ทุกอย่างมันอยู่ที่เจตนา ถ้าทุกคนเจตนาดีต่อกัน มีจิตที่เป็นบวกก็สามารถยิ้มให้กันและทำงานร่วมกันได้ไม่มีการแบ่งกลุ่มแบ่งพวก ชาติบ้านเมืองกำลังต้องการความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกันอยู่มิใช่หรือ
ด้วยความต่างที่เคยเล่าให้ฟังในตอนความต่างของนักเรียนสองสังกัด มีอยู่ความต่างหนึ่ง คือ ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล ที่ต่างมีใจที่ตรงกับผู้เขียนและครู คือ อยากช่วยเหลือโรงเรียน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนอย่างไร เพราะนักเรียนที่นี่ถูกสร้างเงื่อนไข คือเรียนแบบให้เปล่าตามนโยบายของรัฐจริง ๆ แต่ข้อเท็จจริง ท่านไปถามโรงเรียนดัง ๆ ที่ไหนก็ได้ การศึกษาคือการลงทุนทั้งนั้น ถ้าต้องการคุณภาพ แต่ถ้าเรียนเพื่อให้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานออกไป เรียนแบบให้เปล่าก็ได้ที่ครูสอนบ้างไม่สอนบ้าง ครบ ๙ ปี ออกจากระบบไป ถามว่าเยาวชนกลุ่มนี้ใครจะรับรองได้ว่าเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการให้ลูกเรียนสูง ๆ เพื่อมีงานที่ดีในอนาคตทั้งนั้น
ดังนั้น การที่โรงเรียนหนึ่งโรงที่มีอาคารอันสง่างามวางเด่นอยู่นั้น ใช่ว่าเด็กจะมีคุณภาพ มันต้องมีการจัดการ มีกิจกรรมที่หลากหลายเข้ามาให้เกิดการเรียนรู้ ทั้งตัวครูและตัวเด็ก เช่น การฝึกอบรมต่าง ๆ เข้าค่ายวิชาการ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทัศนศึกษานอกสถานที่ กิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ แม้แต่สื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกิจกรรม เป็นการเรียนรู้ทั้งสิ้น แต่กิจกรรมที่เป็นการพัฒนาเชิงคุณภาพที่ส่งผลต่อตัวนักเรียนโดยตรงจะไม่ค่อยปรากฎในแผนงบประมาณของท้องถิ่นสักเท่าไร โรงเรียนจึงไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการ นี่เป็นช่องทางให้ผู้ปกครองมีส่วนช่วยได้ช่วยเหลือ
"start by starting" จงเริ่มด้วยการเริ่มต้น ชมรมผู้ปกครองเกิดขึ้นจากแนวคิดเครือข่ายชมรมผู้ปกครองโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในการจัดการศึกษาที่มีชื่อเสียงของท้องถิ่นภูเก็ตและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปเป็นพี่เลี้ยงให้ เมื่อได้พี่เลี้ยงดีเราก็เดินต่อไป จัดตั้งชมรมผู้ปกครองขึ้นในปี ๒๕๕๐
เริ่มจากการคัดเลือกกรรมการห้องเรียน ๕ คนต่อหนึ่งห้องเรียน มีประธาน รองประธาน เลขาฯ กิจกรรม เหรัญญิก ขั้นตอนนี้เราให้ครูประจำชั้นเป็นผู้ดำเนินการประชุมผู้ปกครองรายห้องเรียน จนได้กรรมการครบทุกชั้นเรียน ขณะนั้นมีห้องเรียนอยู่ ๑๒ ห้องเรียน จึงได้คณะกรรมการชมรมผู้ปกครองมาทั้งหมด ๖๐ คน ใน ๖๐ คนนี้ก็มาเลือก ประธาน รองประธาน เลขาฯ กิจกรรม และเหรัญญิก เป็นบอร์ดบริหารชมรม ฯ ประธานชมรมผู้ปกครองคนแรก คือ คุณนพพร นาราภักดี คนปัจจุบัน คือ คุณอรุณ คำวิเศษณ์
การมีชมรมผู้ปกครองเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจของผู้เขียน แต่หวาดหวั่นใจของผู้บริหารเทศบาล ผู้เขียนเข้าไปคลุกคลีกับเขาทุกเรื่องทั้ง ๆ งานของโรงเรียนทั้งหมดได้มอบให้ ผอ.โรงเรียนคนใหม่ได้ดูแลแล้ว แต่ด้วยจิตผูกพันจึงเข้าไปอำนวยการ การทำงานในทุกเรื่อง ถ้าเขามีปัญหาเขาจะปรึกษา และให้ข้อเสนอแนะกันไป
มาดูผลงานของชมรมผู้ปกครองกันบ้าง เขาทำหน้าที่การผู้ปกครองได้เยี่ยมยอดมาก จัดงานวันเด็ก ปีใหม่ ให้เด็ก ๆ และที่อือฮาน่าดู ก็คือเปิดประเด็นจัดหารายได้ให้โรงเรียนโดยจัดคอนเสริทหลวงไก่ ขายบัตรล่วงหน้า ได้เงินทุนมาแสนกว่าบาท นับเป็นความภูมิใจของโรงเรียนตั้งใหม่เล็ก ๆในดินแดนที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่ที่ได้มากกว่านั้นคือ ความสามัคคีในกลุ่มผู้ปกครอง มีจิตสาธารณะมากขึ้น คนที่ไม่เคยเสียสละ ก็รู้จักเสียสละ คนที่โจมตีโรงเรียนก็เริ่มมีเสียงแผ่วลง คนที่รับฝ่ายเดียวก็เริ่มให้และแบ่งปันมากขึ้น ฝ่ายการเมืองที่มองอย่างหวาด ๆ ว่ากลุ่มชมรมผู้ปกครองมันจะมาเป็นใหญ่ในท้องถิ่นหรือเปล่า ก็เริ่มมีรอยยิ้ม เห็นไหมว่า ทุกอย่างมันอยู่ที่เจตนา ถ้าทุกคนเจตนาดีต่อกัน มีจิตที่เป็นบวกก็สามารถยิ้มให้กันและทำงานร่วมกันได้ไม่มีการแบ่งกลุ่มแบ่งพวก ชาติบ้านเมืองกำลังต้องการความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกันอยู่มิใช่หรือ
งานใหญ่ทำได้สำเร็จ ชื่นชมค่ะ เป็นกำลังใจให้ก้าวต่อไปข้างหน้านะคะ งานผู้ปกครองเขาทำสำเร็จเพราะมีครูดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มาชื่นชมกับ ความสำเร็จของชมรมผู้ปกครองค่ะ
ตอนทำงานอยู่ลาว รร.ที่ไม่มีคณะผู้ปกครองนี่ งานต่างๆ ไม่ค่อยเดินค่ะ ... บางรร. แถวอิสานก็ ยังไม่มีคณะผู้ปกครองพ่อแม่ และครู เวลาจะจัดตั้ง เป็นเรื่องที่ลำบากมากๆ ค่ะ ...
โครงการจัดตั้งสมาคมผู้ปกครองครู นี่ถือเป็นงานใหญ่ และสำคัญต่อการพัฒนา และตรวจสอบ ดูแล นักเรียนร่วมกันค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
สวัสดีค่ะครูต้อย สวัสดีค่ะคุณปู ยินดีที่ได้รู้จัก หากมีเวลาผ่านมา แวะมาที่โรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล อนุสาวรีย์เลี้ยวมาทางหาดสุรินทร์ ประมาณ ๖ กม. จะบอกกลยุทธในการตั้งชมรมผู้ปกครองอย่างง่าย ๆ และทุกคน happy