บันทึกนี้เพื่อ..คุณเดียว

          ถ้าฉันไม่ได้เข้ามาเปิดบล็อก  และฝึกหัดเขียนบันทึกไปวัน ๆ เข้าท่าบ้าง ไม่เข้าท่าบ้าง  ก็จะไม่มีวันรู้ได้ว่า ฉันจะต้องเติมเต็มในส่วนใด อีกบ้าง รวมทั้งเพื่อนมิตรก็ไม่มีมากมายเช่นนี้ และนอกจากนี้สิ่งดีๆได้เผื่อแผ่ไปยังเด็ก ๆ ของฉันที่บ้านนอก เพื่อนครู และโรงเรียนอันเป็นที่ทำมาหากินและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน 

          การคุยกันโดยไม่เคยเห็นหน้า  เห็นแต่รูปภาพ และทางภาษาเขียน ก็ทำให้เรามีความถูกใจกันในความมีไมตรีเอื้ออาทร  เริ่มแจกเบอร์อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์  ติดต่อถึงกันจากภาพ  ตัวอักษร  ความคิดเห็นมาเป็นเสียง..ซึ่งวันหนึ่งในตอนเช้าตรู่ขณะที่ขับรถไปโรงเรียนเช่นกัน  ประมาณกิโลเมตรที่ ๕๕  ฉันได้รับโทรศัพท์จากสุภาพสตรีท่านนี้  ที่กำลังจะกล่าวถึง และนำมาเขียนบันทึก  เพราะว่าเราได้พบตัวจริงและแจกกอดกันแล้วนั่นเอง

          เราสองคนจะติดต่อกันจนทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของกันและกันอยู่เสมอ  เมื่อระยะขาดหายความคิดถึงก็เข้ามาแทนที่ประกอบกับความห่วงหาอาทรที่มีต่อกัน

         สืบเนื่องมาจากบันทึกฉบับก่อนหน้านี้  เมื่อได้พบกับน้องครูป้อม น้องครูปูและน้องก้อย  สาวน้อยแสนสวยและน่ารัก วันนั้นน้องครูปูพยายามจะโทรหาเพื่อน ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆเช่นกัน  ซึ่งฉันคาดเดาว่าคุณเดียวจะต้องกำลังเดินทางกลับจากการไปเฝ้าไข้คุณพ่อที่สระบุรี    จึงรายงานให้น้องครูปูทราบ

         ปรากฏว่าคุณเดียวได้กลับมาแล้ว  และพักอยู่ที่บ้านน้องสาวที่บางบัวทอง  ซึ่งไม่ไกลจากกันมาก ได้คุยกันและนัดแนะกันว่าจะมาหา ภายหลังที่น้องครูปูกลับไปทำงานที่โรงเรียน ฉันอยู่กับน้องก้อย  รอคุณเดียวไม่นานนัก   

         คุณเดียวมีความสง่างามกว่าในรูปภาพมาก ยิ้มสวย มีบุคลิกภาพรูปแบบกุลสตรีไทย ที่หาดูได้ยาก และเป็นกันเอง แต่บรรยากาศแห่งการเฮฮาลดลง  เพราะพลังงานถูกใช้ไปก่อนหน้าแล้วและที่สำคัญตัวกระตุ้นความเฮฮาไม่อยู่ ทุกคนรู้สึกดีใจที่ได้พบกัน  ความรักความคิดถึงและความปลื้มที่เป็นสุขยังไม่จางหายไปจากใจ

Pagekrukim3

Dsc00000

คำคมพ่อครูบา :

มือมีไว้กอด ไม่ใช่เอาไปข่วนหน้าคนอื่น

http://gotoknow.org/blog/paula-story/239210