ข่าวพระอีกแล้ว ?


 ทุกครั้งที่ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ลงข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ชาวพุทธที่เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ต่างก็อุทานว่า “ข่าวพระอีกแล้ว ?”

 ขณะนี้คงไม่ข่าวใดจะดังเท่าข่าว พระภิกษุที่ได้รับฉายาว่า “เจ๊ดาว” ที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ข่าวโด่งดังขึ้นเนื่องจากมีสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้ข้อมูลเกี่ยวกับ “เจ๊ดาว” แล้วนำไปเผยแพร่ทางหน้าหนังสือพิมพ์และทางโทรทัศน์ สื่อทุกสำนักจึงมุ่งตรงไปยังถิ่นพำนักของ “เจ๊ดาว” เพียงแค่ข่าวพระภิกษุมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ถูกนำเสนอและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สื่อทุกแขนง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เว๊บไซค์ต่างๆก็มีการโพสต์ข้อความ มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง ทั้งๆที่ยังไม่รู้ความจริงว่าเป็นอย่างไร

 ทุกครั้งสื่อที่ออกข่าวพระภิกษุ ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุกคนจะมุ่งหน้าไปหาที่สำนัก เพื่อหาข่าว หลายครั้งพระรูปดังกล่าวตั้งตัวไม่ทัน หลบหน้าไปก่อน สื่อก็กระพือข่าวว่า พระทำผิดจริงหนีไปแล้ว เมื่อลงข่าวมากๆท่านก็หนีไปจริงลาสิกขา ไปในที่สุด และข่าวดังกล่าวจะเงียบหายและลืมไปจากสังคมเมืองไทย 

 หลายครั้งข่าวของพระภิกษุที่ถูกนำเสนอทางสื่อต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่ถูกกลั้นแกล้งจากคนบางคน พระรูปนั้นไม่ได้ทำผิดจริง แต่เมื่อถูกบีบคั้นจากสื่อจนต้องหนีหรือลาสิกขาไปในที่สุด หลายรูป ได้พิสูจน์ตัวเองว่าไม่ผิด สังคมรอบวัด ญาติโยมรับรู้ ให้อภัย แต่สื่อต่างๆไม่รับรู้และไม่นำเสนอข่าว

 หลายอาจจะถามว่า พระภิกษุที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นมีไหม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มี เพราะทั่วประเทศพระภิกษุ สามเณรกว่า สามแสนรูปนั้น ย่อมมีบ้างที่อาจมีพฤติกรรมนอกกรอบของพระธรรมวินัย แล้วประชาชนอย่างเราจะรู้ไดอย่างไร ว่าภิกษุรูปใดมีศีลครบบริบูรณ์

 ถ้าจะถามว่าสังคมไทยได้อะไรเกี่ยวกับข่าวพระดังกล่าว หรือได้เพียงวิพากษ์วิจารณ์ให้สนุกปากของคนในสังคม เมื่อข่าวเงียบทุกคนก็ไม่สนใจ เมื่อมีข่าวเกิดขึ้นก็วิพากษ์วิจารณ์และหาทางป้องกัน เหมือนกับสุภาษิตไทยที่ว่า “วัวหายแล้วคอก” ถ้าคนไทยในสังคมไม่สนใจศึกษาพระธรรมให้ท่องแท้ และไม่เป็นคนที่เรียกว่า “มงคลตื่นข่าว” แล้วละก็ คนไทยคงมีสุภาษิตใหม่ “พระหายล้อมวัด”