อบต.เกาะสะบ้า

โครงการประสานพลังปัญญาเพื่อการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลเกาะสะบ้า

ตำบลเกาะสะบ้า  อำเภอเทพา  จังหวัดสงขลา

1. ชื่อโครงการ   "ประสานพลังปัญญาเพื่อการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลเกาะสะบ้า

2. สถานที่ดำเนินการ   หมู่ที่ 1 - 8   ตำบลเกาะสะบ้า  อำเภอเทพา  จังหวัดสงขลา

3. ดำเนินการโดย   คณะกรรมการโครงการประสานพลังปัญญาเพื่อการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

   ตำบลเกาะสะบ้า

4. หลักการและเหตุผล

                                ตำบลเกาะสะบ้าเป็นพื้นที่ราบเชิงเขา ทางตอนเหนือมีพื้นที่บางส่วนติดกับทะเลอ่าวไทย           มีพื้นที่ 113  ตร.กม. แบ่งพื้นที่เป็น  8  หมู่บ้าน  มีประชากร  5,252  คน แยกเป็น 1,380  ครัวเรือน   ประชากรนับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม  มีวัดและสำนักสงฆ์  4 แห่ง มัสยิด 2 แห่ง สภาพการศึกษา มีโรงเรียน  5 โรงและศูนย์เด็กเล็กจำนวน  2  แห่ง  และมีสถานีอนามัยสำหรับบริการประชาชน  1  แห่ง  สืบเนื่องจากสภาพพื้นที่ของตำบลเกาะสะบ้าเป็นที่ราบเชิงเขา มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพพื้นที่เหมาะกับการทำการเกษตร  ประชาชนส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์และมีการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์และประกอบอาชีพเสริม เช่นการทำเสื่อกระจูด  เครื่องจักสาร เครื่องมือทำมาหากิน  เครื่องดักสัตว์   วิถีชีวิตของคนในพื้นที่เป็นแบบเรียบง่าย สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่น มีส่วนร่วมกับชุมชนและส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง

                สภาพปัจจุบันของประชาชนตำบลเกาะสะบ้า มีเครื่องอำนวยความสะดวก เส้นทางสัญจร  รถโดยสาร  รถยนต์ สื่อเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต  โทรทัศน์  โทรศัพท์ วิทยุ  ฯลฯ เป็นสื่อความรู้  ข้อมูลข่าวสาร  และเครื่องอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประจำวัน จึงทำให้วิถีชีวิตของคนในสังคมและชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ประชาชน  เยาวชนขาดบทบาทการมีส่วนร่วมในสังคม  มีการสร้างค่านิยมที่ไม่เหมาะสม  การนำเอาวัฒนธรรมของสังคมอื่นมายึดถือปฏิบัติ  สถาบันครอบครัวจึงขาดความอบอุ่น ชุมชนขาดความเข้มแข็ง ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมต่ำลง

องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะบ้าร่วมกับแกนนำชุมชน ได้เล็งเห็นถึงปัญหาต่างๆในสังคมท้องถิ่น  จึงร่วมกันประสานแนวคิด   กำหนดแนวทาง ร่วมแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและวางเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในตำบลเกาะสะบ้า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนและส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ประชาชนมีบทบาททางสังคม  โดยใช้ทุนทรัพยากรที่มี   ในท้องถิ่นมาบูรณาการร่วมกันภูมิปัญญาภายนอกและสภาพสังคมปัจจุบัน   ทำให้เกิดการพัฒนาตนเองและชุมชนได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน  โดยกำหนดขอบข่ายงานพัฒนาคน  4  ด้าน คือ

  • 1. ด้านการศึกษา
  • 2. ด้านวัฒนธรรม
  • 3. ด้านส่งเสริมอาชีพ
  • 4. ด้านส่งเสริมสุขภาพ

5. วัตถุประสงค์

  • 1. เพื่อนำเอาทุนทรัพยากรทางสังคมที่มีอยู่ในตำบลเกาะสะบ้า มาพัฒนาส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
  • 2. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน เยาวชนเรียนรู้ บทบาทหน้าที่ทางสังคมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในตำบลเกาะสะบ้า
  • 3. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทุกด้าน ให้ประชาชนนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม
  • 4. เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์สังคมและพัฒนาประเทศชาติต่อไป
  • 5. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบลเกาะสะบ้าให้ดีขึ้น

6. เป้าหมาย

                                ประชาชนในตำบลเกาะสะบ้าทุกกลุ่ม  ทุกเพศ  ทุกวัย ได้รับการพัฒนาทุกด้านโดยความร่วมมือของคนในชุมชน สามารถเรียนรู้และเข้าใจพื้นฐานของการดำรงชีวิต ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดกระบวนการพัฒนาคนและองค์ความรู้ในชุมชน  เพื่อแสวงหาทิศทางและแนวทางการปกป้องดูแลและพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน

7. วิธีดำเนินการ

  • 1. จัดประชุมระดมสมองแกนนำและผู้มีความรู้ในตำบลเกาะสะบ้าเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน
  • 2. กำหนดขอบข่ายในการพัฒนาคนให้ครอบคลุมทุกด้าน
  • 3. แต่งตั้งคณะทำงานแต่ละด้าน
  • 4. จัดทำแผนการดำเนินและกำหนดการ
  • 5. ดำเนินงานตามแผนและกำหนดการ
  • 6. จัดประชุมเพื่อสรุปและประเมินผล
  • 7. ติดตามการดำเนินงานทุกด้าน

8. ขอบข่ายงานพัฒนาคน 4  ด้าน

  • 1. ด้านการศึกษา
  • แนวคิดและหลักการ

                                การดำเนินกิจกรรมคุณธรรมนำความรู้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ(ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย สะอาด สุภาพ สามัคคี  มีน้ำใจ) สู่เยาวชน เป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญต่อการสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนดีสามารถปฏิบัติตนในสังคมได้อย่างมีความสุข  การปฏิบัติตนเป็นคนดี  เป็นแบบอย่างกับคนอื่นได้ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การส่งเสริมพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดีตามหลักคุณธรรมพื้นฐาน  8  ประการ ซึ่งสามารถสืบค้นหาต้นแบบภายใน-นอกหมู่บ้านมาเป็นแบบอย่างได้ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติให้กับเยาวชน ในการจัดการความรู้ด้านคุณธรรมพื้นฐาน  8  ประการ เป็นกระบวนการที่ให้เยาวชนและประชากรในวัยเรียนได้ศึกษา   เรียนรู้และปฏิบัติจริง ฉะนั้นในด้านคุณธรรมพื้นฐาน  8  ประการ พิจารณาแล้วเห็นว่าควรมีการส่งเสริม ปลูกฝังให้กับเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง

กิจกรรม   การจัดการความรู้ด้วยฐานคุณธรรมพื้นฐาน  8 ประการ (ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย สะอาด สุภาพ สามัคคี มีน้ำใจ) สู่เยาวชนตำบลเกาะสะบ้า

วัตถุประสงค์ 

  • 1. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ด้านคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ
  • 2. เพื่อให้เยาวชนได้ปฏิบัติตนเป็นคนดีของครอบครัวและสังคม
  • 3. เพื่อนำเอาบุคคลกรผู้มีความรู้ด้านคุณธรรมในท้องถิ่นมาถ่ายทอดสู่เยาวชนให้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิต
  • 4. เพื่อเป็นการพัฒนาคนให้มีคุณภาพของชาติสืบไป

กลุ่มเป้าหมาย  นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ตำบลเกาะสะบ้า 5 โรงเรียนและเยาวชนในพื้นที่ตำบลเกาะสะบ้า   จำนวน 800   คน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • 1. เยาวชนและประชากรในวัยเรียนเรียนรู้และปฏิบัติจริงจากคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ
  • 2. เยาวชนและประชากรในวัยเรียนปฏิบัติตนที่ดี เป็นคนดีและเป็นแบบอย่างได้
  • 3. เยาวชนและประชากรในวัยเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าของคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ

การติดตามและประเมินผล

                ตัวชี้วัดความสำเร็จ

                                1.   ผลการปรับพฤติกรรมนักเรียนก่อน + ขณะเข้าอบรม  หลังอบรมแล้ว

                                2.   แบบปฏิบัติของคุณภาพแต่ละส่วนของคุณธรรมพื้นฐาน  8  ประการ

 2. ด้านวัฒนธรรม

  • แนวคิดและหลักการ

                                วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิต  ที่คนในชุมชน ท้องถิ่นและสังคม ได้พัฒนาสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิต รวมทั้งใช้ในการป้องกัน  แก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คนในชุมชน ซึ่งถือว่าวัฒนธรรมเป็นทุนและศักยภาพที่สำคัญยิ่งของชุมชน ท้องถิ่นและสังคมไทยที่ได้แสดงออก  ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ทั้งในรูปแบบของวิถีชีวิต  ขนบธรรมเนียม  ประเพณี  ภูมิปัญญา  เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำมา  หากิน ความเชื่อและอื่นๆอีกมาก 

วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ศักดิ์ศรีทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ การสืบสาน และสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมเป็นภารกิจสำคัญ ที่คนในสังคมต้องร่วมมือร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน  และประชาชน  ทุกภาคส่วน   การจัดตั้งศูนย์ความรู้และพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมในชุมชนจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถสืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมเพื่อถ่ายทอดสู่ประชาชนและเยาวชนให้มีส่วนร่วมและมีโอกาสแลกเปลี่ยน  เรียนรู้  เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตและสร้างความเข้มแข็งและเกิดการพัฒนาตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรม     การจัดตั้งศูนย์ความรู้และพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมตำบลเกาะสะบ้า

วัตถุประสงค์   

  • 1. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในตำบลเกาะสะบ้า
  • 2. เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ครอบครัวและชุมชน
  • 3. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของตน
  • 4. เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีความรักในวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนและนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

เป้าหมาย  จัดตั้งศูนย์ความรู้และพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมตำบลเกาะสะบ้า  อย่างน้อย  3  แห่ง            (ใช้สถานที่ วัด/สำนักสงฆ์ 4  แห่ง  มัสยิด 2 แห่ง)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • 1. ประชาชนและเยาวชนตระหนักและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรมตำบลเกาะสะบ้า
  • 2. ประชาชนและเยาวชนให้ความร่วมมือในการจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
  • 3. ประชาชนร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรม มีการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม
  • 4. ประชาชนและเยาวชนมีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมประจำหมู่บ้าน สามารถสืบค้น ศึกษาหาข้อมูลได้ อย่างน้อย 3 แห่ง

การติดตามและประเมินผล

               ตัวชี้วัดความสำเร็จ

                 1.   จำนวนงานด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น

                 2.   จำนวนศูนย์ความรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น

                 3.   จำนวนคณะกรรมการวัฒนธรรมหมู่บ้าน

                 4.   จำนวนสื่อความรู้ด้านวัฒนธรรมหมู่บ้าน

  • 3. ด้านส่งเสริมสุขภาพ
  • แนวคิดและหลักการ

                                จากการเฝ้าระวังและป้องกันโรคของสถานีอนามัยเกาะสะบ้า  พบว่า ในปี พ.ศ. 2551                จำนวนประชากรเป้าหมาย 1,500 คน ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน  1,350  คน   คิดเป็นร้อยละ 90 จากผลการคัดกรองโรค พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน  จำนวน  94  คน คิดเป็นร้อยละ 6.26  จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน  ส่วนมากเป็นประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป พบสูงขึ้นทุก ๆ ปีซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของตำบลเกาะสะบ้า   และพบว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ประชาชนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานนั้นมีสาเหตุมาจากการขาดการให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ขาดการชักจูงเป็นผู้นำและกระตุ้น นำไปสู่การมีพฤติกรรมที่ถูกต้องจากผู้มีความรู้  นอกจากนี้ยังพบว่าการบริการสาธารณสุข เป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งของปัญหา ขาดการบริการที่ทั่วถึงแก่ประชาชน   การดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ผ่านมายังไม่มีประสิทธิภาพ ในการที่จะชักจูงประชาชน ให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ดี จากการนำปัญหาและสาเหตุต่าง ๆ มาวิเคราะห์ดูจึงได้จัดทำโครงการค้นหาและเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในประชาชนอายุ  35 ปีขึ้นไป ของ ตำบลเกาะสะบ้า  อำเภอเทพา  จังหวัดสงขลา โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพของชุมชนเอง   คือให้กลุ่มแกนนำ ผู้ซึ่งได้รับการอบรม มีความรู้ เป็นผู้ดำเนินการ ในการประสานการดูแลส่งเสริมสุขภาพประชาชน เพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

กิจกรรม   คัดกรองความดันโลหิตสูง/เบาหวาน

วัตถุประสงค์   

  • 1. เพื่อค้นหา เฝ้าระวังและให้ความรู้ เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง / เบาหวาน ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไปโดยแกนนำชุมชน
  • 2. เพื่อให้แกนนำในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการค้นหาและเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน
  • 3. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง และป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน รวมทั้งลดภาวะแทรกซ้อนได้
  • 4. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการป้องกันและรักษาที่ถูกต้อง

เป้าหมาย ประชาชนในพื้นที่ตำบลเกาะสะบ้า 8 หมู่บ้าน  ช่วงอายุ  35  ปีขึ้นไป

จำนวน  1,500  คน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • 1. ประชาชนในกลุ่มเป้าหมายได้รับการค้นหาและเฝ้าระวังทำให้ปลอดภัยจากโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานและภาวะแทรกซ้อนได้
  • 2. ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปฏิบัติตนในชีวิต ประจำวัน ในการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานได้ถูกต้อง
  • 3. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานสามารถดูแลตนเอง เพื่อลดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
  • 4. แกนนำค้นหาผู้ป่วยใหม่และการติดตามการรักษาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานได้
  • 5. องค์กรชุมชน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขเห็นความสำคัญของการดำเนินงานตามโครงการนี้ซึ่งเป็นผลให้เกิดการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรชุมชนในโอกาสต่อไป

การติดตามและประเมินผล

                     ตัวชี้วัดความสำเร็จ

                         1.    มีระบบในการค้นหากลุ่มผู้เสี่ยงต่อโรค

                         2.    มีกระบวนการคัดกรองผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ

                         3.    มีกระบวนการในการให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบทั้งในรูปบุคคลและสื่อความรู้ต่างๆ

                         4.    จำนวนสื่อในการให้ความรู้ในการป้องกันและรักษาโรค

                         5.    จำนวนบทเรียนด้านแนวปฏิบัติและดูแลป้องกันสุขภาพ

  • 4. ด้านส่งเสริมอาชีพ

แนวคิดและหลักการ

                                ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลเกาะสะบ้าประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับการสืบทอดมมาจากบรรพบุรุษ และจากประสบการ ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพตามสภาพโดยไม่มีการศึกษา หาวิธีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิต  มีการนำเอาสารเคมีต่างๆมาใช้ในการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง และไม่นำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์

                                การนำเอาสารเคมี มาใช้ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นและเป็นการสร้างมลภาวะและทำลายสิ่งแวดล้อม  ทั้งในน้ำ  ในอากาศ  และเกิดการเสื่อมสภาพของดินในระยะยาว  ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรน้อยลงและด้อยคุณภาพ

                                ชุมชนสามารถนำเอาภูมิปัญญาและความร่วมมือของคนในชุมชนมาพัฒนาองค์ความรู้          ทางเกษตรกรรม  เช่นการทำปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยชีวภาพ เป็นการลดต้นทุนการผลิต การนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติ และในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อเพิ่มผลผลิต  รักษาสิ่งแวดล้อม  เป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจครัวเรือนและชุมชนให้ดีขึ้น และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

กิจกรรม   การจัดตั้งศูนย์สาธิตและศูนย์ความรู้การทำปุ๋ยหมักชีวภาพชุมชนพึงตนเอง

วัตถุประสงค์   

  • 1. เพื่อให้เกษตรกรได้นำเอาวัสดุในธรรมชาติและท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิต
  • 2. เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจครัวเรือนให้ดีขึ้นและเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น
  • 3. เพื่อลดการนำสารเคมีมาใช้ในการประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมและเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใน
  • 4. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในสังคมและชุมชน
  • 5. เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้การทำปุ๋ยหมัก ให้ประชาชนนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

เป้าหมาย จัดตั้งศูนย์สาธิตและศูนย์ความรู้การทำปุ๋ยหมักชีวภาพชุมชนพึงตนเองตำบลเกาะสะบ้า(หมู่ที่ 8) และออกพื้นที่ทุกหมู่บ้านเพื่อให้ความรู้พร้อมสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพแก่เกษตรกรทุกหมู่บ้าน จำนวน 1,300  คน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • 1. เกษตรกรมีแหล่งเรียนรู้ในการทำปุ๋ยหมักสามารถสืบค้น ศึกษาเพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
  • 2. เกษตรกรนำเอาวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • 3. ประชาชนในตำบลเกาะสะบ้ามีเศรษฐกิจครัวเรือนดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • 4. สภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้นสืบเนื่องจากการลดใช้สารเคมี

การติดตามประเมินผล

                  ตัวชี้วัด

  • 1. จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
  • 2. จำนวนศูนย์สาธิต / ศูนย์ความรู้ในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
  • 3. ปริมาณการลดลงของเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยจากสารเคมี
  • 4. จำนวนแบบปฏิบัติของการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

 

9.  ระยะเวลาดำเนินงาน  

เดือนตุลาคม  2551 -  กันยายน  2552

10.  งบประมาณ

เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  200,000 บาท ได้รับการสนับสนุนจาก  สสส. ค่าใช้จ่ายตามขอบข่ายงานพัฒนาคน 4 ด้าน  (รายละเอียดถัวเฉลี่ยจ่ายตามความเป็นจริง)

11.  ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • 1. ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาตนตามแนวทางการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน
  • 2. ประชาชนนำเอาองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับปรุงพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน
  • 3. ประชาชนนำเอาทุนทรัพยากรที่มีอยู่ในตำบลเกาะสะบ้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • 4. ประชาชนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

12.  ติดตามและประเมินผล

  • 1. ติดตามผลการดำเนินงานตามขอบข่ายงานแต่ละด้าน
  • 2. แบบประเมินความพึงพอใจ
  • 3. ประชุมเพื่อประเมินผลและสรุปรวบรวมรายงาน