กระบวนการเรียนการสอนสามสิบปีที่ผ่านมา
ครูธวัชรูปร่างเล็ก ผิวค่อนข้างดำ สะพายย่ามเก่าๆ สีมอๆ เดินเข้ามาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผมรีบเดินเข้าไปหาพร้อมกับยกมือไหว้ แกรับไหว้แล้ววางย่ามลงบนโต๊ะครูใกล้ๆ
"เป็นไง เมื่อวานมาถึงที่นี่กี่โมง เหนื่อยไหม" แกยิงคำถามเป็นชุดๆ แต่ไม่รอคำตอบแกพูดต่อว่า
"ผมมีงานเตรียมสอบชั้น ป.4 ที่กลุ่มโรงเรียน เมื่อวานเลยไม่ได้มาโรงเรียน" ในขณะที่พูดแกไม่ได้มองที่ผม แกหยิบกระบอกน้ำพลาสติกจากย่ามเปิดเกลียวแล้วยกขึ้นดื่ม เสร็จแล้วจึงหันมองผม ในขณะที่ผมตอบไปว่า "ไม่เป็นไรครับ" เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร หลังจากนั้นครูธวัชได้ถามเรื่องส่วนตัวผมเล็กน้อยและมอบหมายให้ผมสอนชั้น ป.1 และ ป.2 ส่วนแกสอนชั้น ป.3 และ ป.4
ผมกลับมาชั้น ป.1 กะว่าจะพูดคุยกับเด็กเป็นการสร้างความสนิทสนม แต่ผมไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจเพราะนักเรียนชั้น ป.2 ทำเลขที่ผมเขียนโจทย์บนกระดานดำเสร็จแล้วและเริ่มเล่นและคุยกัน ผมจึงต้องกลับมาชั้น ป.2 สั่งให้วาดรูปอะไรก็ได้และให้อยู่เงียบๆ มอบหมายหัวหน้าชั้นควบคุมใครส่งเสียงหรือออกจากที่นั่งไม่ได้
ผมเดินมาชั้น ป.1 เขียนโจทย์บวกเลขสองหลักไม่มีตัวทด จำนวน 5 ข้อ บนกระดานดำให้นักเรียนทำบนกระดานชนวน หลังจากนั้นกลับไปที่ชั้น ป.2 อธิบายวิธีทำโจทย์เลขชั้น ป.2 ที่ผมเขียนบนกระดานดำไว้แล้ว พออธิบายเสร็จนักเรียนชั้น ป.1 ก็ทำเลขเสร็จ ผมต้องมาอธิบายวิธีทำโจทย์เลข ป.1 แล้วตรวจกระดานชนวนนักเรียน
ผมเห็นกระดานชนวนเด็กชั้น ป.1 แล้วนั่งซึม เพราะมีเพียงไม่กี่คนเองที่เขียนเลขเป็นตัวเลข นอกนั้นเป็นไส้เดือนไปหมดสิ้น ทำถูกกี่คนเหรอ อย่านึกถึงมันเลย
ถึงเวลาพักกลางวัน หลังจากปล่อยเด็กผมชวนครูธวัชไปทานข้าวกลางวันที่บ้านพ่อเหรียญ แกไม่ไปและชี้มือไปทีย่ามของแก ผมจึงรีบเดินกลับบ้านกินข้าวกลางวัน
เสร็จแล้วกลับไปโรงเรียนเพื่อสอนภาษาไทยในช่วงบ่าย ผมเริ่มที่ชั้น ป.2 ให้เด็กเอาหนังสือภาษาไทยขึ้นมาวางบนโต๊ะ ปรากฎว่านักเรียนทั้งห้องมีหนังสือไม่กี่คน ผมจึงต้องเขียนบนกระดานดำ หลังจากนั้นก็พาเด็กอ่านสองเที่ยว แล้วให้เด็กอ่านนำบนกระดานดำทีละคน เด็กที่เหลืออ่านตาม จนอ่านหมดทุกคนแล้ว ให้คัดลงบนกระดานชนวน หลังจากนั้นก็มาสอนชั้น ป.1 โดยดำเนินการเหมือนชั้น ป.2 เพียงแต่เป็นคำภาษาไทยง่ายๆ
พอประมาณบ่ายสามโมง ครูธวัชเดินมาบอกผมว่า วันศุกร์มีประชุมกลุ่มที่โรงเรียนบ้านคำเชียงเบ้า ประธานกลุ่มให้ครูไปประชุมทุกคน และวันพรุ่งนี้วันพฤหัสบดีครูธวัชขอลากิจหนึ่งวัน เสร็จแล้วแกก็ขอตัวกลับบ้านก่อน แกบอกว่ากว่าจะเดินถึงบ้านแกก็คงมืดพอดี
พอครูธวัชเดินลับสายตาไป ผมก็ปล่อยเด็กกลับบ้าน เป็นอันว่าวันแรกของการเป็นครูผมสอนเพียงวิชาเลขและภาษาไทยก็หมดเวลาแล้ว
ขณะเดินกลับบ้านผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า บ้านคำบากไม่มีควายหรือวัวแม้แต่ตัวเดียว ผมสงสัยมากเขาไม่มีควายเหรอ แล้วเขาทำนาอย่างไร หรือไม่ได้ทำนา
ดังนั้น พอมาถึงบ้านเจอบินน้องเหรียญผมจึงถามทันที และได้คำตอบว่า "เขาปล่อยควายขึ้นเขาไปโน่น ไม่ได้เลี้ยงมันหรอก"
สวัสดีครับ ท่านศรีกมล
ขอบคุณที่ชมและติดตามอ่านครับ เหตุเกิดเมื่อปี ๒๕๑๒ นานมากแล้ว แต่ยังจำไม่ลืมครับ
ขอบคุณครับ
นึกภาพแล้ว คงเหนื่อยเหมือนกันนะคะ ไหนจะสอน ป.1 ไหนจะชั้น ป.2
เหนื่อยครับ แต่ก็สนุก เด็กชนบทหน้าตาซื่อๆ น่าสงสารมาก
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ
ถ้าครูแบ่งร่างได้ ก็คงแบ่งแล้วนะ แต่เอ ! ก็สนุกดี วิน หรือเปล่าคะ
ที่ต้องเดินกลับไปห้องนั้น ห้องนี้ ได้แก้ปัญหาเอามากองรวมกันห้องเดียวกันหรือเปล่าคะ ว่าเป็นกองเลยนะ จับปูใส่กระด้ง (ครูใหม่คงทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เป็นดังคาด ว่าจะเหมือนโรงเรียนในเมือง)
สมัยก่อนบนเขา มีหญ้าเยอะหรือไง ถึงไปเลี้ยงควายบนเขากัน คงไม่รู้จักการขโมยควายกันเนาะ มันต้องมีเหตุผลซิ ตอบมาซะดีๆ รออ่านอยู่
ยอมรับนะ ชีวิตครู อยู่ตามป่า เป็นอย่างนี้จริงๆ (คุณครูในดงป่าดอน ให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา) แม้แต่คนแต่งเพลง ก็ยังเห็นภาพเลย
ผ่านมาแล้วไม่เห็นใจหรอก
ว้าย! วันนี้ 2 ว้ายแล้วนะ เที่ยงคืนอีกแล้ว ไปนอนก่อนนะคะ ท่านก็นอนซะ ตอบเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ได้บังคับ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาราวีต่อ นะคะ ฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์คะ
วิน หรือเปล่า
เป็นคนอื่น (ภาคอื่น) เป็น งง แน่
ไม่เวียนหัวครับ (ผมยังหนุ่มนะ แข็งแรง ไม่เหมือนตอนนี้ แหะ แหะ)
แต่ก่อนคนเรายังโง่ครับ หากเป็นเหมือนตอนนี้ จับมาเรียนห้องเดียวกันแล้ว ให้ ป.4 ช่วยสอนอีกต่างหาก สบายครูเลย เหอ.. เหอ...
เขาไม่ได้เลี้ยงครับ ปล่อยขึ้นเขาไปเลย ควายก็หากินตามประสาควาย บนเขา เชิงเขาและท้องทุ่งกลางป่ามีหญ้าเยอะ ควายหากินได้อ้วนท้วนสมบูรณ์ แถวบ้านเสียอีกที่แห้งแล้งครับ ขโมยควายก็มีนะ ผมเคยได้ยิน ที่บ้านอื่น แต่ที่บ้านคำบากไม่มี และอีกอย่างควายบนเขา หากไม่ใช่เจ้าของ มันไม่ให้จับ เข้าใกล้มันไม่ได้หรอก
แหม... ผ่านมาแล้ว ก็เห็นใจย้อนหลังได้นี่ครับ
ผมนอน จนตื่นแล้วคร้าบบบบบ ฮ่า ฮ่า
สวัสดีครับ ซือเฮีย เฮียทำให้ผมนึกถึงของผมสามคน สอนกันสี่ห้องเช่นกันครับ ขอจารึกชื่อครูไว้ที่นี้ครับ ครู สนอง งานหนัก ครูอารักษ์ งานสม ครูอาคม หนูเกตู คนหลังเป็นห่วงเป็นไย เป็นกันเองกับนักเรียน ว่างๆยังพานักเรียนวิดปลา หาปูอีกด้วย
ภาพแบบนี้คงไม่มีแล้วมั้งคะ โดยเฉพาะควายถ้าปล่อยเลี้ยงแบบเดิม คงหายหมดคอกแน่ๆ
ครู สนอง งานหนัก ครูอารักษ์ งานสม ครูอาคม หนูเกตู (ชื่อคล้องจองกันดีจังเลย)
เฮียรู้จักครู "ปูชนียบุคคล" อีกสามท่านแล้ว ดีใจมากเลย ก่อนจะอ่านของตี๋ เฮียรู้จักครูที่อีสาน คุณครูใหญ่สังข์ทอง ทิพย์มนตรี คราวนี้รู้จักครูใต้ ดีใจจัง
และที่ดีใจมากคือ ตี๋วอญ่า ก็ตื่นแต่เช้าเหมือนกัน "นอนหัวค่ำ ตื่นแต่เช้า ร่างกายสดชื่นดีจริงๆ"
ขอบคุณที่แวะมาทักแต่เช้า มีความสุขตลอดวันนะตี๋นะ
ใช่ครับ หาไม่เจอแล้ว แม้แต่ร่องรอยที่เลือนลาง
ไม่เหลือเลย ยังกับไม่เคยมีมาก่อน
อย่าว่าแต่ควาบปล่อยเลยครับ ควายเลี้ยงก็หาทั้งยากแล้ว
ขอบคุณที่แวะมาแต่เช้า ขอให้มีความสุขตลอดวันนะครับ
เดี๋ยวนี้เพื่อนตรึมเลย ไปเยี่ยมเขาคืนไหวไหมละ มัวแต่มาติกตอก ติกตอก อยู่นี่
แต่ก็ไม่เป็นไรความพอใจของเรา เมื่อเราสุขใครจะทุกข์ช่างมัน เอ้าไม่เห็นเกี่ยวกันเลย พาลแล้ว พาลแล้ว(ใครหวา พาล)
สุก็ยังไม่ไปเยี่ยมใครคืนเลยนะนี่ นั่งยิ้มคนเดียว เป็นเอามาก คริ คริ
ไปบล็อคนอื่น บางครั้งต้องใช้สมอง บางทีก็อยากหัวเราะ ยิ้ม ยิ้ม บ้าง
ก็เราทำตัวให้เป็นอิสระแล้วนี่ ต้องตามใจตนบ้าง เหลืออีกกี่น้ำกัน
ไหวอยู่แล้ว อย่ามองว่าผมแก่นะ
"พี่ยังไม่แก่หรอกน้อง รับรองว่ายังหนุ่มอีกนาน ถึงฟันจะหัก ถึงหนังจะเหี่ยว มันก็ไม่เกี่ยวเพราะว่าเป็นเรื่องของมัน" สุรพล สมบัติเจริญ บอกไว้ก่อนตาย ฮ่า ฮ่า
คณสุ เป็นเอามาก ต้องเรียกโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์ รึเปล่านะ ฮิฮิ
ตอนนี้ผมเหลือเพียงน้ำเดียวครับ น้ำมนต์ ต้องอาศัยหลวงพี่ช่วยแล้วล่ะ ฮ่าฮ่า
(อีกหน่อยคงเป็น น้ำมะพร้าวอ่อน บรู้รรรรรรรร)
ขำกลิ้ง เลยปู่เอย ระหว่างปู่กับย่า ไม่รู้ว่าใครจะไปก่อน
ไปพร้อมกันไม่ได้เหรอ จะได้มีเพื่อน ผมกลัวผีนะ ฮ่า ฮ่า
ขำกลิ้งเลย คริ คริ ฟังเพลงอยู่นะ
ฟังเพลงอยู่...
แสดงว่า... ยังไม่อยากไป
ดี ดี ผมก็ยังไม่อยากไปเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า