
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa L.
ชื่อวงศ์ MALVACEAE
ชื่ออื่นๆ กระเจี๊ยบ, กระเจี๊ยบแดง, กระเจี๊ยบเปรี้ยว (กลาง),
ผักเก็งเค็ง, ส้มเก็งเค็ง, ส้มตะเลง-เครง (ตาก),
ส้มปู (เงี้ยว,แม่ฮ่องสอน), ส้มเก็ง(เหนือ),
ส้มพอเหมาะ (เหนือ), ส้มพอดี (อีสาน) Jamaica sorrel,
Sorrel, Roselle, Rosella, Kharkade or karkade,
Vinuela, Cabitutu
ส่วนที่ใช้ กลีบรองดอก (calyx) หรือที่เรียกว่า ดอกกระเจี๊ยบ
การปลูก
กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชไวแสงที่สามารถปลูกได้ทั่วไปชอบอากาศร้อนหรือค่อนข้างร้อน ทนต่อความแห้งแล้ง และไม่ชอบน้ำขังใช้วิธีปลูกในแปลงปลูก โดยหยอดเมล็ดตามแถวที่ไถไว้ หยอดหลุมละประมาณ 4-5 เมล็ดระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 70 เซนติเมตร แล้วกลบดินเล็กน้อยเมื่อกระเจี๊ยบแดงเป็นต้นอ่อนอาจถอนทิ้งหลุมละ 2-3 ต้น เพื่อให้ไม่แน่นมากนักควรให้น้ำสม่ำเสมอในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังจากนั้นจะปล่อยตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ อาจปลูกในพื้นที่แปลงข้าวโพดเมื่อปลูกข้าวโพดแล้วประมาณ 1 เดือน โดยนำเมล็ดกระเจี๊ยบแดงผสมลงไปกับปุ๋ยข้าวโพดแล้วนำใส่เครื่องหยอดพ่วงกับรถไพเดินตาม หยอดตามช่องว่างระหว่างแถวข้าวโพดต้นกระเจี๊ยบแดงจะเจริญเติบโตระหว่างแถวข้าวโพดเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดแล้วกระเจี๊ยบแดงอยู่ในช่วงออกดอกพอดี

พันธุ์ที่ใช้
พันธุ์ซูดานหรือพันธุ์เกษตร เนื้อหนามีสีแดงเข้มจนถึงม่วงลักษณะกลีบเลี้ยงค่อนข้างหนา เนื้อบาง มีสีแดงสดลักษณะกลีบเลี้ยงค่อนข้างบาง
การเก็บเกี่ยว
ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่คือ ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวใช้เวลา 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่งซึ่งการเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบแดงสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1. เก็บเกี่ยวเฉพาะดอกกระเจี๊ยบแดงใช้กรรไกรหรือมีดตัดเฉพาะดอกกระเจี๊ยบที่แก่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว
2. เก็บเกี่ยวทั้งต้นกระเจี๊ยบ เกษตรใช้เคียวเกี่ยว
การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
ดอกกระเจี๊ยบที่เก็บเกี่ยวได้นำมากระทุ้งให้กลีบดอกและกระเปาะเมล็ดหลุดออกจากกันโดยใช้เหล็กกระทุ้งและนำกลีบดอกที่กระทุ้งได้มาตากในภาชนะที่สะอาด ไม่มีฝุ่น ตากแดดประมาณ 5-6 วันหรืออบให้แห้งสนิท จึงทยอยเก็บ ส่วนกระเปาะเมล็ดให้แยกตามเมื่อแห้งสนิทให้ร่อนเมล็ดออก นำไปจำหน่าย
สารสำคัญ
กลีบรองดอกมีสารสีแดงจำพวก anthocyanin จึงทำให้มีสีม่วงแดงเช่นสาร cyanidin, delphinidin และมีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น ascorbic acid, citric acid, malic acid และ tartaric acid กรดเหล่านี้ทำให้กระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยวและยังพบมีวิตามินเอ Pectin และแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ แคลเซียมในปริมาณสูงฟอสฟอรัสแมกนีเซียม เป็นต้น ใบและยอดอ่อน
ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
การศึกษาในสัตว์ทดลองหรือหลอดทดลองพบว่า สารสกัดหรือสารสำคัญของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์หลายประการ ดังนี้
1. ฤทธิ์ลดความดันโลหิตชาชงหรือสารสกัดด้วยน้ำของกระเจี๊ยบแดงแสดงฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวได้กลไกการออกฤทธิ์ส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ angiotensin converting enzyme
2. ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด เมื่อให้กระต่ายที่กินไขมันสูง กินสารสกัดกระเจี๊ยบ
0.5 % หรือ 1 % นาน 10 สัปดาห์ พบว่าทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์
โคเลสเตอรอลและแอลดีแอล-โคเลสเตอรอลลดลงและความรุนแรง ของการอุดตันของหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจน้อยกว่ากลุ่มควบคุม
3. ฤทธิ์ต้านการเกิดพิษต่อตับ มีงานวิจัยในสัตว์ทดลอง
พบว่าสารสกัดด้วยน้ำหรือสารสำคัญกลุ่ม anthocyanins
และสาร protocatechuic acid ของกระเจี๊ยบสามารถลดความเป็นพิษต่อตับ
4.ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร สารสกัดด้วยน้ำ และส่วน mucilage มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวเมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดแผลด้วยยาอินโดเมธาซิน, กรด/เอธานอล หรือความเครียดโดยการรักษาปริมาณเมือกที่เคลือบผนังกระเพาะอาหารไว้
ประสิทธิผลในการรักษาจากรายงานการวิจัยทางคลินิกดังนี้
1.ฤทธิ์ลดความดันโลหิต
2. ฤทธิ์ขับปัสสาวะ
3. ฆ่าเชื้อในผู้ป่วยโรคทางเดินปัสสาวะ
ข้อควรระวัง
กระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในผู้ป่ วยบางรายเนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย
ขนาดที่ใช้และวิธีใช้
ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบาโดยนำกลีบเลี้ยงตากแห้งบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำ 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มวันละ 3 ครั้งติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาจะหายไป
แหล่งข้อมูล http://ittm.dtam.moph.go.th/product_champion/herb2.htm
โดย... ด.ช. อนิรุทธิ์ สำลี
ด.ช. สมบัติ แป้นสกุล


วันก่อนซื้อแยมกระเจ๊๊ยบที่ร้านกัลปพฤกษ์ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ของดอยคำค่ะ รสชาติดีมากค่ะ...จะลองปลูกในกรุงเทพ อากาศร้อน ๆ นะจะขึ้นนะคะ (อิอิ) ขอบคุณค่ะ
+ สวัสดีค่ะ....ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ....
+ เข้ามาเห็นแล้ว..อมยิ้มค่ะ...นึกถึงความหลังเมื่อ 5 ปีที่แล้ว...ไม่อยากบอกเลยว่าตอนที่พี่แต่งงาน...เลี้ยงน้ำกระเจี๊ยบสดค่ะ...
+ ต้นกระเจี๊ยบขึ้นเองที่บ้าน....พอใกล้วันแต่งงานโอ้โห...ได้ที...อิ อิ...ไม่ต้องลงทุนมาก...แขกเหรื่อที่มางานประทับใจถามไถ่กันยกใหญ่
+ เนื้อกระเจี๊ยบที่เหลือจากการต้ม...เอากวนเป็นแยม...ว้าว....
+ งานแต่งพี่...ตลกดีจังเลย...
+ เด็ก ๆ ก็เก่งมากนะค่ะ....ฝากบอกด้วยค่ะว่าครูป้าอ๋อยชื่นชม....หนูเก่งมากลูก....
+ หนูนำความรู้มาฝากทุกคน....ไม่ธรรมดานะค่ะลูก....
ขอบใจ คุณครู ปลายฟ้า และนักเรียนคนเก่งของคุณครู (อนิรุทธิ์ และสมบัติ)
มาเป็นกำลังใจให้เด็กๆนะคะ
น้ำกระเจี๊ยบนี่ไม่ธรรมดาเลยนะคะ
เพื่อนพี่ครูต้อยชื่อJassi ชาวฟินแลนด์
บินมาอยู่ไทย 1 ปีเพื่อมารักษาโรคปวดศรีษะ และกระเพาะอาหาร
ด้วยการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ พออาการดี หายแล้วก็บินกลับ
อิอิ เหมือนนกเลยค่ะ
แต่บอกว่าปิดเทอมแรกจะกลับมาอีก
แต่ถ้ามาก็ขอให้มาด้วยสุขภาพที่ดี ไม่อยากให้เป็นอีก
เป็นแล้วมันเครียด
กระเจี๊ยบไทยนี่เยี่ยมจริงๆค่ะ
ว่าแต่ว่ามันเปรี๊ยวนา
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ที่บ้านก็มีต้นกระเจี๊ยบค่ะ ได้ต้มดื่มหลายรอบแล้ว.....
ส่งดอกกระเจี๊ยบมาให้ค่ะ...^___^...
ขอน้ำแก้วหนึ่งค่ะ
เหงาจังเลย
อิอิ
คุณแม่พิมชอบเอากระเจี๊ยบมาทำแยมอะคะคูณปลายฟ้าอร่อยมากเลยคะ
ขอบคุณที่คุณปลายฟ้าแวะไปเยี่ยมครับ ผมเพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ครับ...มีอะไรแนะนำได้นะครับ...และผมก็ชอบทานกระเจี๊ยบมากครับ
อิอิ.........รู้ได้ไงว่าผมชอบน้ำกระเจี๊ยบ
ขอบคุณมากครับ
น้ำกระเจี๊ยบหวานเย็นชื่นใจ
ดื่มก่อนนอน จะอ้วนไม๊นี่ (อิอิ...ล้อเล่นจ้ะ)
หลับรึยังหล่ะ...มาส่งเข้านอน
หลับฝันดีนะจ๊ะ ^___^
สวัสดีค่ะ คุณปลายฟ้า
แวะมาทานน้ำกระเจี๊ยบ ตามคำชวนค่ะ
ชอบมากค่ะ อร่อยจริง ๆ
ขอบคุณนะคะ
สวัสดีครับครู °o.O ปลายฟ้า O.o° ที่จริงการพิจารณาวิทยฐานะของครูไม่น่าจะดูเอกสารทางวิชาการเพียงอย่างเดียวแล้วเลิกกัน จนมีข่าวว่ามีการไปจ้างทำก็ได้ โดยที่ครูคนนั้นไม่มีผลงานเป็นที่ปรากฎกับเด็กๆเลย ชิ้นงานที่เด็กทำจะสะท้อนถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนได้เป็นอย่างดี แบบงานชิ้นนี้ สะท้อนอะไรอะไรได้หลายอย่างเช่น ครูปลายฟ้า มีหลักในการจัดกิจกรรมที่สามารถทำให้เด็กๆตั้งใจทำชิ้นงานดีดีออกมาได้อย่างดีมาก เป็นกิจกรรมที่ดีที่มีประโยชน์ เด็กๆรู้จักสืบค้นหาองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเขาเอง มีการจัดการความอย่างเป็นระบบ ฯลฯ เยี่ยมมาก ขอชื่นชมครับ ฝากชื่นชม ด.ช.อนิรุทธิ์ สำลี และ ด.ช.สมบัติ แป้นสกุล ที่สำคัญที่สุดคือชื่นชมคุณครู แบบนี้ที่เขาเรียกกันว่าครูมืออาชีพ ไม่ใช่มีอาชีพเป็นครู ขอให้คุณครูโชคดีครับ
แวะมาทักทายและเรียนรู้
มีสิ่งดีๆเสมอๆนะคะ
เก็นภาพน้องหมาเต๊ะฟุตบอล มาฝากค่ะ :)
สวัสดีหลานด.ช. อนิรุทธิ์ สำลี ด.ช. สมบัติ แป้นสกุล ลุงมีประสบการณ์ตรงในการดื่มน้ำกระเจี๊ยบเนื่องจากป่วยเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ เลยทำให้เลิกดื่มน้ำอัดลม หากคนไทยเราหันมาดื่มน้ำผลไม้ของเราก็จะดีนะ ช่วยให้ชาวสวนชาวไร่ เราขายผลิตผลการเกษตรได้ด้วย
น้องเอริท์ตอนนี้อยู่ชั้น ป 1 ไม่ดื่มอัดลมเลย ตั้งแต่เข้าอนุบาล ถ้าจะดื่มก็น้ำหวาน น้ำผลไม้ ....
สวัสดี น้อง อนิรุทธิ์ สำลี น้อย สมบัติ แป้นสกุล เยี่ยมมาก ครูเก่ง เป็นกำลังใจให้ อย่างลืมละทำปุ๋ยน้ำชีวภาพไปใส่กระจี๊บ เพื่อลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมีและเป็นการบำรุงดิน สำคัญที่สุดคือได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตตามความเหมาะสม
เป็นคนชอบดื่มน้ำกระเจี๊ยบมากค่ะ พอรู้ว่ามีประโยชน์แต่ไม่รู้ละเอียด ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ มีสาระ มาฝากค่ะ เพราะ blog ขำขำ ของหุย จะไร้สาระ มากกว่า

เจริญพร โยมครูปลายฟ้า
ทางใต้เรียก กระเจี๊ยบ เช่นกัน สมุนไพรไทยหลายอย่างมีคุณค่า
ทางยา แต่น่าเห็นใจที่ทางการให้คุณค่าน้อยไป ซึ่งสมุนไพรบางอย่าง
ต่างชาติมาเอาไปจดทะเบียน และศึกษาอย่างจริงจัง
แต่คนไทยมักไม่เห็นคุณค่า เพราะมัวไปพึ่งยาฝรั่งกันหมด
เจริญพร
น้ำกระเจี๊ยงหอมหวานเย็นชื่นใจ..ชอบมากค่ะ
ขอบคุณที่แวะเอาไปให้ลองดื่มนะคะ
แอบชิมที่บ้านป๊ะป๋ามาแล้วตั้งแต่เมื่อคืน..อิอิ