ทาง ๕ สาย ของชาวพุทธ.....คุณจะไปทางสายไหน

     เมื่อวันอังคารที่แล้วเป็นวันที่ผมต้องทำหน้าที่อบรมนักเรียนหน้าเสาธง นักเรียน ราว ๑,๔๐๐ คน รอฟังว่า วันนี้ครูพิสูจน์ จะพูดอะไร ผมจึงต้องไปค้นคว้า หาเรื่อง..มาพูด มาอบรมเด็ก เพราะผมเชื่อที่นักปราชญ์(ผมจำไม่ได้ว่า เป็น ม.ล.ปิ่น มาลากุล หรือเปล่า)ท่านกล่าวว่า

การอบรม บ่มนิสัย ให้ศิษย์นั้น

แม้เพียงวัน ละนาที ยังดีถม

ศิษย์จะดี มีชื่อ หรือล่มจม

อาจเป็นเพราะ อบรม หนึ่งนาที

     ผมไปได้หนังสือมา ๒ เล่ม เล่มแรกเป็นหนังสือสวดมนต์แปล ของรายการธรรมะร่มโพธิ์ รวบรวมโดย พระอาจารย์สุเทพ กิตฺติวณฺโณ พระอาจารย์ประสงค์ สิริวํโส และพระมหาสุดท้อง สิริปัญฺโญ วัดโบสถ์สามเสน ประจำปี ๒๕๓๔  อีกเล่มเป็นหนังสือธรรมะ ชื่อ สมาธิ ฐานสู่สุขภาพจิตและปัญญาหยั่งรู้ ของพระเทพเวที(พระพรหมคุณาพร)ประยุทธ์ ปยุตฺโต ผมจึงนำมาประมวลเป็น องค์ความรู้(พูดตามๆเขา)ได้ว่า

    สัตวโลกทั้งหลายมีทางเดิน ๕ สายดังนี้

     ทางสายที่ ๑ อบายภูมิ คือภูมิชั่ว ภูมิต่ำ ภูมิเลว ปราศจากความเจริญมีทางย่อยให้เลือกอีก ๔ ทางคือ

     ๑.๑ นรก มี ๘ ขุมใหญ่ ถ้านับย่อยๆก็ได้ ๔๕๗ ขุม นรกเป็นดินแดนที่ปราศจากความสุขมีแต่ทุกข์ ผู้ที่จะตกนรก ก็เพราะโทสะ เป็นเหตุสำคัญ

     ๑.๒ เปรต มีอยู่ ๑๒ จำพวก เสวยทุกข์ตามกรรมที่ก่อไว้ เช่นมีปากเท่ารูเข็ม แต่มีท้องใหญ่กายใหญ่ กินได้น้อยหิวมาก บางจำพวกก็ถูกไฟเผาอยู่ตลอดเวลา บางพวกเคยได้ยินว่ามีกงจักรพัดอยู่บนหัว ให้คนที่เห็นผิดเป็นชอบเห็นเป็นดอกบัว ผู้ที่จะไปเป็นพวกเปรต ก็มีเหตุสำคัญ จากความโลภ

    ๑.๓ อสุรกาย มีร่างกายใหญ่กว่าเปรต เสวยทุกข์แต่เคยได้ยินว่า มีอิทธิฤทธิ์

    ๑.๔ สัตว์เดรัจฉาน พวกนี้เรารู้จักกันดี ก็พวกหมู หมา กา ไก่ วัว ควาย หอย ปู กุ้งปลา นั่นเอง ผู้ที่จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็มีเหตุจากความหลงผิด ความโง่เขลา ที่เรียกว่า โมหะ

     ทางสายที่ ๒  คือมนุษย์ แปลว่าผู้มีใจสูง ผู้รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และโทษ มนุษย์ยังแบ่งเป็น ๕ จำพวกคือ

     ๒.๑ มนุสฺสเทโว เป็นมนุษย์ผู้มีศีล ๕ ชอบทำบุญ ทำทาน ฟังธรรม มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป คือมีธรรมของเทวดา

     ๒.๒ มนุสฺสภูโต เป็นมนุษย์แท้ๆ เป็นคนเต็มคน คือรักษาศีล ๕ ซึ่งเป็นธรรมประจำตัวของมนุษย์ แต่ยังไม่ได้สร้างกุศลอื่นๆเช่นยังไม่ได้ให้ทาน ไม่ฟังธรรม

     ๒.๓. มนุสฺสติรัจฉาโน เป็นมนุษย์สัตว์เดรัจฉาน คือมีความโลภมาก ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ไม่รู้จักคุณคน ไร้ศีลธรรม เสพสิ่งเสพติด ทำอะไรผิด ขวางจากทำนองคลองธรรม คำว่าเดรัจฉาน แปลว่า ผู้ไปขวาง คือเดินทอดตัวขนานกับพื้นไม่ตั้งตรงเหมือนคน

     ๒.๔. มนุสฺสเปโต เป็นมนุษย์เปรต เป็นผู้ที่มากด้วยความโลภ และตัณหา อยากได้ของผู้อื่น บางทีก็ตีชิงวิ่งราว พวกขอทาน ก็จัดอยู่ในมนุษย์พวกนี้

     ๒.๕. มนุสฺสเนรยิโก เป็นมนุษย์สัตว์นรก เป็นคนผู้ดุร้าย หยาบคาย ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ปล้นทรัพย์โดยการทารุณ

     ทางสายที่ ๓ คือสวรรค์ เป็นที่อยู่ของเทวดา ที่ได้สร้างกรรมดีไว้ มีรูป รส กลิ่น เสียง อันดีงาม เป็นของทิพย์ สวรรค์มี ๖ ชั้นคือ

     ๓.๑ จาตุมมหาราชิกา

     ๓.๒. ดาวดึงส์

     ๓.๓ ยามา

     ๓.๔ ดุสิต

     ๓.๕ นิมมานนรดี

     ๓.๖ ปรนิมมิตวสวัสดี

     ผู้ที่จะไปเกิดบนสวรรค์ต้องสร้างมหากุศล คือกุศลมากๆเช่นให้ทาน ฟังธรรม เรียนธรรม ทอดกฐิน สร้างโบสถ์ วิหาร สร้างศาลา สร้างโรงเรียน สร้างกุฏิ ตักบาตร  ทำบุญก็ทำด้วยใจบริสุทธิ์ มีจิตศรัทธา ในมรรคผล นิพพาน เป็นต้น

     ทางสายที่ ๔ คือทางไปพรหมโลก ซึ่งประกอบด้วยพรหมที่มีรูป ๑๖ ชั้นและพรหมที่ไม่มีรูป อีก ๔ ชั้น ดังนี้

     พรหมมีรูป ได้แก่

     ผู้ที่บรรลุฌานที่ ๑ จะได้ไปเกิดในชั้นต่อไปนี้

     ชั้นที่ ๑ ปาริสัชชา

     ชั้นที่ ๒ ปุโรหิตา

     ชั้นที่ ๓ มหาพรหมา

     ผู้บรรลุ ฌานที่ ๒ จะได้ไปเกิดในชั้นต่อไปนี้

     ชั้นที่ ๔ ปริตตาภา

     ชั้นที่ ๕ อัปปมาณาภา

     ชั้นที่ ๖ อาภัสสรา

     ผู้บรรลุ ฌานที่ ๓ จะได้ไปเกิดในชั้นต่อไปนี้

     ชั้นที่ ๗ ปริตตสุภา

     ชั้นที่ ๘ อัปปมาณสุภา

     ชั้นที่ ๙ สุภกิณหา

     ผู้บรรลุ ฌานที่ ๔ จะได้ไปเกิดในชั้นต่อไปนี้

     ขั้นที่ ๑๐ เวหัปผลา

     ชั้นที่ ๑๑ อสัญญี

     ผู้บรรลุธรรมขั้นพระอนาคามี จะได้ไปเกิดในชั้นที่เรียกว่าสุทธาวาสดังนี้

     ชั้นที่ ๑๒ อวิหา

     ชั้นที่ ๑๓ อัตปปา

     ชั้นที่ ๑๔ สุทัสสา

     ชั้นที่ ๑๕ สุทัสสี

     ชั้นที่ ๑๖  อกนิฏฐา

     พรหมไม่มีรูป ผู้จะไปเกิดต้องได้อรูปฌาน มี ๔ ชั้นได้แก่

     ชั้น อากาสานัญจายตนะ

     ชั้น วิญญานัญจายตนะ

     ชั้น  อากิญจัญญายตนะ

     ชั้น  เนวสัญญานาสัญญายตนะ    

    ทางที่จะทำให้ไปเกิดในพรหมโลกก็คือ กรรมฐาน ๔๐ อย่าง  ได้แก่

     ๔.๑ กสิณ ๑๐ คือการเพ่งวัตถุจูงจิตให้เป็นสมาธิแบ่งเป็น

      ๔.๑.๑ ภูตกสิณ ๔  คือเพ่ง ดิน น้ำ ไฟ ลม

      ๔.๑.๒ วรรณกสิณ ๔ คือเพ่ง สีเขียว สีเหลือง สีแดง สีขาว

      ๔.๑.๓ กสิณ อื่นๆ ๒ คือเพ่ง แสงสว่าง อากาศ(ช่องว่าง)

     ๔.๒ อสุภะ ๑๐  คือการพิจารณาซากศพในระยะต่างๆรวม ๑๐ ระยะ ตั้งแต่ศพที่เริ่มขึ้นอืดจนถึงศพที่เหลือแต่โครงกระดูก

     ๔.๓ อนุสติ ๑๐ คืออารมณ์ดีงามที่ควรระลึกถึงคือพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ สีลานุสติ เทวตานุสติ มรณสติ กายคตาสติ อานาปนสติ อุปสมานุสติ

     ๔.๔ พรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

     ๔.๕ อาหาเรปฏิกูลสัญญา  คือพิจารณาอาหารโดยความเป็นปฏิกูล

     ๔.๖ จตุธาตุวัฏฐาน คือกำหนดพิจารณาเห็นร่างกายของตนสักว่าเป็นธาตุทั้ง ๔ คือดิน น้ำ ไฟ ลม

     ๔.๗ อรูปฌานทั้ง ๔ คือ อากาสานัญจายตนะ วิญญานัญจายตนะ

     อากิญจัญญายตนะ และ เนวสัญญานาสัญญายตนะ    

     ทางสายที่ ๑ ถึง ๔ นี้ผู้ไปเกิดยังไม่พ้นทุกข์ ถ้าหมดบุญและมีบาปก็อาจกลับไปสู่อบายภูมิได้ เพราะยังมีกิเลสอยู่

     ทางสายที่ ๕ คือทางไปนิพพาน จิตวิญญาณ พ้นจากอำนาจกิเลส ภูมิแห่งนิพพานนี้เรียกว่าโลกุตรภูมิ เป็นภูมิที่ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด เป็นอรหันตภูมิ ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบในการตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ

     เส้นทางสู่นิพพาน นั้น ได้แก่การเจริญสติปัฏฐาน ๔ คือการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง ได้แก่ วิปัสสนาภูมิทั้ง ๖ คือ

     ๕.๑ ขันธ์ ๕

     ๕.๒ อายตนะ ๑๒

     ๕.๓ ธาตุ ๘๑

     ๕.๔ อินทรีย์ ๒๒

     ๕.๕ อริยสัจ ๔

     ๕.๖ ปฏิจจสมุปบาท ๑๒

            บางหัวข้อท่านผู้อ่านคงทราบ แต่บางหัวข้อคงต้องศึกษารายละเอียดอีกมาก ผมไม่ขอกล่าว ณ ที่นี้

            ผมเลือกย่อๆพอให้เด็กเข้าใจไปอธิบาย เพราะถ้าพูดตามนี้เด็กๆคงหลับกันหมด ส่วนใหญ่เด็กสนใจทางที่ ๑-๓ เท่านั้นครับ