Letter from dad to son"สติ"

Consciousness of Human potential power

Dear Phu,


In the previous letter, I mentioned about the consciousness.

       I believed that when you have consciousness you can make yourself calm and understanding on what you’re doing at all time. I just read the article about future consciousness written by Dr. Anuch Apapirom from Matichon-weekly magazine, then I would like to summarize it as follow:

1. Consciousness of time: look at the future, stay with the present and forget the past.

2. Consciousness of changing: accept the changing whatever and whenever it occurs. (remember the story “ who move my cheese”)

3. Consciousness of the relationship between Human and Nature : Human have potential in develop wisdom and nature go on its way.

Human have to adapt themselves to nature not trying to adapt nature to human. 

4. Consciousness of the death: realize about the death and prepare to die calmly. Giving  generously & hospitality to others.

5. Consciousness of various future: consider the future as the three categories good, bad and neutral and weight it probably.

6. Consciousness of conflict: fear-hope, satisfaction-dissatisfaction, good-bad and etc, consider our mind and follow up it closely. ดูจิต ดูจิต

7. Consciousness of revolution of human; understand it completely from the Cromanyon revolt to Homo sapiens.

8. Consciousness of history: learn about the mistake from the past and prepare for the better thing in future.

9. Consciousness of Science and technology: use it properly and analyze its strength, weakness, opportunity and threat, then you have to take the most usefulness to human not profit.

10. Consciousness of Human potential power: human has a potential power to learn and improve their wisdom.

          Mom and dad prepare the nutrition-protein which you can mix 1 spoon and water then shake it until it mix homogeneously ,drink it 1 glass everyday. 

Last but not least, remember that; be fun and kind with your friends. I saw you were playing with your friend while you were at school.

*Once again mom and dad love you more than you ever think. We are working hardly and prepare the important things for your future, we have to stay far away just for moment but it’s good for your life. You will adapt yourself to the social better than us, I believe in you and your school.

 


Love you, Phu, my son.

 

Dad ;P

(จงจำไว้เสมอ มี สติ มี สติ และ มีสติ-แม่ขอเติม)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คุยกับลูกเรื่องธรรม สังคม ความรู้-ไม่รู้และอื่น ๆ



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

สติที่ดีมักจะมาคู่กับสมาธิด้วย   หลายๆ ครั้งที่เริ่มวอกแวก หรือขาดสติและสมาธิ ย่อมส่งผลต่อความสามารถของเราในการทำงาน ในการสอบ แม้กระทั่งการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ
มีผลไม้มาฝาก เพิ่มวิตามินซีก่อนสอบค่ะ

เวลาอ่านบันทึก จดหมายถึงลูก ผมชอบประโยคท้ายๆ อ่านแล้วรู้สึกดีมากครับ

"Once again mom and dad love you more than you ever think. We are working hardly and prepare the important things for your future, we have to stay far away just for moment but it’s good for your life."

 

:)

เขียนเมื่อ 

  

อยากกินจังคะพี่ศศิ กีวี ส้ม มะเขือเทศ
ส่วน
แอปเปิล..น้องทานไม่เป็น แปลกดีมั้ยคะ  แต่เป็นของโปรดสองพ่อลูกค่ะ

เขียนเมื่อ 

P สักวันพี่คงได้มีโอกาสแนะนำให้สองคน น้องเอกและคุณพ่อขายาว รู้จักกัน

 
เพราะรู้มั้ยว่า พี่เปิดบันทึกคุณเอกให้เขาดู

เขาพูดว่า "ชีวิตคุณเอกนี่ น่าอิจฉาจัง"

เขาเป็นคนชอบเดินทางค่ะ

ขอบคุณค่ะ ที่ติดตามอ่านจดหมายซีรี่ส์นี้ ;P

ภูสุภา
IP: xxx.27.208.167
เขียนเมื่อ 

10. Consciousness of Human potential power: human has a potential power to learn and improve their wisdom.

ส่วนตัวชอบข้อนี้ ค่ะ

ป่วยครั้งนี้ รู้สึกว่าทำงานอย่างมีสมาธิ ได้งานมาก ;p

เขียนเมื่อ 

มัทเคยคุยกับน้องชายที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน

เค้าถามว่าสติแบบพุทธกับสติแบบตื่นอยู่ไม่สลบต่างกันอย่างไร

ตอบจากศัพท์ก่อนได้ว่า

สติแบบแรกคือ mindfulness สติแบบหลังคือ consciousness

แล้วก็ค่อยขยายความว่า สติภาษาไทยกับสติภาษาบาลีนั้นมีความลึกซึ้งไม่เหมือนกัน มัทคิดว่าคุณพ่อขายาวน่าจะกำลังพูดถึง mindfulness รึเปล่าคะ

เขียนเมื่อ 

น้องมัท คะ P

พี่ท้าวความนิดหนึ่งว่า ลูกชายมักจะ ลืมข้าวของหนึ่ง ลืมส่งการบ้านอีกหนึ่ง และที่บ่อย ๆ กว่านั้น คุณครูเกือบทุกชั้นจะ บอกเล่าให้พ่อแม่ทราบเสมอว่า เด็กชายภู เป็นเหมือน โต๊ะโตะจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง

คือ เขาจะมีเรื่องคิด ทำอะไรอยู่บนโต๊ะ เดินวนไปมา รอบ ๆ ห้องเรียนหรือห้องทำงาน แบบว่างานที่ครูสั่งในแบบเรียนน่ะ ทำไม่ค่อยทัน-เหลือสิบ-ยี่สิบนาที ค่อยทำ..เขาจึงทำไม่เสร็จ ส่วนนี้สำหรับเด็กคนอื่นคือคะแนนช่วย สำหรับเด็กชายภู คือคะแนนฉุด 

จนโตป่านนี้ ประถมสี่ แรก ๆ เขาไม่ชินกับครูนัก เขาก็ทำงานรูทีนเสร็จจนได้คะแนนเก็บใช้ได้ เวลาผ่านมา เมื่อคุ้นชินกับครู ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ๆ

ล่าสุด วิชาคณิตศาสตร์ แว่ว ๆ มาว่า ที่เขาได้คะแนนหล่นลงมามาก เพราะไม่เขียน ไม่แสดงวิธีทำ เขียนแต่คำตอบ คำตอบถูกแต่-ครูจะให้คะแนนอย่างไรในเมื่อคำสั่งบอกว่า "จงแสดงวิธีทำ"

.......ตอบยาว.......

ตอนแรกพี่ก็คิดว่า คุณพ่อคงหมายถึง สติ consciousness ในเชิงภาวะรู้สึกตัว ไม่เบลอ (แซวลูกน่ะ)

ทักเขา เขาว่า เอาน่า ส่งจดหมายให้เจ้าตัวแสบก่อน

 

....จริง ๆ น่าจะเปลี่ยน เนื่องเพราะคำแทรกภาษาไทย แลคำสอน มันมุ่งไปทาง mindfulness อย่างที่น้องมัทเม้นท์นั่นแหละเน้อ....

 

ขอบคุณคำทัก ค่ะ เดี๋ยวให้เจ้าตัวคนเขียนมาแก้ไขบันทึกเอง ;P