วัดบ้านผำใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕๖ บ้านผำ หมู่ที่ ๗ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมือสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๓๗๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๕ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๓.๕๐ เมตร

การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสรวม ๔๔ รูป รูปแรก คือ พระพรม มหพฺ พโล พ.ศ.๒๓๗๒-๒๓๗๖ และรูปปัจจุบันคือพระครูวรธรรมโมภาส ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๘ เป็นต้นมา และได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓
การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๒ กรมการศาสนายกฐานะขึ้นเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ และได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗
เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ได้พระราชานุญาต เลื่อนสมณศักดิ์พัดยศ เจ้าคณะตำบลชั้นเอก พระครูวรธรรมโมภาส(ไสว ป.ธ.๔) ในพระราชทินนามเดิม

เพื่อเป็นการถวายมุทิตาสักการะ คณะศิษยานุศิษย์ และทายกทายิกา ตำบลเมืองสรวง ได้พร้อมใจกันจัดงานฉลองสมณศักดิ์ขึ้น
โดยมีกำหนดการดังนี้ วันศุกร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๒ ตั้งขบวนแห่รอบหมู่บ้านผำ












วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๗.๓๐ น. ถวายภัตาหารเช้าแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๐.๓๐ น. อ่านตราตั้งสัญญาบัตร

พระเดชพระคุณพระราชธรรมโสภณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด มอบสัญญาบัตรพัดยศ
พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญชัยมงคลคาถา


ถวายปัจจัยไทยทาน และถวายทักขิณาทานแด่พระสงฆ์ ๕๐ รูป
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา มอบทุนแก่โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก สถานีอนามัย ชมรมผู้สูงอายุบ้านผำใหญ่
เวลา ๑๒.๐๐ น. พิธีบายศรีสู่ขวัญ เสร็จแล้วร่วมรับประทานอาหาร
เป็นเสร็จพิธี
คณะศิษยานุศิษย์และทายกทายิกา ตำบลเมืองสรวงทุกท่านเป็นเจ้าภาพ




ประวัติพระครูวรธรรมโมภาส
พระครูวรธรรมโมภาส ฉายา จกฺกวโร อายุ ๖๑ พรรษา ๔๑ น.ธ.เอก ป.ธ.๔ วัดบ้านผำใหญ่ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง
- เจ้าอาวาสวัดบ้านผำใหญ่
- เจ้าคณะตำบลเมืองสรวง
สถานะเดิม
ชื่อ ไสว นามสกุล ฤทธาพรม เกิดวัน ฯ ค่ำ ปี กุน วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๙๐ บิดา นายทัต มารดา นางดำ ที่บ้านเลขที่ ๒๓ หมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
อุปสมบท
วัน ๗ ฯ ๘ ค่ำ ปีมะแม วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ณ วัดบ้านผำใหญ่ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด พระอุปัชฌาย์ พระครูสุปัญญาจารย์ วัดท่าสว่างหนองผือ ตำบลหนองผือ อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
วิทยฐานะ
พ.ศ.๒๕๑๘ สำเร็จการศึกษาผู้ใหญ่ ระดับ ๔ จากโรงเรียนวัดศรีสว่าง อำเภอโนนสังข์ จังหวัดอุดรธานี
พ.ศ.๒๕๑๒ สอบได้ น.ธ.เอก และ พ.ศ.๒๕๑๖ สอบได้ ป.ธ.๔ จากสำนักศาสนศึกษาวัดกู่ประภาชัย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
งานปกครอง
พ.ศ.๒๕๒๓เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านผำใหญ่
พ.ศ.๒๕๓๕เป็นเจ้าคณะตำบลเมืองสรวง
พ.ศ.๒๕๓๘เป็นพระอุปัชฌาย์ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
สมณศักดิ์
พ.ศ.๒๕๓๖รับตั้งสมณศักดิ์ เจ้าคณะตำบลชั้นโท ที่พระครูวรธรรมโมภาส ปัจจุบันเลื่อนสมณศักดิ์ เจ้าคณะตำบลชั้นเอกในราชทินนามเดิม
ผู้เขียนในฐานะศิษย์ก้นกุฏิของท่านพระครูวรธรรมโมภาส ขอร่วมแสดงทุมิตาจิตสักการะด้วยความเคารพยิ่ง และขอเชื่อมโยงเนื้อหาของบันทึกกับส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำหมู่บ้านผำ ที่ว่า “องอาจท่านพระครู”
" บ้านผำวัฒนธรรมงดงาม เรืองนามบ้านนักปราชญ์ องอาจท่านพระครู ดอนเจ้าปู่คู่บ้าน งามตระการหนองตากล้า ออกพรรษาประเพณี กีฬาดีร่วมกันจัด ตลาดนัดวันอาทิตย์ ร่วมคิดงานปีใหม่ ร่วมใจสามัคคี "
ขอกราบนมัสการท่านพระครูวรธรรมโมภาส และหลวงพี่ฟ้า ที่กรุณาตรวจสอบข้อมูลเพื่อความถูกต้อง ขอขอบพระคุณ พี่ครูจร สาวเมย์ นายวี นายชัยวัฒน์ น้องออยล์ น้องนพ และอีกหลายท่านที่กรุณาทำให้บันทึกนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
อ้างอิง
๑. ไทบ้านผำ. (๒๕๕๒). เยาวชนกับการทำวัดเย็น. สืบค้นเมื่อ ๕ กุมภาพันธ์
๒๕๕๒, จาก http://learners.in.th/blog/research/62775.
๒. พระครูวรธรรมโมภาส. (๒๕๔๗). อนุสรณ์งานฉลองกุฏิและหอระฆัง. วัด
บ้านผำใหญ่ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด.
๓. พระครูวรธรรมโมภาส. (๒๕๕๑). อนุสรณ์งานฉลองซุ้มประตูและกำแพง
วัดบ้านผำใหญ่ ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
วันที่ ๑๕-๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑.
สุเทพ ธุระพันธ์
๖ มกราคม ๒๕๕๒
สวัสดีค่ะ
ได้เห็นประเพณีวัฒนธรรมอีกมุมหนึ่ง ดีครับ รูปภาพสื่อความหมายได้มากมาย ขอบคุณครับ
@ สวัสดีพี่คุณครูคิม
@ ประชาชนร่วมงานประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ คน
@ แบบนี้ง่ายต่อการพัฒนาให้มีพลวัตรสูงได้ง่ายนะคะ
@ บริบทนี้คงต้องเชื่อมโยงระหว่างชุมชน(ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ) กับภาคส่วนราชการ "คุณอำนวย" เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน ถอดบทเรียน นำสิ่งดีดีที่มีอยู่ในชุมชน อาทิ ความสามัคคี เป็นแบบอย่างให้กับชุมชนใกล้เคียง เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม "การจัดการความรู้" ยังมีความสำคัญกับชุมชนชาวบ้านผำ ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องอาศัยเวลา
@ ขอน้อมรับคำชมเพราะมี "ครูดี" คุณดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี คอยแนะนำการตกแต่งภาพ(แอบเรียนรู้ครับ) ตามการบอกเล่าของ อาจารย์ขจติ ฝอยทอง
@ ส่วนตังค์ไม่ได้ฝากไปเบิ่งบุรีรัมย์ครับ
@ ต้องรีบเก็บข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
@ ขอขอบพระคุณที่แวะมาทักทายและส่งกำลังใจด้วยดีเสมอมาครับ
เห็นภาพแล้วอยากเมือบ้านไปเอาบุญเดเนาะ
@ สวัสดีคุณCol.boonyarit
@ นึกว่าใคร?..คุ้นๆ อ๋อ..นึกออกแล้วเปลี่ยนรูป..(เท่ห์)
@ เป็นชุมชนที่ยังมีความเข้มแข็งอย่างมาก "ความสามัคคี" วิถีชีวิตสังคมไทยชนบท
@ ขอบพระคุณมีแวะมาทักทายตอนดึกครับ
@ สวัสดีคุณไม่แสดงตน
@ ผู้ใด๋มายามน้อ..คือบ่บอกซื่อเนาะ
@ ๑๒ เม.ย.๕๒ งาน "คืนสู่เหย้าชาวชุมชนบ้านผำ" เด้อ
@ ขอบคุณหลายๆ ที่แวมายามครับ
มาเยี่ยม บ้านผำค่ะ
และเรียนเชิญ ไปท่องเที่ยว สวยแต่นอก..ในบอก..ต๊ะติ๊งโหน่ง
เคยไปดูสิมบ้านข่อย แต่บ่ได้ไปบ้านผำ เมืองสรวงเมืองเก่าวัฒนธรรมดีงามน่านับถือยิ่ง(ผู้สาวกะงามคือกัน)อิ อิ
@ สวัสดีคุณ
ครูอ้อย แซ่เฮ
@ ขอบพระคุณที่แวะมาทักทาย...แล้วจะตามไปท่องเที่ยวครับ
@ สวัสดีอาจารย์
พิมล มองจันทร์
@ สิมวัดบ้านผำใหญ่หลังแรก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๘ ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๑ เมตร โดยมีพระอธิการชัยเป็นประธาน ต่อมา พ.ศ.๒๔๓๐ อุโบสถ(สิม) หลังแรกชำรุดผุพัง พระอธิการจำปา จึงได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นเป็นหลังที่ ๒ ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๓ พระคำภา จารุวณฺโณ ได้รื้ออุโบสถหลังที่ ๒ ลง ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในที่เดิม ซึ่งเป็นหลังที่ ๓ โดยก่อด้วยอิฐถือปูน ไม่มีเหล็ก มุงด้วยกระเบื้อง มีขนาดกว้างยาวเท่าเดิม พ.ศ.๒๕๒๓ ได้รื้ออุโบสถหลังที่ ๓ ลง สร้างขึ้นใหม่ ในที่เดิมโดยขยายพื้นที่ ก่อสร้างเป็นคอนกรตเสริมเหล็ก มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสุโขทัย ซึ่งเป็นอุโบสถหลังที่ ๔ และเป็นหลังปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๔๙ ได้บูรณปฏิสังขรณ์อุโบสถ โดยทาสีใหม่ทั้งหลัง เขียนภาพต้นโพธิ์ภายในที่ผนังหลังแท่นพระประธานฯ
@ อันว่าผู้สาว "งามอีหลี" ....อิอิ
@ ขอบพระคุณที่แวมายามครับ
@ สวัสดีคุณ
อิงจันทร์
@ นับเป็นชุมชนแบบอย่าง นะคะ อยากให้ชุมชนเข้มแข็งแบบนี้เกิดขึ้นเยอะ ๆ ค่ะ
@ คงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
@ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม สุขภาพใจดี ครับ
มาชมวัด ก่อนจะไปเข้าวัดวันพรุ่งนี้ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ตามมาซึมซับบรรยากาศและรู้เพิ่มเติมวัฒนธรรม ประเพณีไทยที่เมืองร้อยเอ็ดค่ะ
คุณ ไทบ้านผำ ใช้ภาพประกอบเนื้อเรื่องได้เยี่ยมจริงๆ ค่ะ ทำให้ชวนติดตามอ่านรายละเอียด แบบนี้มีข้อมูลเยอะขนาดไหน ก็ตามอ่านกันค่ะ (ดูเหมือนภาพโหลดได้เร็วมากเลยค่ะ แบบนี้ดีจัง)
หากใครอ่านบันทึกนี้แล้ว มีโอกาสเที่ยวเมืองร้อยเอ็ด ไม่ลืมแวะวัดบ้านผำใหญ่ กันแน่ๆ ค่ะ
@ สวัสดีคุณ
Sila Phu-Chaya
@ ขอบพระคุณที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชม
@ สุขภาพกาย สุขภาพใจดี ครับ
@ สวัสดีคุณ
ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
@ ขอบพระคุณยิ่งที่ให้เกียรติมาตรวจงานและเยี่ยมชม
@ เพราะ "ครูดี" ภาพถึงสวยงามขนาดนั้น
@ ขอบคุณอีกครั้งครับ
จริงอย่างว่าครับ ผู้สาวงามแท้ ๆ โดยเฉพาะผู้สาวบ้านบัวป่า อิอิ
เจริญพร โยมไทบ้านผ๋า
อาตมาขอแสดงมุทิตาจิตแด่พระเดชพระคุณท่าน
ผ่านทางคุณโยมด้วย
เจริญพร
@ สวัสดีอาจารย์
พิมล มองจันทร์
@ ผู้สาวงามอีหลี..อิอิ
@ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมยามอีกครั้ง
@ นมัสการท่าน
พระปลัด
@ จะนำกราบเรียนนมัสการพระเดชพระคุณท่านต่อไป
@ กราบนมัสการครับ