เย็นวันที่ ๒๗ ม.ค. ๕๒ ผมไปรอเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ที่วังสวนจิตรฯ    ได้มีโอกาสคุยกับคุณ Julian Schweitzer แห่ง WB Development Network เรื่องวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ลามมาจากสหรัฐอเมริกา  

          ผมถามเขาว่าวิกฤติครั้งนี้บอกเราว่า นักเศรษฐศาสตร์ต้องเขียนตำราใหม่ใช่ไหม   เขาตอบว่า ใช่แล้ว   สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ตรงตามตำราที่มีอยู่    เช่นเงินดอลล่าร์สหรัฐกลับแข็งขึ้น   เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟุบ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็นศูนย์ แต่เงินเยนกลับแข็งขึ้น

          ผมกลับมา AAR กับตัวเองว่า ตำราเศรษฐศาสตร์ ตำราการเงิน มันเขียนก่อนสมัยที่เงินมันจะไหลได้เร็วเท่าความไวแสง   และเขียนในสมัยที่สังคมยังไม่ซับซ้อนอย่างในปัจจุบัน    ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของสังคมที่มนุษย์เองสร้างขึ้น ได้ทำให้มนุษย์เข้าใจระบบการเงิน ระบบเศรษฐกิจ ไม่ดีพอ   ตำราเศรษฐศาสตร์จึงล้าสมัย    การใช้ทฤษฎีที่ล้าสมัยนำไปสู่วิกฤติอย่างที่เห็นอยู่

          เห็นความไม่เที่ยงของความรู้ไหมครับ   ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ล้าสมัย   ใช้ป้องกันวิกฤติการเงินแะวิกฤติเศรษฐกิจไม่ได้  

          AAR ของผมคือ  วิกฤติเศรษฐกิจโลกคราวนี้สอนเราว่า นักวิชาการไทยต้องมี ความกล้าหาญ กล้าท้าทายทฤษฎีที่มีอยู่แล้ว    กล้าสร้างทฤษฎีใหม่ที่ใช้ฐานคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง   หรือกล้าแก้ไขส่วนที่ยังบกพร่อง หรือต่อเติมส่วนที่ขาด   วิญญาณของนักวิชาการคือความ “ไม่เชื่อ”   ไม่ใช่ความเชื่อ 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ม.ค. ๕๒