รักษ์เท้าทุกคน

        ตอนแรกที่เข้ามาทำงานคลินิกเบาหวานก็คิดว่าการที่เราเอาใจใส่และใช้ทักษะการให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองคุมอาหารได้ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลดีแล้วอะไรก็น่าจะดีไปด้วย   แต่พอเข้าถึงคลินิกจริงๆก็รู้ว่าคนไข้ละทิ้งไม่สนใจเท้าเลยหลายครั้งที่เราบอกจะตรวจเท้าก็มักจะได้ยินบ่นว่าทำไมไม่บอกก่อนไม่ได้ขัดเท้ามาอายหมอจังแต่เราก็พยายามทำให้คนไข้มองว่าเท้าสำคัญไม่ใช่เรื่องน่ารังเกลียด ไม่เห็นจะน่าอายอีกต่อไปที่จะต้องตรวจตราทุกวัน แต่กลับทำให้คนไข้รู้ว่าหมอจับต้องเท้าของพวกเขาด้วยความเต็มใจและจดจ่อสอดส่ายสายตาหาจุดเสื่อมราวกับว่ามันน่ารัก น่าเอ็นดูไงงั้นเชียว พวกเราปฏิบัติเช่นนี้อยู่นานเหมือนกันจากแรกๆคนไข้ก็จะหาคำพูดมาอ้างเหตุผลจะไม่อยู่ตรวจเท้าแต่ถึงนะวันนี้พวกเขาพร้อมใจกันมานั่งรอให้หมอตรวจเท้าให้ และเขาก็พากันเรียกพยาบาลว่า หมอตีน ฟังเหมือนจะหนักไปแต่เราก็ภูมิใจที่เป็นตรงนั้น "หมอตีน"

        ทุกวันคลินิกเบาหวานก่อนที่พยาบาล(2 คน คุณสุดารัตน์หัวหน้างานOPD และเรา มาลัยคนไข้เรียกหมอต้อย) จะตรวจเท้าให้เราจะสอนให้คนไข้ทุกคนตรวจและดูแลเท้าตัวเองให้เป็น ตอนแรกเราก้อบอกว่าให้ทุกคนยกเท้าขึ้นมาวางบนขาทุกคน พูดครั้งหนึ่ง ครั้งสอง ก็ไม่ค่อยจะอยากยกเท้าขึ้นมาดูแถมทำสีหน้างงซะงั้น เราจะทำไงดีหว่าฉับพลันสมองก็แล่นปรื้ดมาเชียว เอางี้ว่าแล้วก็ตบมือเรียกสติคนไข้ทุกคนกลับมา คนไข้ทุกคนฟังทางนี้ยกส้นติงขึ้นมาดูของใครของมันอย่าแย่งกันนะเท่านั้นเองทุกคนก็พร้อมใจกันยกเท้าขึ้นมาแถมเรียกเสียงหัวเราะได้ดังเชียว เออหมอพูดงี้แหละฟังชัดเจนดีต่อจากนั้นมาเราก็ใช้ภาษาดอกไม้กันมาตลอดสนุกทุกครั้งที่มีการตรวจเท้า นี่คือที่มาของ "หมอตีน"

        ที่วัดโบสถ์จะมีตลาดนัดทุกวันพฤหัส  หัวหน้างานเราใจดีแอบย่องไปดูอุปกรณ์การดูแลรักษาเท้าได้แปรง หินขัดเท้า รองเท้าสวมหลายๆแบบนำมาให้ดูเป็นตัวอย่าง บางคู่ก็ขโมยของลูกมา วาสลินก็เอาของที่เราใช้ติดมาทุกวันที่มีคลินิก กะละมังรวบรวมกันเป็นเชทตัวอย่างให้พอได้มองเห็นภาพอุปกรณ์ จากเมื่อแรกๆเราพูดกันไปก็จินตนาการกันไป ตลกจัง  เท้าแตกเป็นไง ตาปลาเป็นไง เท้าผิดรูป สีผิวที่ผิดปกติ รวมถึงการดูแลอย่างง่ายที่บ้าน คนไข้ก็อวดเท้ากันใหญ่ใครเท้าดีก็คุยให้ฟังว่าดูแลเท้าอย่างไรถึงดีขนาดนี้ ก่อนจะจากกันเราจะย้ำเสมอว่าตรวจเท้าทุกวันนะ ดูแลเท้าให้เหมือนกับดูแลหน้าเลยนะ  ทุกคนจะสนุกกับการตรวจเท้าทุกวัน

        ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของเราซักเท่าไร ก็จะพอใจได้ไงล่ะ ถึงวันคลินิกทีไรก็ยังเห็นหลายคนใส่รองเท้าอีหนีบมาตลอด เดินกันจนสึกเป็นหลุมรูปเท้าสวยงามเชียว เราก็นึกกันเอ เราจะทำอย่างไรดีน้อคนไข้ถึงจะรู้ว่าการดูแลเท้าอย่างเดียวไม่พอแล้วหละ ว่าแล้วเราก็ทำกลุ่มให้คนไข้แลกเปลี่ยนความรู้แสดงความคิดเห็นกันดูว่าทำไมหนอรองเท้าถึงได้สึกขนาดนั้น มันเกิดอะไรขึ้น แล้วให้คนไข้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรดีแล้วกลุ่มก็สรุปว่าต่อไปนี้เราจะต้องใส่รองเท้าสวมตามที่หมอแนะนำแล้ว ว่าแล้วก็คุยกันใหญ่เลยว่าเลื่อกแบนั้นแบบนี้ตามตัวอย่างที่พยาบาลเอามาให้จับให้ดูเป็นตัวอย่าง แถมต่อรองราคาจะให้หมอเอามาขาย   คงไม่ไหวแน่อย่าเลยจะรวยกันใหญ่ซะละมัง "หมอตีน" หันมามองหน้ากันแฮ่...........