วันนี้ได้มีการอบรมเรื่อง ระบบการบริหารผลการปฎิบัติราชการ (Performance Management) การประเมินผลระบบราชการ (Performance Appraisal) ที่เคยมีวิทยากรที่อบรมและเริ่มปฎิบัติมาแล้วจากรพ.ร้องกวางมาเป็นวิทยากรเมื่อปลายปี 2551 แต่ก็ไม่ได้เริ่มทำจริงจัง แต่ก่อนหน้าเคยบันทึกความดีที่ทำลงสมุดเบอร์2 ทำมาตั้งแต่ปี 2546 นั่นคือส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่เขาให้ทำปัจจุบัน มีผลต่อการประเมิน ในความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดี คนไม่ทำงาน แต่เขียนเก่ง ก็ทำให้มีผลดีเหมือนกันถ้าผู้บังคับบัญชาเออ ออ ไปด้วย แต่ถ้ามีคนที่ทำงานเห็นว่า คนๆนี้ได้มาอย่างไร สามารถร้องเรียนไปที่ กพค ได้ น่าจะเข้าท่าดี แต่มีปัญหาว่า
1. คนที่ทำงาน (งกๆๆๆๆ)อยู่กับคนไข้ จะเขียนทีไรคนไข้มาทุกที ว่างจากคนไข้ ส่งรายงาน ว่างจากรายงาน โครงการด่วนมาอีก เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขก็เวียนหัว ไปยุ่งกับกระทรวงเกษตร ก.พัฒนาสังคม(ผู้สูงอายุ) ยุ่งกับ มหาดไทย การศึกษา ฯลฯใครอยากได้ข้อมูลอะไรก็มาที่สถานีอนามัย มหาดไทยจะลงพื้นที่หมู่บ้าน ก็มา
แล้วอย่างนี้เราจะไปนั่งบรรจงเขียนความดีของเราอย่างไรให้ทันกับอีกคนที่นั่งเป็นักวิชาการอยู่ศูนย์กลางที่มีแต่คิดมีแต่เขียน
2.ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นเหมือนไม่เห็นจะทำอย่างไร เพราะปัจจุบันมีมากสำหรับผู้บังคับบัญชาที่มีคนใกล้ชิดที่เข้าใจอยู่ไม่กี่คน พฤติกรรมเหล่านี้น่าจะเปลี่ยนยาก ที่ผ่านมาประเมิน ขั้นกันแทบตาย ผลสรุป คนที่ถูกประเมินว่าคุณนี่เยี่ยมมากกลับไม่ได้ ไปได้คนเดียวคือเธอ คนเก่าแล้วคนเล่า ใครที่ชงงานให้ได้มากนี่ก็อีกคน คนทำงานพื้นที่ทำๆๆๆๆไม่ค่อยได้เข้าไปให้เห็นหน้า อย่าหวัง
สวัสดีค่ะ
ทำดีแล้วอย่ากลัวการประเมินครับ
พระท่านว่าความดีไม่มีเสื่อม สำคัญคือทำแล้วต้องรู้จักประเมินและบันทึกเอาไว้ บันทึกในบล๊อกนี้ก็ได้ครับ เป็นการเผยแพร่อีกด้วย ดีกว่าบันทึกไว้ส่วนตัวที่ไม่มีใครเห็น ผมก็ใช้วิธีแบบนี้ครับ เรียกว่าได้สองต่อ เมื่อเขาจะมาประเมินก็ปริ้นหลักฐานให้ดูได้เลย
ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ
แต่ก็คงไม่หยุดทำงานนะ
จะรอดูอยู่ว่าเขาจะประเมินอย่างไรนะ จะดูการทำงานตามหน้าที่ที่มีแต่ปริมาณ หรือว่าดูผลลัพธ์ที่ทำแต่งานแผนงานโครงการ(เจ้าแม่โปรเจค)จนลืมงานประจำนะ