เรื่องเล่าของป้า A...(นามสมมุติ)
21.00 น หลังออกจากห้องผ่าตัด มาตรวจต่อที่ ER
เมื่อเคลียเคสฝรั่ง3 คนและคนไทย3 คนหมดแล้ว....
ก็ได้พบกับป้า..ท่านหนึ่ง เรารู้จักกันดีพอสมควร
ป้าเป็น Bipolar affective...
เหลือบดูประวัติเบื้องต้นที่พยาบาลคัดกรอง
.....คุณป้าเครียดมา ปวดหัวมาก..จึงมา รพ.
เราเริ่มต้นด้วยการพูดคุย สุขทุกข์ที่เกิดขึ้น...
ผมจำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้าง....มันมากมาย
เป็นเวลาเกือบชั่วโมงที่ห้องตรวจฉุกเฉิน(โชคดีที่ไม่มีผู้ป่วยมาเลย...เหมือนจะรู้ว่าต้องให้เวลาป้า A ก่อน..555)
.....แต่สิ่งที่ผมรู้หลักๆคือ.... ผมตั้งใจฟัง...ฟังและฟังอีก(ลองวิชาฟัง..จากที่เรียนมาจากท่านอ...)
...ปล่อยให้คุณป้าพูดคุย เรื่องราวความคิด ความรู้สึก ความทุกข์ ความทรงจำ ปัญหา เรื่องต่างๆที่หมักหมม
...
..เกิดสิ่งที่แปลกๆคือ บางครั้งผมไม่ได้แนะนำอะไรมาก...
...คำพูดบางอย่าง บทสรุปบางเรื่องของตัวคุณป้าเองนั้น
........มันออกมาจากตัวตนของป้าเอง...(เสมือนว่าเราเป็นเพียงผู้หล่อเลี้ยง...)
....เช่น เรื่องลูก....ป้าต้องการเปลี่ยนลูกให้ดีขึ้น สิ่งที่ลูกเป็นอยู่บางอย่างทุกๆ วันทำให้ท่านเป็นทุกข์ซ้ำๆๆๆ......
...มายาวนาน จนไม่มีทางออก...
....ผมตั้งคำถามกลับสั้นๆว่า ลูกก็เป็นของเขาแบบนั้น...
....สิ่งที่เป็นทุกข์ สิ่งที่รับไว้ แบกไว้ยาวนาน...
เปลี่ยนที่ลูก หรือว่าจะเปลี่ยนที่ใจของเราเองจะง่ายกว่ากัน
*** คุยกันนาน จนป้าเองต้องออกตัวว่า..หมอต้องพักแล้วไม่ใช่หรอ (ท่านอาจจะเกรงใจเรา หรือไม่ก็อยากกลับ หรือว่ารำคาญหมอ?? ...)****
***ผมบอกว่า(ด้วยคำหวาน..) หมอทำงานตั้งแต่เช้าแล้วครับ...เหนื่อยเหมือนกัน แต่วันนี้ป้ายังทุกข์อยู่ หมอก็ไม่สบายใจนะ ...ถ้าป้าดีขึ้น หายได้...หมอก็สบายใจ ดีใจ เกิดปีติสุข...
****ผมแอบแนะนำธรรมมะเล็กๆน้อยๆ กะว่าตรงเป้าเลย เรื่องกายกับใจ เรื่องการรู้ตัว รู้ทันความทุกข์-สุข(เดาเอาว่า ป้าคง งง ไม่ค่อยเข้าใจ??..แต่ก็หวัง อิอิ)
***พอดีมีคนไข้มาตรวจ 1 ท่าน...อืมจะให้ป้ากลับหรือยังน๊า... อืม ยังดีกว่า
ตอนนี้ป้าก็สรุปมาให้ฟังเองว่า...
ทั้งหมดที่ป้าทุกข์มายาวนานเป็น 10 ๆ ปี มี สองเรื่องหลักๆ คือ....1....เรื่องลูก 2. เรื่องสามี...(ไม่ขอเข้า Detail นะครับ..)...
อืม..ครับ ป้าครับ(แอบยิ้มๆในใจ...)
จึงคั่นด้วยการให้การบ้านคุณป้า 2 ข้อ...และหามุมสงบให้นั่งทบทวนคนเดียว...
คือ...
1. การอยู่กับปัญหา 2 เรื่อง การทบทวนเรื่องราว เพื่อนเรา 2 เรื่อง ความรู้สึกทุกข์สองเรื่อง ที่ป้าแบกรับ ยึดถือเขาไว้อย่างยาวนาน....(ป้าถึงกับหัวเราะว่า ฉันแบกจนตัวเองเกือบจะเป็นบ้า...) ...ผมถามทิ้งทายว่า ลองคิดดูนะครับ ว่าเราจะวาง เขาลงได้หรือไม่ ...(วางแบบยอมรับนะครับ ไม่ใช่กลับไปทิ้งลูก ทิ้งสามี 555 **หัวเราะกัน***)
2.สอนการหายใจที่ถูกต้อง... ทำให้ดู และขอดูป้าทำ อืม... ไม่ถูกเลย เครียดจัดเรื้อรัง สะสมจริงๆ
หลังจากที่ผมตรวจคนไข้ที่มาใหม่อีกคนเสร็จ 20 นาที(คนนี้ก็ทุกข์ใจเหมือนกัน คือทุกข์ใจเรื่องโรคที่ตนเองเป็น ผมก็ให้คำปรึกษา อธิบายให้ฟัง แต่พอคุยๆไป ท่าทางท่านจะฟังไม่เข้าใจภาษาไทยกลางเท่าใด..).... เพราะว่าท่านพูดภาษาไต(พี่น้องไทยใหญ่พลัดถิ่น)...
จึงได้เชื้อเชิญ..น้องพยาบาลที่พูดไต(ไทยใหญ่) เป็น มาช่วยเป็นล่ามอธิบาย.... โรค การรักษา... จนคุณป้าคนที่สองท่านเข้าใจ(คิดว่าเข้าใจ..) เพราะก็อีกนั่นเเหละ คือท่านสรุปเองหลายประเด็นออกมา.... ซึ่งมันใช่เลย ผมอยากให้ท่านเข้าใจเช่นนั้น........
(เรื่องขำๆ ก็คือว่าผมก็เป็นเขยไทยใหญ่ แต่ฟังไม่ออกครับ เจ้าสบายวัยสามขวบ ยังพุดได้และฟังออก เพราะคุยกับยายทุกวัน5555)
(วันนี้เธอก็มาเยี่ยมพ่อทั้งตอนเที่ยง เพราะพ่อไม่กลับบ้าน..และมาอีกตอนเย็น1 ทุ่ม เพราะพ่อก็ยังไม่เข้าบ้านเลย.....ไม่ได้คุยกัน ยุ่งที่ Er ได้ยินเพียงสาวน้อยพูดบอกลาพ่อว่า...)พ่อๆลูกไปนอนก่อนนะค่ะ.^_^)
กลับมาที่ป้า A 22.30 น เกือบลืม....เรื่องเล่าป้าไป...
เดินออกไปหาท่านที่นั่งสงบ....
อืม.... มองดูหน้าตา...จากเมื่อกี้ที่ก้มหน้า น้ำตาไหลพราก ตอนนี้ดูสงบ..แววตาดูมีชีวิต เบิกบาน( ฤ ว่าจะเป็น Bipolar attack 555)
ผมแซวๆว่า...เป็นอย่างไรบ้างครับ การบ้านที่ให้ เห็นเพื่อนของเรา(เจ้าทุกข์ 2 เรื่องที่แบกไว้) ชัดขึ้น...
ป้าคงทราบแล้วนะครับว่าจะเอาเขาไว้ต่อดีหรือไม่ดี จะแบกต่อ หรือจะวาง...(ย้ำอีกว่า วางเเละเข้าใจ...ไม่ใช่ทิ้ง)
ป้าชิงพูดก่อนเลยว่า....
หมอป้าดีขึ้นเเล้ว....ป้าเข้าใจเเล้ว
หมอ...ป้ากลับบ้านก่อนนะ...
อ้าว...ป้าไม่เอายาแล้วนะครับ ไม่เอาจริงๆนะ
ผมก็งงเล็กน้อย กะว่าวันนี้กะช่วยป้าเล็กน้อยด้วย BDZ(จริงๆพรุ่งนี้ตั้งใจจะจ่ายยาให้ป้าเต็มที่ทั้ง Lithium...และอื่นๆ เริ่มใหม่หลังจากป้าไม่กินมาหลายเดือน...)
อืมไม่เอาก็ไม่เอาครับ...
คงจะ Amazing มาก ถ้าป้าสามารถหายเครียด และหายจากโรคนี้ได้...
ถ้าเป็นจริง เรื่องของการหล่อเลี้ยงและการพยามทำหน้าที่หมอตำแยเพื่อทำคลอดตัวตนใหม่ของคุณป้า(คิดว่า..ๆๆ)...
คงจะเป็นเรื่องที่พอเป็นไปได้นะครับ....
ตอนนี้ผมเริ่มคิดถึงคำดคุณป้าแล้วว่า...
แล้วหมอไม่ไปพักหรือ.....
ครับผมจะไปนอน...หวังว่าคืนนี้คงไม่ต้องถูกตามทุก ชม เหมือน 2 คืนก่อน เพราะเหลือบดูหน้าน้องพยาบาลที่ขึ้นเวรดึกเเล้ว...
**** ท่าทางดวงจะเเรง***
at er 00.08

เห็นด้วยเป็นอย่างมากเลยค่ะคุณหมอ ผู้ป่วยในหอผู้ป่วยหนักบางคน ไม่ได้พูดอะไรเลย แค่รับฟังและสัมผัส ทุดอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เปรียบเหมือนได้ยาวิเศษเลยนะคะ
น้องหมอโทรศัพท์หาผม ในวันที่เขียนบันทึกนี้ ราวตีหนึ่ง..ผมไม่ได้รับ แต่คาดเดาว่าเป็นเนื้อหาที่เขียนในบันทึกนี้ใช่ไหมครับ??
การรับฟัง เป็นการเยียวยา และจะดีมากที่สุด หากเราผู้รับฟัง รับฟังด้วยการให้เกียรติ ด้วยความรัก และจิตใจที่ดีงาม..
ขอบคุณคุณหมอแทนคนไข้นะครับ
สวัสดีค่ะคุณพี่หมอ
อ่านแล้ว..เข้าใจในความรู้สึก
ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยเข้าใจและมองเห็นความเป็นจริง และความเป็นไปเพื่อขจัดทุกข์ที่อยู่ในใจ
โรคหลายโรคหายได้ด้วยยา..โรคหลายโรคหายด้วย..อะไร..อย่างอื่นโดยไม่ต้องพึ่งยา เช่นการมีคนฟังเรื่องราวความทุกข์ของตนเอง..หรือเห็น..พบเจอคนอื่นเขามีทุกข์มากกว่า..ในโลกนี้ล้วนแต่..ทุกขัง อนิจจัง และอนัตตา ค่ะคุณหมอ คนเราทุกขีวิตเวียนว่ายในวัฏฏะสงสาร..ก็เป็นแบบนี้แหละ..ดังนั้นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่คือการค้นพบเหตุแห่งทุกข์และหนทางพ้นทุกข์ ใช่หรือไม่ ทุกข์ สมุหทัย นิโรค มรรค
คนเป็นหมอมีโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะทำคุณงามความดี..ต่อไปค่ะ
แค่รับฟัง ก็เป็นการเยียวยา
มีประสบการณ์ทั้งสองด้าน
น้องหมอ สบายดีนะคะ
เป็นกำลังใจให้คุณหมอแห่งปาย
ชื่นชม ยินดี ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ค่ะ
เป็นเรื่องเล่าที่สนุกทีเดียวเลยค่ะ
คุณป้าโชคดีจริง ๆ เลยนะค่ะที่ได้พบคุณหมอ
และก็ลูกสาวหมอน่ารักมากเลยค่ะ
เหมียวนะพี่หมอ
คิดถึงพี่หมอจัง ไม่ได้เจอกัน 2-3 อาทิตย์แล้วตั้งแต่งานอบรม แต่พอได้อ่านเรื่องของพี่แล้วก็รู้สึกเหมือนเราไม่ได้อยู่ไกลกันเท่าไหร่เลย
เหมียวเองก็ได้เอาเรื่องการฟังไปใช้แล้วเห็นผลอยู่เหมือนกันนะ
เมื่อพฤหัสบดีที่แล้วเหมียวไปร่วมประชุมกับเครือข่ายคนทำงานเยาวชนด้านเอดส์และเพศศึกษาที่เหมียวเคยทำงานด้วย เหมียวไปเจอพี่คนนึงซึ่งตอนทำงานด้วยกัน เหมียวรู้สึกอึดอัดมากทีต้องอยู่ด้วย เหมือนเราไม่ไว้ใจเขาและเขาก็เหมือนจะมีกำแพง แต่วันนั้นบรรยากาศสถานที่ประชุมมันผ่อนคลาย และตัวเรากับเขาก็ผ่อนคลายมากขึ้นด้วย อาจจะเพราะไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วก็เลยไม่มีความคาดหวังต่อกันมากเหมือนแต่ก่อน เจอกันคราวนี้เหมียวก็เลยชวนพี่เขาไปถีบเรือถีบกันในบึงข้างห้องประชุมตอนเย็น กระหนุงกระหนิงมาก 555 จริงๆ แล้วเป็นช่วงเวลาที่คน 2 คนต้องเผชิญหน้ากันอย่างหลีกหนีไม่ได้ (ไม่งั้นต้องโดดลงน้ำ)อย่างน้อยก็ครึ่งชม.ที่เราได้คุยกัน ซึ่งเหมียวเตือนตัวเองให้ฟังแล้วแขวนไว้ อย่าเพิ่งรีบตัดสินจากการตีความประโยคที่เขาพูดมา แล้วพอเราฟังเขาไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าเขามีความคิดและอุดมการณ์ที่ดีต่อการทำงานเพื่อพัฒนาเยาวชนมาก และเขามีเจตนาที่ดีเบื้องหลังคำพูดที่เราไม่เข้าใจ ที่จริงเขามีประสบการณ์และความสามารถมากกว่าเหมียวด้วย ก็เลยรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาก และคิดว่าเขาคงมีความรู้สึกที่ดีกับเหมียวมากขึ้นด้วยเช่นกัน (สังเกตจากท่าทีนะ)
เหมียวก็จะฝึกฝนพัฒนาตนเอง แล้วมาเล่าให้พี่อ่านอีกเรื่อยๆ นะ
ปล. เมื่อศุกร์เสาร์ที่ผ่านมาเหมียวไปสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนจิตตปัญญาศึกษาที่มหิดลมาแล้วล่ะ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลยแฮะเพราะว่าอาจารย์อาจจะคัดคนให้เหลือน้อยลง แต่เหมียวดูแล้วทุกๆ คนก็ qualified เหมือนกันหมด ก็รอลุ้นอยู่ ได้ผลแล้วจะมาเล่าอีกทีนะคะ
สวัสดีครับ
ขอบคุณอาจารย์ทุกๆท่านครับ....
ขอบคุณมากครับที่ร่วมแบ่งปัน...
สวัสดีครับน้องสาว....
ยินดีมากครับที่ยังระลึกถึงกันเสมอ...
ขอให้ก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งการฝึกตนต่อไปนะครับ
ทุกอย่างนั้นดีอยู่แล้ว และจะดีมากๆตามมาครับ....
เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ...
คุณป้า โชคดี ที่คุณหมอมีเวลาให้
ถ้าคุณหมอ มีเวลารับฟังคนไข้ ได้แบบนี้ ทุกๆราย
มีคนไข้อีกเยอะ ที่แค่เพียงการรับฟัง ก็เป็นการเยียวยา
ชื่นชมคุณหมอนะคะ