เมื่อวานนี้ไปร่วมงานวิจัย 10 ปี สกว.

ดังที่กล่าวถึงไปบ้างแล้ว ไม่มีเวลามากระเทาำะเนื้อหาสาระที่ดีมากๆ

ฝากไว้ก่อน..โอราฬ

ในระหว่างฟังท่านผู้ทรงคุณวุฒิเล่าถึงประสบการณ์งานวิจัยชุมชน

ผมเห็นด้วยทุกประการ ทั้งแอบชื่นชมมาก

ที่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจวิธีคิดวิธีการของชาวบ้านมากขึ้น

ไม่เอากฏระเบียบวิจัยเชิงวิชาการไปครอบแบบทื่อๆ ข่มขืนโคให้กินหญ้า

ยังฟังอีร้าค้าอีรมว่างั้นเถอะ

ตรงนี้แหละครับที่ผมถือว่าเป็นหัวใจของกระบวนการวิจัยชุมชนของสกว.

ก็เริ่มเรียนวิชารู้เขารู้เรา

ไม่ดื้อตาใสใส่ทฤษฎีโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ

 

สิ่งหนึ่งที่ความคิดงอกตามในระหว่างนั้น ผมคิดว่าความรักความเอื้ออาทรระหว่างกันของผองเพื่อนมนุษย์ น่าจะเป็นงานวิจัยสังคมที่ยิ่งใหญ่ บ้านเมืองกำลังแตกแยก เราจะไปวิจัยบ้าอะไรละครับ ถ้าไม่เลือกโจทย์ที่มันเหมาะกับสถานการณ์คับขัน เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ต้องอาศัยคนที่มีใจทำ ยกตัวอย่างเรื่องการหาเจ้าบ่าวไปให้ลูกสาวผม ลองติดตามพิจารณาดูรอยต่อระหว่างความรู้สึกนึกคิด+ความปรารถนาดีของพวกเราหลายฝ่าย ความต้องการที่เว้าวอนผ่านบล็อกไม่ได้เป็นคลื่นกระทบฝั่ง มันไปบ่มเพาะความหวังดีไว้ที่หัวใจของใครต่อใคร ลูกสาวผมที่อยู่เชียงราย รวมทั้งคุณแม่ด้วย นอกจากจัดการให้แล้วยังเป็นห่วงใยระหว่างการขนส่ง คนที่ไปเอา คนที่นำพาไป กระบวนการเหล่านี้ละครับคืองานวิจัยบริบทของหัวใจล้วนๆ เพราะขั้นตอนต้องเทใจทำ  นอกจากนั้นยังมีกองเชียร์รอลุ้น และตามลุ้นอยู่ทั่วราชอาณาจักร คิดดูเถิดงานวิจัยชิ้นนี้กระทบใจของใครต่อใครบ้าง

เรื่องหาคู่ให้นกยูงนี้ มีการวางแผนกันมานานแล้ว ดังบันทึกและร่องรอยในความคิดเห็น #11 #16 และ #17 อาจจะเป็นด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งอ้อมไปอ้อมมา จึงไม่เกิดขึ้นเมื่อหกเดือนก่อน แล้วเรื่องเงียบไปสักพัก ในคราวนี้ ตอนแรกเป็นปฏิบัติการลับ นัดไปรับเจ้าบ่าวจากสมุทรสาครในตอนเช้าวันที่ 26 กพ แล้วไปสวนป่าทันที เพื่อที่วันที่ 27 จะได้ร่วมต้อนรับนักเรียนโค่ง (สสสส.1)

คุยกันไปคุยกันมา ป้าจุ๋มจะไปสวนป่าด้วยระหว่างวันที่ 6-9 กพ. ช่วงนั้นเป็นวันหยุดยาว; ก็เลยเปลี่ยนแผนครับ เอารถป้าจุ๋มซึ่งเป็นสเตชั่นแวกอนไปแทนรถผม เพราะเที่ยวนี้มีขนนกยูงเจ้าบ่าวไปด้วย โดยผมไปรับเจ้าบ่าวมาจากสมุทรสาครในตอนเช้าวันที่ 6 แล้วก่อนเที่ยงเราก็ไปสวนป่ากันครับ — ส่วนเที่ยวปลายเดือน ก็สลับเอารถผมไป

แต่ก็ยังมีเรื่องการขนสัตว์ปีก ในช่วงที่ไข้หวัดนกระบาดนี้อีก

น้าตี๋ไปติดต่อปศุสัตว์ เขาบอกว่าพรบ.ไม่ครอบคลุมนกยูง มีแต่แบบฟอร์มของเป็ดไล่ทุ่ง ไก่ ฯลฯ เป็นฝูงๆ และแนะนำให้ไปที่ทรัพยากรเพราะนกยูงขึ้นกับทรัพยากร ไปที่ทรัพยากรก็ได้รับคำบอกว่านกยูงไม่มีแบบฟอร์ม ไม่มีการควบคุมตามพรบ.เพราะไม่ใช่นกยูงไทย ได้รับคำบอกว่าเคลื่อนย้ายโดยใช้รถเก๋งมีคนนั่งไปด้วยไม่มีใครตรวจค้นค่ะ :(

สรุปว่าคำแนะนำจากราชการคือไม่มีการควบคุมนกยูงอินเดีย และสามารถเคลื่อนย้ายได้เพราะไม่มีแบบฟอร์มใบเบิกทาง และเคลื่อนย้ายโดยรถเก๋งใส่กล่องมิดชิด มีคนนั่งไปด้วย(คง)ไม่มีการตรวจค้นค่ะ

ขอบคุณเถ้าแก่ฝ่ายชายผู้จัดรถรับเจ้าบ่าวนะคะ ห่วงเรื่องเค้าจะฉี่ใส่รถมากกว่า คืนนี้แม่จะโทร.เตือนน้าตี๋เรื่องผ้าขนหนูเก่าๆไว้รองใต้กล่อง แต่ถ้าลืม ขอพี่รอกอดช่วยเตือนป้าจุ๋มด้วยนะคะ มีพลาสติกรองแล้วผ้าเก่าๆปูอีกชั้นน่าจะช่วยกันได้ (ไม่แน่ใจว่าจะฉี่หรือเปล่าแต่กันไว้ก่อน ^ ^ ) จะถามเรื่องน้ำเรื่องอาหารให้ด้วยค่ะว่าอดซัก 5-7 ชม.ไหวมั้ย

แม่บอกตอนพักรถก็เอาให้กินได้ เบิร์ดสงสัยว่าใครจะกล้าเปิดกล่อง เดี๋ยวหลุดออกมา จะจับคุณขจิตใส่กล่องเป็นเจ้าบ่าวแทนก็ไม่น่าจะได้ ก๊ากๆๆๆ