" นักปราชญ์จึงท่องเที่ยวไปโดยไม่ทำอะไร สอนโดยไม่พูดสรรพสิ่งเกิดขึ้นและแตกดับไปไม่เคยหยุดยั้ง สร้างสรรค์ แต่ไม่ครอบครอง ทำงานแต่ไม่หวังชื่อเสียง เกียรติยศ เสร็จกิจแล้วลืมมันเสียผลงานจะดำรงอยู่ตลอดกาล "
"นักปราชญ์อยู่ข้างหลังจึงนำหน้า ท่านแยกตัวออกมา จึงมีส่วนร่วมโดยการกระทำที่ไม่นึกถึงตน ท่านจึงบรรลุผลเต็มเปี่ยม "
" นักปราชญ์จึงทำตามความรู้สึก ไม่ใช่ทำตามที่มองเห็น ท่านจะละทิ้งสิ่งที่ไร้สาระและเลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ "
" นักปราชญ์โบราณล้วนเฉลียวฉลาดลึกซึ้ง ลึกซึ้งตอบสนองลูกศิษย์เสมอ ความรู้ของท่านลึกสุดหยั่ง เราจึงทำได้แค่เพียงอธิบาย สิ่งที่ท่านทำให้ปรากฏระมัดระวังดั่งคนข้ามธารน้ำแข็งในหน้าหนาว ตื่นตัวเหมือนคนระแวงภัย สุภาพราวแขกผู้มาเยือนอ่อนโยนอย่างนำแข็งกำลังละลาย เรียบง่ายดุจท่อนไม้ยังมิได้แกะสลักโล่งโถงเหมือนถ้ำ มองไม่ทะลุเหมือนสระน้ำขุ่น"
" ใครสามารถรอคอยให้น้ำขุ่นตกตะกอนได้ ใครระงับความกระวนกระวายระหว่างรอคอยการปฏิบัติงานได้"
" ผู้ไม่หวังผลเต็มเปี่ยมเพราะไม่หวังผลเต็มเปี่ยม พวกเขาจึงไม่หวั่นไหวไปกับความปรารถนาจะเปลี่ยนแปลง "
" ความจริงจังเป็นพื้นฐานรองรับความเหลวไหล ความสงบเป็นใหญ่เหนือความวุ่นวายดังนั้นนักปราชญ์ผู้ท่องเที่ยวไปจึงไม่ ละลายตา จากหีบห่อสัมภาระแม้จะมีสิ่งสวยงามมายั่วยวนตาท่านไม่เอาใจใส่และอยู่อย่าง เงียบสงบ"
" นักปราชญ์เอาใจใส่ทุกคนไม่ทอดทิ้งใคร ท่านเอาใจใส่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ทอดทิ้งสิ่งใดเลย สิ่งนี้ได้ชื่อว่า " นำทางด้วยปัญญา"
" นักปราชญ์ใช้วิธีดังที่จาระไนมาท่านจึงเป็นผู้ปกครองได้ฉะนั้น " ช่างตัดเย็บผู้ยิ่งใหญ่ตัดออกแต่น้อย "
" นักปราชญ์จึงหลีกเลี่ยงเรื่องสุดโต่ง เรื่องเกินพอดีและความพึงพอใจ "
" อาวุธร้ายก่อให้เกิดความหวาดหวั่นพรั่นพรึงเป็นที่น่ารังเกียจของสรรพสัตว์ เพราะฉะนั้นผู้เชื่อถือตนเองจึงไม่ใช้ "
" นักปราชญ์ชอบทางซ้าย นักรบชอบทางขวา อาวุธก่อให้เกิดความหวาดกลัว มันมิใช่เครื่องมือของนักปราชญ์ ท่านจะใช้มันเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นๆ ความเงียบและความสงบต่างหากที่ท่านโปรดปราน ชัยชนะมิใช่สิ่งที่น่ายินดี "
" ชัยชนะมิใช่สิ่งที่น่ายินดี ถ้าท่านยินดีในชัยชนะท่านก็ยินดีในการฆ่า ถ้าท่านยินดีในการฆ่า ท่านจะไปไม่ถึงจุดมุ่งหมายอันสูงสุดของมนุษย์ ในยามสุขสงบนักปราชญ์เป็นใหญ่ ในยามศึกนักรบเป็นใหญ่ "
"โดยไม่ต้องออกไปเที่ยวเตร่เร่ร่อน ท่านก็อาจรู้จักโลกนี้ทั้งโลกโดยไม่ต้องมองผ่านบานหน้าต่าง ท่านก็อาจมองเห็นทางแห่งสวรรค์ ยิ่งออกไปไกลท่านจะยิ่งรู้ได้น้อย ดังนั้นนักปราชญ์จึงรู้ได้โดยไม่ต้องเดินทาง ท่านเห็นโดยปราศจากการมองดู "
" ท่านประกอบกิจโดยมิต้องกระทำ นักปราชญ์มิได้คิดถึงตนเอง ท่านเอาใจใส่ในความต้องการของผู้อื่น "
" ฉันดีกับคนดี ฉันดีกับคนไม่ดีด้วย เพราะ คุณธรรมคือ ความดี ฉันมีศรัทธากับผู้คนที่มีศรัทธา ฉันมีศรัทธาในผู้คนที่ขาดศรัทธาด้วย เพราะคุณธรรมคือ ความศรัทธา นักปราชญ์เก็บตัวและถ่อมตัวราวกับไม่เข้าใจโลก ผู้คนหวังพึ่ง เชื่อฟังและศรัทธาท่าน ท่านประพฤติเยี่ยงเด็กน้อย "
" นักปราชญ์กล่าวว่า ฉันไม่ได้ส่งเสริมแต่ผู้คนกลับดีขึ้น ฉันหันหน้าหาความสงบ ผู้คนจึงซื่อสัตย์ ฉันมิได้ช่วยเหลือแต่ผู้คนกลับมั่งคั่ง ฉันไม่มีความปรารถนาจะทำสิ่งใดผู้คนจึงกลับไปหาชีวิตที่ดีและเรียบง่าย "
" นักปราชญ์ยังได้รับการคุ้มครองป้องกัน เมื่อผู้คนไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน คุณธรรมในแต่ละคนจะให้ความสุขสดชื่นทั้งแก่ตนและผู้อื่น"
" นักปราชญ์ไม่กระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จึงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สัญญาพล่อยๆเชื่อถือได้น้อย ทำอะไรไม่จริงจัง จะสร้างความยุ่งยากภายหลัง "
" นักปราชญ์เผชิญหน้ากับความยากอยู่เสมอจึงไม่พบว่าอะไรยาก "
"นักปราชญ์ไม่กระทำจึงไม่พ่ายแพ้ ท่านไม่ยึดไว้จึงไม่สูญเสีย"
" ผู้คนจะล้มเหลวเมื่อจวนจะสำเร็จ พึงเอาใจใส่ตอนปลายเท่ากับตอนต้น ความล้มเหลวจะไม่เกิด ดังนั้นนักปราชญ์จึงแสวงหาความหลุดพ้นจากความปรารถนา "
" ท่านจะไม่สะสมของมีค่า ท่านจะไม่ยึดติดกับความคิด "
" ท่านนำผู้คนกลับมาหาสิ่งที่เขาสูญเสีย ท่านช่วยเหลือสรรพสิ่งให้รู้จักธรรมชาติแห่งตนแต่ท่านละเว้นการกระทำ"
" ถ้านักปราชญ์ จะชี้ทางให้ฝูงชน ท่านต้องรับใช้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตัว "
" ถ้าท่านจะนำหน้าฝูงชน ท่านต้องตามหลัง นักปราชญ์ ปกครองอย่างนี้ ผู้คนจึงไม่ทุกข์ร้อน "
" เมื่อท่านพบปะผู้คน ท่านจะไม่ให้ร้าย โลกทั้งโลกจะสนับสนุนท่านไม่โรยรา เพราะท่านไม่แข่งขันท่านจึงไม่มีคู่แข่ง "
" ถ้อยคำของฉันง่ายแก่การเข้าใจ ง่ายแก่การปฏิบัติ แต่ใต้ฟ้านี้ ไม่มีใครเรียนรู้และฝึกฝน "
" ถ้อยคำของฉันถือกำเนิดมานมนาน การกระทำของฉันถูกจัดวางเป็นระเบียบ เพราะผู้คนไม่เข้าใจ พวกเขาจึงไม่รู้จักฉัน คนที่รู้จักฉันมีน้อย คนที่ไม่ทำตามฉันได้รับเกียรติ ดังนั้นนักปราชญ์จึงสวมใส่เสื้อผ้าปุปะ และหวงแก้วไว้ในดวงใจ "
" รู้ว่าตนไม่รู้เสริมสร้างพลัง ไม่ใฝ่รู้เท่ากับป่วยไข้ หากใครรังเกียจความป่วยไข้เขาผู้นั้นจะไม่ป่วย "
" นักปราชญ์ไม่ป่วยเพราะท่านรังเกียจความป่วยไข้ ท่านจึงไม่ป่วยเลย"
"เมื่อผู้คนหมดสิ้นความยำเกรงผู้ปกครอง หายนะภัยจะตามมา"
" อย่ารุกรานที่ที่เขาอยู่อาศัย อย่าขัดขวางการทำมาหาชีพของเขา ถ้าท่านไม่ยุ่งกับเขา เขาก็ไม่รังเกียจท่าน เพราะฉะนั้นนักปราชญ์จึงรู้จักตนเองแต่ไม่โอ้อวด นับถือตนเองแต่ไม่ระรานผู้อื่น ท่านปล่อยวางอำนาจบาตรใหญ่แต่จะใช้น้ำใจไมตรี "
" คนกล้าแต่โผงผาง มีแต่จะฆ่าหรือถูกฆ่า คนกล้าแต่เยือกเย็นจะรักษาไว้ซึ่งชีวิต สองสิ่งนี้อันไหนดีอันไหนมีภัย "
" บางสิ่งไม่เป็นที่ชื่นชอบของสวรรค์ ใครรู้บ้างว่าทำไม แม้แต่นักปราชญ์ก็ไม่สู้จะแน่ใจ "
" นักปราชญ์จึงประกอบกิจโดยไม่มีใครรับรู้ สำเร็จกิจแล้วไม่หวังพึ่งพิงผลงาน ท่านไม่พยายามโอ้อวดความรู้ "
" ใต้ ฟ้านี้ไม่มีอะไรอ่อนกว่าน้ำ แต่ถ้าจะใช้ทำลายสิ่งที่แข็งแกร่ง ไม่มีอะไรดีกว่าน้ำ ไม่มีอะไรดีกว่าน้ำได้ ไม่มีอะไรเปรียบกับน้ำได้ "
" ผู้อ่อนแอชนะผู้แข็งแรง ผู้อ่อนโยนชนะผู้แข็งกระด้าง ใครๆก็รู้สิ่งนี้ดี แต่ไม่มีใครเอาไปปฏิบัติ ดังนั้น นักปราชญ์จึงกล่าวว่า"
" ใครที่อ่อนน้อม ถ่อมตัวกับประชาชน เขาสมควรเป็นผู้ปกครอง "
" คนบางคนไม่รู้บางสิ่งบางอย่าง แต่สำหรับนักปราชญ์ ถึงแม้ท่านจะอยู่ที่เดียว ท่านก็รู้หมดแล้วโดยไม่ต้องเดินทางไกลแต่อย่างใด "
" หลังจากการทะเลาะเบาะแว้ง ความขุ่นเคืองย่อมคั่งค้างอยู่จะจัดการกับมันอย่างไร เพราะฉะนั้น นักปราชญ์จะเก็บหนังสือสัญญาไว้ แต่ไม่เร่งรัดหนี้สินตามกำหนด "
" ผู้มีคุณธรรม ใช้ชีวิตตามทำนองคลองธรรม ผู้ปราศจากคุณธรรม เบียดเบียนผู้อื่น ท่านจึงทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม มันแนบแน่นกับคนดีตลอดกาล "
"ถ้อยคำที่เป็นจริงไม่ได้ไพเราะ ถ้อยคำที่ไพเราะไม่ได้เป็นจริง"
" คนดีไม่โต้เถียง คนที่โต้เถียงไม่ใช่คนดี "
" ผู้เรียนไม่รู้ ผู้รู้ไม่เรียน "
" นักปราชญ์ไม่สะสมทรัพย์สิน ยิ่งช่วยเหลือผู้อื่นยิ่งมีเพิ่ม ยิ่งให้ผู้อื่นท่านยิ่งมีมาก ท่านแหลมคม แต่ปราศจากอันตราย "
"ปราชญ์ คือ การทำหน้าที่โดยไม่มั่นหมายเป็นภาระ" จากผู้เชิดชูเกียรตินักปราชญ์ แห่งคุณธรรม
ดีค่ะ ขอบคุณมากๆ อ่านแล้วมีกำลังใจ จรรโลงจิตใจ
ดีค่ะ ขอบคุณมากๆ อ่านแล้วมีกำลังใจ จรรโลงจิตใจ
อ่านแล้วนึกถึงนิทานเวตาล บทที่ว่า
ชายใดไม่เที่ยวเทียวไป ทุกแคว้นแดนไพร
มิอาจประสบพบสุข
ชายใดอยู่เหย้าเนาทุกข์ ไม่ด้นซนซุก
ก็ชื่อว่าชั่วมัวเมา
การท่อง GTK เหมือนการเที่ยวเทียวไป ได้ความรู้และข้อคิดอย่างอย่าง ดีจังเลย
ขอบคุณครับ
ความสุข "ความทุกข์ ทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวงตา ให้ใช้ความรู้สึกตัดสิน อย่าตัดสินด้วยการมองเห็น แล้วท่านจะมีความสุขทุกที่ ทุกเวลา"