1000 รูปี ก็ประมาณ 800 บาทเชียวครับ
เท่าที่ทราบ นอกจากจะใช้ทานเป็นอายุวัฒนะแล้ว ก็เอาไปทำเป็นซอสพริกเผ็ดก็ได้ หรือแม้แต่มีข่าวว่าจะเอาไปทำเป็นแก๊สน้ำตา ก็มีครับ
เขาว่าถ้ากินบ่อยๆ ความเผ็ดก็ทำอะไรไม่ได้ครับ แต่จะติดใจจนไม่กินพริกชนิดอื่นอีกเลย จริงหรือไม่ทราบเพราะยังไม่เคยลองครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ