ธรรมชาติของทุกสิ่งล้วนมีทิศทางดำเนินไปตามครรลองของมัน การหมุนวนไปขยายกระจายกว้างออกไปสุดกู่แล้วก็บีบตัวให้เล็กลงจนถึงที่สุดกู่ก่อนแล้วระเบิดออกไปอีกอยู่ในสภาพอย่างนี้ตราบนานเท่านาน เราจะเห็นได้ในระบบสุริยะจักรวาล กระจายไปเป็นทางช้างเผือกนั้น
จะว่ายิ่งใหญ่ก็ยิ่งใหญ่จริง เมื่อมีการเปรียบเทียบแม้มดแดงตัวน้อยที่ไต่ไปตามผลส้มยังใหญ่กว่าช้างที่เดินบนโลกนี้หลายล้านเท่านั้น เราเห็นดวงตะวันดำเนินไปไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวล้วนเป็นธรรมชาติอย่างนั้นเอง
เราเห็นดวงเดือนดำเนินไปบางครั้งเราคิดไปเองว่าพระจันทร์ยิ้ม เราเห็นดวงดาวดำเนินไปเราเห็นปุยเมฆม้วนตัวเป็นก้อนกลมแล้วคลี่ตัวแผ่ขยายออกไปตามทิศทิศทางที่ลมพัดผ่าน นั้นคือความเป็นไปในธรรมชาติ
เมื่อทุกสิ่งต่างดำเนินไป เช่นนี้เหมือนสอนธรรมให้เราได้ไตร่ตรองมองเห็นหลักที่ว่า...คนเราจะมีความคิดมองดวงตะวันอย่างไร มันก็เป็นไปตามปกติที่มันเคยเป็นไปไม่ตื่นเต้นตูมตามไปกับชาวโลกด้วย
เรื่องทั้งหมดคนคิคคนสร้างคนทำคนเสียใจคนดีใจไปเองละ ยิ่งค้นหาตัวตนเองไม่เจอแล้วก็ยิ่งทำจุ่นจ้านไปทั่วมั่วนิ่มอิ่มแล้วยุ่งอยู่ทุกเรื่อง แท้จริงแล้วทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง
เมื่อคนเราไม่ฝึกตนให้เป็นคนมีวิชชาแล้วอวิชชาก็ครอบงำตนเท่านั้นเองละ
lสวัสดีครับอาจารย์ ยูมิ "เห็นธรรมชาติเห็นตน คือคนที่เห็นธรรมครับ"
ได้ ธรรม เกือบทุกครั้งที่อ่าน บทความของ อาจารย์
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
จริงค่ะ...^_^...
แท้จริงแล้วทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง
(^__^)
สวัสดีครับ คุณ ศรีกมล
เหมือนสิ่งเดิมแท้นั้นว่างอย่างยิ่ง
เมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
คุณวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เมื่อคนเรารักษาธรรม ธรรมก็รักษาคนนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ แสงศรี
มีความสุข ในทุก ๆ วันนะครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ ครูคิม
อิ อิ อิ...ไม่เข้าใครออกใครเลยนะครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ คนไม่มีราก
คำเดียวสั้น ๆ แต่มีความหมาย...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
แวะมาขอบคุณ อ.umi ขอให้อาจารย์ มีความสุขในเทศกาลแห่งรัก นะครับ
สวัสดีครับ คุณ แสงศรี
เป็นภาพถ่ยที่มีฝีมือมากเลยนะนี่ อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ