เราต้องเชื่อว่าลักษณะการทำงานเป็นทีมนั้น คือกระบวนการของการเพิ่มขีดความสามารถของตนเองและคนอื่น

วันนี้ รศ.ดร.ปพฤกษ์  อุตสาหะวาณิชกิจ 
คณบดีคณะการบัญชีและการจัดการ  เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง
“ทักษะการสื่อสารในทีมและการพัฒนาทีมคุณภาพ”  (Communication Skill in Teams  and Quality Team Development)

 

การบรรยายในวันนี้  วิทยากรใช้กลวิธีการบรรยายแบบเป็นกันเอง  ในแบบ “เล่าให้ฟัง”  พร้อมๆ กับการชวนเชิญให้แต่ละคนได้กระโจนออกมา “เล่าเรื่อง”  ของตนเองให้คนอื่นได้ร่วมรับรู้และรับฟังกันอย่างถ้วนทั่ว 

 

สำหรับการบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคนนั้น  วิทยากรก็จะไม่มีการฟันธงว่า “ผิด” หรือ “ถูก”  แต่จะเชื่อมโยงและชวนให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้นๆ อย่างแนบเนียน  และจะช่วยให้เราได้รู้สึกสบายใจและมั่นใจในสิ่งที่เราได้บอกเล่าออกไป

 

ประเด็นแรกที่วิทยากรหยิบขึ้นมาชวนถกคิดก็คือ ความแตกต่างระหว่างคำว่า “ทีม” กับ “กลุ่ม”

          สำหรับคำว่า “ทีม” (Teams)  นั้น  วิทยากรได้สะท้อนไว้่หลายประเด็น เช่น

·         กลุ่มคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่มีการปฏิสัมพันธ์และร่วมมือประสานงานกันเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง

·         สมาชิกในทีมจะต้องมีสำนึกในทิศทางการทำงานและความรับผิดชอบร่วมกัน

·         บทบาทผู้นำหมุนเวียนกันในระหว่างสมาชิก

·         รับผิดชอบตัวเองและรับผิดชอบร่วมกัน

·         ผลงานเป็นของทุกคน

·         มีเป้าหมายเฉพาะทีม

·         เน้นใช้การประชุมเพื่อการกระตุ้นการถกเถียงและการแสดงความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหา

·         ประสิทธิภาพของทีมวัดได้โดยตรงจากการประเมินผลงานของทีม

·         ถกเถียง ตัดสินและร่วมกันทำงาน

ส่วนคำว่า “กลุ่ม”  (Groups)  ก็ถูกอธิบายด้วยกระบวนความต่างๆ  เช่น

·         คนหลายๆ คนมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม

·         มีผู้นำที่ชัดเจน

·         รับผิดชอบตัวเอง

·         ผลงานเป็นของแต่ละคน

·         เน้นการประชุมที่มีประสิทธิภาพ

·         ประสิทธิภาพของกลุ่มวัดได้ทางอ้อมจากผลกระทบที่มีต่อองค์กร

·         ถกเถียง ตัดสิน และมอบหมายงานให้ต่างคนต่างทำ

 

นอกจากนั้นก็มีการหยิบยกหลักคิดจากแหล่งต่างๆ  มาเติมเต็มให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม (Teamwork)  ก็ได้แก่

·         ทีม ช่วยให้คุณเก่งกว่าที่คุณเป็น

·         ทีม ช่วยเพิ่มคุณค่าของคุณในสายตาคนอื่น

·         ทีม ช่วยให้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณเชี่ยวชาญอย่างเต็มที่

·         ทีม  ช่วยให้คุณมีโอกาสช่วยคนอื่นๆ  ได้ทำงานของพวกเขาอย่างดีเยี่ยม

·         ทีม ช่วยให้คุณมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น

·         ทีม ช่วยให้คุณได้รู้จักความสนุกสนานของการทำงานร่วมกัน

·         ทีม ช่วยให้คุณได้เติมความปรารถนาในใจให้เต็ม

·         ทีม ช่วยให้ทุกคนเป็นผู้ชนะ 

 

รวมถึงคุณลักษณะอันสำคัญของความเป็น “ทีม”  ที่จะเป็น “ทีมชนะ” (ความสำเร็จ) ได้นั้นมักจะมีคุณลักษณะที่สำคัญ คือ

·         พวกเขาเล่นเพื่อชัยชนะ 

·         พวกเขามีทัศนคติแห่งชัยชนะ 

·         พวกเขาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

·         พวกเขาทำให้เพื่อนร่วมทีมประสบความสำเร็จยิ่งกว่า

และสุดท้ายก็ผูกโยงไปถึง “ปัจจัย” ที่หนุนนำให้ทีมประสบความสำเร็จ  (Factors to Team Success)  คือ

·         ความไว้วางใจและเชื่อใจ (Trust)

·         การแบ่งปันความรู้ (Shared Knowledge)

·         การประสานงาน  (Coordination)

 

 

 

การฟังบรรยายในหัวข้อนี้  ทำให้ผมหวนคิดกลับมายังตัวเองอีกรอบ  เพื่อทบทวนทิศทางในวันที่ผ่านมา  อย่างน้อยก็พออุ่นใจได้บ้างว่าตนเองเป็นคนไม่ติดยึดกับตำแหน่ง  และถึงแม้จะเป็นคนที่คิดเร็วทำเร็ว  แต่ก็ไม่ถึงกับดุ่มเดินไปคนเดียวโดดๆ  โดยไม่รอลูกทีม 

 

ผมสรุปแบบกำปั้นทุบดินในหัวข้อนี้ว่า  ความเป็นทีมที่ดีนั้น  จะต้องขับเคลื่อนด้วยการ “สื่อสาร”  (อย่างจริงใจ)  เพราะหากสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ  มีช่องว่างแห่งการสื่อสาร  ไม่มีการพบปะพูดคุย แบ่งปัน ความเป็นทีมก็คงเกิดขึ้นได้ยาก

 

และในโลกความเป็นจริงนั้น  คนจำนวนหนึ่งก็มักที่จะปรารถนาที่จะมีตำแหน่ง  โดยไม่คำนึงว่าตัวเองมีต้นทุนด้านภาวะผู้นำหรือไม่  เมื่อเข้าสู่ความเป็นทีม  ทีมก็ย่อมกระทบไปโดยปริยาย  แต่หากทุกคนให้โอกาสกันและกัน เชื่อใจกันและกัน (Trust)  และแบ่งปันต่อกันและกัน  ความเป็นทีมก็สามารถเติบโตและแน่นหนาขึ้น

 

ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า  เราต้องเชื่อว่าลักษณะการทำงานเป็นทีมนั้น  คือกระบวนการของการเพิ่มขีดความสามารถของตนเองและคนอื่น  เป็นการเติมเต็มกันและกัน และเป็นการรวมพลัง โดยมีเป้าหมายคือความสำเร็จร่วมกัน

ถึงตอนนี้ผมนึกถึงโครงการหนึ่งที่เคยริเริ่มไว้นั่นคือ “พฤหัสสกัดความรู้” 
กิจกรรมดังกล่าวนี้  มีจุดหมายปลายทางอันสูงสุดก็คือการหลอมรวมคนเข้าสู่การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ผ่านการพูดคุยในเรื่องงาน เรื่องชีวิต  ถอดบทเรียนเป็นเกร็ดความรู้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติแบบไม่บิดเบือน

 

เพียงเพราะเชื่อว่า
พฤหัสสกัดความรู้ จะนำพาเราไปสู่การพูดการสื่อสารกันมากขึ้น

พฤหัสสกัดความรู้ จะนำพาเราไปสู่การห่วงใยและเชื่อใจกัน
พฤหัสสกัดความรู้  จะนำเราไปสู่ความผูกพันของคนในองค์กรและรักในองค์กร
พฤหัสสกัดความรู้ จะนำพาไปสู่การแบ่งปันความรู้สู่กันและกัน
พฤหัสสกัดความรู้ จะนำพาไปสู่การให้แต่ละคนสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองอย่างไม่ผิดที่ผิดทาง
พฤหัสสกัดความรู้ จะนำพาเราไปสู่การรับมือกับความขัดแย้งอันเป็นอุปสรรคของความสำเร็จ

 

และเหนือสิ่งอื่นใดนั้นก็คือ ....

พฤหัสสกัดความรู้  จะนำพาไปสู่ความเป็น “ทีม”  (Teamwork)