หลายครั้งที่เราผ่านไปผ่านมาบริเวณด้านหน้าของสถานที่แห่งนี้ เราเองต้องสะดุดตาและสะดุดใจกับไม้ต้นใหญ่ที่มีชื่อว่า "ลานกบินทร์..."

ตอนแรกเราเองรู้จักฉงนใจอยู่นานพอสมควร ไม่รู้ว่าเขานั้นชื่ออะไร
เรานั้นเพิ่งจะได้มาทราบเมื่อครั้งก่อนตอนที่ท่านอาจารย์ไพศาล มาช่วยงานย้ายต้นไม้ที่นี่ว่าเขาชื่อ "ลานกบินทร์"
ท่านอาจารย์ไพศาล ได้เล่าให้ฟังว่า "ลานกบินทร์" จัดได้ว่าเป็นลานที่ใหญ่สุดในตระกูล "Corypha" (ลานเล็กที่สุดคือ "ลานเหนือ")

ซึ่งจากที่เราประเมินด้วยสายตาแบบคนที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องพืชตระกูลปาล์มแล้วก็ยืนยันได้ว่า "ใหญ่จริง ๆ"
"ต้นลาน" ทำให้เรานึกถึงคำพูดของคนโบร่ำโบราณที่สืบสานความเชื่อในเรื่องของกรรมว่า ใครขี้ลัก ขี้ขโมยนั้น "มือจะโตเท่าใบลาน"

อื่ม... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ มือคงจะใหญ่น่าดู
หรืออีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ "ลาน" ที่ทรงคุณค่าอย่างเอนกอนันต์นั้น ก็คือ "ลาน" จัดได้ว่าเป็นผู้สืบทอดประวัติศาสตร์จากรุ่นสู่รุ่น โดยสืบทอดเป็นลายลักษณ์อักษรผ่าน "คัมภีร์ใบลาน" ดังนั้นลานจึงจัดได้ว่าเป็นคณาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสังคมไทย...

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไดมีโอกาส ทดลองใช้ กระดูกลานคือขอบก้านใบของกิ่งลาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตัดแต่งกิ่งทุกๆเดือน มาลองทำธนู แบบดั้งเดิม หรือเรียกว่า แบบ
Traditional คือธนู ที่ไม่มีศูนย์เล็ง ผมใช้ในการแข่งขันมาแล้ว ยิงสู้ธนูราคาแพงได้อย่างสบายๆ อยากลงรูปให้ดู แต่ก็ลงไม่ได้
แสดงให้เห็นว่า ประโยชน์อีกอย่างของต้นลานคือทำธนู แบบดั้งเดิม เพื่อใช้ในการกีฬายิงธนู ผมกำลังหาจุดอ่อน เพื่อแก้ไข และปรับปรุงอยู่
คุณประมวล มาหาร เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติ ทัยลาน รวบรวมกระดูกลานจากการตัดตกแต่งกิ่ง นำมาให้ทดลอง