(ถ้าอาจารย์ยอมเหนื่อยยาก ลูกศิษย์ส่วนมากจะได้ดี)

พันธกิจของคนแซ่เฮคืออะไร  ตอบยาก เพราะมันลิ่นไหลตามใจปรารถนา กำหนดการมีบ้าง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในอากาศอยู่ในใจ และอยู่ในความคิดคำนึงของแต่ละคน  เมื่ออยู่ร่วมกัน..แปลกมาก ที่เรามักจะมีเรื่องโดนใจไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคืออะไรก็ได้ มีมาเถอะ รับลูกได้ทั้งนั้น ศักยภาพแห่งจิตใจที่เคลื่อนไหวพร้อมรับการบ้านเสมอ มันยิ่งกดปุ่มเสียอีกนะเนี่ย คราวนี้เห็นชัดมาก ทุกความคาดหวังเป็นไปตามที่หวัง ..ถนนทุกสายมุ่งไปสวนป่า คณะไหนจะไปก่อนไปหลังมิได้รั้งรอ จัดการตัวเองไปให้ถึงที่หมายเท่านั้นเป็นพอ รายละเอียดระหว่างทางก็สุดจะพรรณา เป้นเรื่องใหม่ๆ สดๆ ฟังแล้วอ้าปากหว๋อทั้งนั้น ยกตัวอย่างสักตอนก็ได้เอ๊า!

หลังจากผมและอัยการเลี้ยงส่ง อ.ขจิต กับ อ.ปู เดินทางโดยรถทัวร์ตอน 3 ทุ่ม

2 กุมารไปถึงบุรีรัมย์ ตี 4 มีรถโดยสารต่อไปที่อำเภอสตึก

ด้วยความร้อนใจและเป็นสไตล์ของ อ.ขจิต ที่ทุกอย่างรวดเร็วเสมอ

เรียกรถมอร์เตอไซให้ไปส่งบัดเดี๋ยวนั้น!

ครูปู นั่งคันที่ 2 ตามไปติดๆ ท่ามกลางความมืดสลัว

ช่วงแรกรถวิ่งบนถนนลาดยาง แต่ปลายทางเป็นถนนดินลูกรัง

ก็นึุกดูเถิดว่า..สวยสวยหน้าตาแจ่มใสชื่อปู จะเผชิญอะไร

ก็ฝุ่นแดงเต็มศรีษะ เปลี่ยนชื่อเป็นครูผมฟู ได้ด้วยประการละฉะนี้

สาวมั่นคงจะจดจำได้ไปนานแสนนานกับเหตุการณ์ระทึกใจ

(สาวน้อยก็เิดินมาบอกว่าเมื่อไหร่จะปล่อยเจ้าบ่าวเสียที)

อีกทีมหนึ่ง ขบวนแห่ตัวเจ้าบ่าว พิถีพิถันมาก เพราะเป็นการกุศลที่หวังผลไปถึงอานิสงฆ์จะบังเกิดให้ได้ลูกเขยกับเขาบ้าง จึงประณีตทุกขั้นตอน วางแผนเตรียมการละเอียดยิบ ขาไปแวะคารวะญาติผู้ใหญ่ที่โคราช  เติมความซาบซึ้งใจไปเต็มๆ อาจารย์หลินฮุ่ยจัดเสบียงรอไว้แล้ว ได้ทั้งขนุนและข้าวสังหยดมาหุงชิมกัน ปลาทองก็มีโอกาสต้อนรับด้วย เกือบจะแหกลังเจ้าบ่าวซะแล้ว ..ไปถึงเอาเจ้าบ่าวเข้าเรือนหอ เจ้าสาวได้กลิ่นบินมากระหลิ่มกระเลี่ย พวกแห่ขันหมากทึ่งไปตามกัน ..แต่เพื่อให้คุ้นเคยกับสถานที่ จึงยังไม่ปล่อยเจ้าบ่าวออกทันที เมื่อวานนี้เจ้าสาวเดินมาฟ้องถึงที่น้าอึ่งนอน ..คงจะบอกว่า..ช่วยปล่อยเจ้าบ่าวออกมาหน่อยสิ มันเป็นถึงขั้นนี้เลยแหละพี่น้อง

(เมล็ดข้าวจากแรงกายชาวนา ส่งผ่านแีรงใจคุณสุชาดาไปสู่ครัวชาวกรุง)

ทีมคุณสุชาดา กับทีมอาจารย์แพทย์จากชลบุรี มาคนละทิศทางแต่จุดนัดหมายเดียวกัน พันธกิจของชาวปูนซีเมนต์ก็คือ มาเตรียมบรรจุข้าวสารหอมมะลิเข้ากล่อง ไปจำหน่ายช่วยเหลือชาวนา  ในวารเทศกาลวันวาเลนไทน์ ..แจกเป็นข้าวสารที่หุงเป็นข้าวต้มได้อร่อยที่สุดในโลก โอ้..ความคิดนี้หวานแห๋ววแถมยังเสริมสร้างพลังกายพลังใจอีกด้วย เมื่อความปรารถณาดีมีกำหนดเวลาประชิด จึงต้องนั่งบรรจุข้าวกันอุตลุด ใครได้รับของฝากจากใจชุดนี้คงจะได้อนิสงฆ์แรง

(ทีมอาจารย์แพทย์จากชลบุรี ..มองตาก็รู้ใจกันซะแล้ว )

คูณหมอเป็นกองเชียร์ครูปูผัดผักบุ้งกะทะ ร้อน พร้อมเสริฟในระยะ 6 เมตร เรียกว่าฝีมืออร่อยร้อนๆจากกะทะไปลงพุงกะทิ คุณหมอเอาเครื่องมือชุดเล็กมาด้วย พวกเราเรียงแถวไปตรวจหู ครูคิมได้รายชื่อยาไปหยอด ส่วนผมอาการหนักกว่าเพื่อน หมอต๊กใจ..เป็นโรคแก้วหูซ้ายทะลุหูขวา มินาละ ใครซุบซิบอะไรได้ยินหมด นอกจากนั้นคุณหมอยังเตรียมเครื่องมือมาวาดภาพด้วย มิให้อึ่งกิมกี่ยังไงละ ฟังมะเดี่ยวดีดกีตาร์ร้องเพลง เพลงจบภาพเขียนก็จบ..ให้ชื่อว่าร้องบรรเลงเพลงล้อแสงเดือน ส่วนคุณหมออีกท่านหนึ่งชำนาญการทางด้านตรวจภายใน ไม่มีใครกล้ามารับบริการสักคน อิอิ..ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องที่เล่ามานี้หรอกนะ อาจารย์จะพานักศึกษาแพทย์ลงมาหาเราในวันที่ 24-26 เมษายน ผมก็นึกถึงหนูเบริด์ หมอจอมป่วน อุ้ยจันตา และชาวเราทั้งหลาย ใครว่างก็ขอเชิญมะรุมมะตุ้มกับนักศึกษาแพทย์ได้นะครับ

(อาจารย์แป๋วขนลูกศิษย์มา 15 คน ฝึกทดลองการนำเสนอผลงาน

สมมุติว่าพี่ป้าน้าอาเป็นกรรมการรับฟัง)

เป็นธรรมดาที่นักศึกษาอาจจะเครียดนิดหน่อย ในการทำการบ้าน เมื่อฟังท่านรอกอด ครูคิม น้าอึ่ง สาวตา ครูปู อ.ขจิต สายลม ใครต่อใครช่วยให้กำลังใจ ทุกคนก็ผ่านไดด้วยความชื่นมื่น นักศึกษาบางคนเสนอเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ จ๊าบจริงๆ นอกจากนี้ยังมีทีมนักศึกษา ป.โท จากมหาสารคามอีก 20 ชีวิต มาร่วมเสนอกิจกรรมคลำทางทำวิทยานิพนธ์ ทั้งรอกอด ครูคิม ทำหน้าที่แทนชาวเฮศาสตร์ได้ดีมาก งานนี้ครูคิมได้ยกระดับความคิดความคันให้นักศึกษาอย่างเต็มที่ แสดงฝีมือแม่ไม้ครูไทย อาจารย์ระดับ 6 แต่ได้เป็นอาจารย์ 3 สามคนแรกของประเทศไทย ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ผมนะแอบปลิ้มๆๆมาก

( ชวนให้อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มปัญญา หาไม่ง่ายนักหรอกวิทยากรเยี่ยงนี้)

ยังไม่หมดเค้าแขกง่ายๆหรอกนะ มีคณะหนึ่งจากกรุงเทพ มีรศ.ชับ เข็มนาค เป็นหัวหน้าทีม มีอดีต ผอ.วิทยาลัยเกษตรกรรม 2 ท่านบวกอีกหนึ่งนักธุรกิจ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องการปลูกป่าไม้ ได้หารือกันในวงกว้าง รวมทั้งการตั้งโรงงานใช้ไม้เป็นวัตถุผลิตน้ำมันไบโอแก๊สด้วย เมื่อช่วงเย็นนี้ยังได้รับโทรศัพท์จาก ดร.เริงชัย เผ่าสัจจะ หนึ่งในคณะประสานงานโทรมาถามว่างไหมพรุ่งนี้  จะชวนไปกินข้าว-คุยเรื่องปลูกป่าไม้ต่อ แหมจะไม่ให้หยุดพักเลยหรือครับ เลยนัดเจอกันหลังจากกลับอิหร่าน

( สถานที่นี้ พระก็มาได้ นักศึกษาก็มาได้ มาแล้วจะได้อะไรนั้น..แล้วแต่วาสนา )

ช่วงบ่ายที่พระอาจารย์จากวัดกลางบุรีรัมย์ ชวนนักศึกษาพระมาเรียนเรื่องการทำสื่อ VCD. ท่านเตรียมเตรื่องมือมาพร้อม สัมภาษณ์บันทึกเทป แยกย้านกันไปถ่ายภาพเก็ยข้อมูล เป็นอีกคณะหนึ่งที่มาร่วมสร้างความข้มข้นของคนแซ่เฮ  นอกจากนี้ลูกศิษย์อาจารย์แป๋ว 2 ท่าน เอาหลานมาอวด ชาวเกษตรเจอกันก็จะนับรุ่นกัน ใครอยู่รุ่นไหน ปีไหน

(วิทยากรแยกกันตะลุมบอล  ในภาพครูปูสาธิตการกอดวิทยากร)

สรุปว่าตลอดระยะเวลา 3 วัน คนแซ่เฮทำอะไรไปมากมาย เราได้ศึกษาวางแผนต้อนรับชาวคณะนักศึกษา สสสส 1 จากสถาบันพระปกเกล้าที่จะยกทัพมาที่นี่  และจะมีพี่น้องชาวเฮจากหลายกลุ่มมาสมทบด้วย เมื่อคืนนี้ดาวสุกสกาวสวยเย็นตา อาจารย์ขจิต กับสายลม ขนสื่อมาปูที่ลานข้างบ้าน เอาที่นอน หมอน ผ้าห่มมา ให้พวกเราทดลองนอนชมจันทร์ คุยกัน ฟังเพลง สุดท้ายก็นอนโต้รุ่งกัน 3 คน พบว่าบรรยากาศเย็นสบาย ไม่มียุง ไม่มีมลภาวะใดๆมาก่อนกวน นอนฟังเสียงนกเค้าแมวละะมอแบบสบายๆ  จึงหมายมั่นปั้นมือว่า ญาติสายไหนมาก็จะได้นอนชมดาว ไม่ลำบากเรื่องที่หลับที่นอนแต่ประการใด เว้นแต่อย่าไปนอนใกล้คนหลายใจ..ก็แล้วกัน

(ชวนมานอนตากฟ้าตากลมชมจันทราแสงนวลเย็นตา ตื่นมาตรวจบล็อกทันที)

(ผัดให้เห็นกันจะจะ ว่าเสน่ห์ปลายตะหลิวนั้นเป็นฉันใด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

ตอนขากลับ คณะส่วนใหญ่เฮไปทางเดียวกัน คณะอาจารย์แป๋ว คุณหมอชลบุรี คุณสุชาดา จากปูนซีเมนต์ มะเดี่ยว ก็แห่ตามกันเป็นหางว่าว ผมจะพาไปเยี่ยมฤๅษีที่อำเภอลำปลายมาศ เนื่องจากถนนแคบเราจึงได้เรียนวิชานอกลู่นอกทาง ท่านฤๅษีพาเดินตัดท้องทุ่งนาตรงไปยังอาศรม ไปถึงได้ชิมน้ำมะฟืองปั่นอร่อยมาก ลืมเหนื่อยไปตามกัน พวกเรานั่งล้อมวงฟังท่านฤๅษีเล่าเรื่องวิถีคนกล้า แล้วเดินชมกิจกรรมรอบอาศรม รายละเอียดช่วงนี้ขอให้ไปตามอ่านที่ท่านรอกอดบันทึกก็แล้วกัน

(บุกไปเยี่ยมฤๅษี มีหลายท่านสดุดตาสะดุดใจ )

คณะเราแยกกันตรงจุดนี้  อ.ขจิตติดรถคุณหมอเข้ากรุงเทพ เลยพลาดขาหมูหินดาดไปอย่างหวุดหวิด อิ่มแล้วต่อไปโคราช เป็นการผ่านเมืองย่าโมที่ความหมายมากสำหรับชาวเรา เพราะได้ไปคารวะอาจารย์หลินฮุ่ยในวันมาฆะบูชา  ได้ชิมน้ำสมุนไพร ดีใจที่ได้พบกันครั้งแรก กอดแรกเกิดขึ้น กอดหลังๆก็ตามมา ได้กอดปลาทอง และเมี๊ยวที่เราได้อ่านเรื่องราวมานาน นับเป็นความสุขที่ชุ่มเย็นในหัวใจครั้งหนึ่งในชีวิต อาจารย์หลินฮุ่ยตัวเป็นๆนั้น ใครยังไม่เคยพบท่าน บอกเลยว่า จะสุดแสนจะเสียดายโอกาสอันดีงามของชีวิตเชียวแหละ

(นับเป็นมงคลแก่ชาวเราที่ได้ไปเยี่ยมอ.หลินฮุ่ย ในบรรยากาศที่อบอุ่นประทับใจ)

ป่านนี้ ครูคิมถึงบ้านแล้วยังหนอ

ป่านนี้ น้าอึ่งอ๊อบ ถึงบ้านแล้วยังหนอ

ป่านนี้ สาวตาถึงบ้านแล้วยังหนอ

ก๊อกสุดท้ายแยกย้ายกันที่ร้านเหมือนฝัน

ครูปูลงรถพร้อมกับท่านรอกอด

ป้าจุ๋มมาส่งผมที่ 814

พบกันใหม่ปลายเดือนนะครับ

จากวันนี้ไปขอหายหน้า แต่ยังหายใจ ยังห่วงใยกันอยู่เสมอ

อามิตรพุทธ ..