ครม.อนุมัติขยายวงเงินกู้เรียนหมื่นล้าน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการกองทุนให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ
โดยให้ กยศ.ขยายวงเงินให้กู้ยืมสำหรับผู้กู้รายใหม่ในปีงบประมาณ 2552 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอีก 10,000 ล้านบาท จากเดิม 26,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 36,000 ล้านบาท โดยจะมีผู้กู้ได้ประมาณ 353,000 ราย
ทั้งนี้ การขยายวงเงินกู้ยืมในครั้งนี้เพื่อเพิ่มจำนวนผู้กู้ที่ยากจนและด้อยโอกาส ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การปล่อยกู้ให้กับผู้กู้รายใหม่จะสร้างแรงจูงใจให้กู้ในสาขาสายอาชีพมากขึ้น โดยจะกำหนดสัดส่วนการให้กู้ระหว่างสายอาชีพและสายสามัญเป็น 50 : 50 จากเดิม 40 : 60 ซึ่งจะเป็นสาขาวิชาชีพที่ครอบคลุมทั้งระดับ ปวช. จนถึงอุดมศึกษา จำนวน 400 สาขา
โดยวงเงินดังกล่าวสามารถกู้ได้ตั้งแต่ ม.ปลาย ปวช. ปวท. ปวส. อนุปริญญา และปริญญาตรี นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ขึ้นไปที่เคยยื่นความจำนงขอกู้แต่พลาดหวัง และผู้ที่ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจสามารถยื่นกู้ได้
ส่วนนักเรียน ม.ปลาย สามารถกู้ได้เฉพาะค่าครองชีพเท่านั้น เนื่องจากค่าเล่าเรียนรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเรียนฟรี 15 ปีให้แล้ว
รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ครม.ยังได้เห็นชอบให้กำหนดระยะเวลาการโอนเงินกู้ กยศ.ให้กับนักเรียน นักศึกษา เพื่อไม่ให้จ่ายเงินล่าช้า โดยได้เงินกู้ค่าครองชีพภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ยื่นสัญญากู้
ทั้งนี้ จะมีการยื่นสัญญากู้ในวันที่ 15 ก.พ. ดังนั้นในวันที่ 31 พ.ค. ต้องได้รับเงินกู้ค่าครองชีพ และวันที่ 15 มิ.ย. นักเรียน นักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและยื่นเอกสารไว้พร้อมแล้วจะต้องได้รับค่าลงทะเบียนเรียนในวันที่ 15 มิ.ย. และงวดสุดท้ายต้องได้รับไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ยื่นกู้
เพราะที่ผ่านมามักมีการร้องเรียนถึงปัญหาการจ่ายเงินกู้ล่าช้าไปกว่า 6 เดือนหรือเป็นปี ที่ประชุมยังเห็นชอบการเพิ่มโอกาสการชำระเงินกู้คืน ด้วยการขยายระยะเวลาในการชำระหนี้คืนจากเดิม 15 ปี เป็น 20 ปี โดยให้ผู้กู้หารือร่วมกับ กยศ.เป็นรายกรณี
ซึ่งขณะนี้มีผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระหนี้แต่ไม่สามารถใช้หนี้คืนได้ตามกำหนด ประมาณ 500,000 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 30 เป็นเงิน 7,000 ล้านบาท โดยการขยายช่องทางการชำระหนี้คืน จะทำให้ผู้กู้มีหนี้ลดลงในแต่ละงวด และเมื่อทำงานแล้วจะมีเงินเดือนเหลือชำระหนี้คืนมากขึ้น
นายจุรินทร์กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนการกู้ยืมในปี 2552 ได้มีการแบ่งสัดส่วนการให้กู้ตามระดับการศึกษาดังนี้ ม.ปลาย จำนวน 106,000 ราย ปวช. จำนวน 111,000 ราย ปวท./ปวส. จำนวน 53,000 ราย และอนุปริญญา/ปริญญาตรี จำนวน 83,000 ราย
นอกจากนี้ เพื่อขยายโอกาสให้กับนักเรียนนักศึกษามุสลิมที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น ครม.จึงมีมติให้ขยายช่องทางการกู้เงินให้กับนักเรียนนักศึกษามุสลิมได้กู้เงินผ่านทางธนาคารอิสลามด้วย โดยให้ กยศ.ไปประสานกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารมุสลิมต่อไป
นอกจากนี้ ศธ.จะร่วมกับ กยศ.รณรงค์ให้ผู้กู้มาชำระหนี้คืนในโครงการ “ใช้หนี้ช่วยน้อง” ตลอดจนร่วมมือกับสถานประกอบการหางานให้กับผู้กู้ที่ตกงานด้วย ทั้งนี้ เมื่อ ครม.มีมติถือว่ามีหลักการที่ชัดเจนแล้ว ส่วนแนวทางปฏิบัติ กยศ.ต้องรับมติ ครม.ไปดำเนินการต่อไป.
ที่มา: http://www.aksorn.com