เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่บ้านหนองม่วงพัฒนาตำบลวังหามแหอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ผมมีโอกาสไปร่วมทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อไปปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรร่วมกับทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรีตามแผนที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อไปถึงศาลากลางบ้านหมู่ที่ 12 บ้านหนองม่วงพัฒนา ตำบลวังหามแห อำเภอขาณุวรลักษบุรี ได้สังเกตเห็นพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจากหมู่บ้านต่างๆในเขตพื้นที่ตำบลวังหามแห ประมาณ 100 คนเศษได้นั่งร่วมประชุม โดยมีทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ พร้อมได้แนะนำผู้เข้าร่วมการประชุม ในเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการ กระผมได้สังเกตเห็นแปลงปลูกมันสำปะหลัง ในตำบลนี้ไม่คอยจะเจริญเติบโตเท่าที่ควร เป็นพื้นที่ติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ และบางแปลงก็มีการขุดเก็บหัวมันสำปะหลังไปเรียบร้อยแล้ว บางรายก็เตรียมไถพักดินไว้ชั่วคราวหลังจากที่มีการเก็บหัวมันสำปะหลังเสร็จแล้ว

จากการสังเกตพบว่าลักษณะโครงสร้างของดินในเขตชุมชนนี้จะไม่ค่อยดี หน้าดินแข็ง อินทรียวัตถุมีน้อยมาก เวลาฝนตกมากติดต่อกันหลายวันจะระบายน้ำไม่ดี จึงส่งผลให้ระบบการเจริญเติบโตของต้นมันสำปะหลังไม่ดี จึงได้ตั้งข้อสงสัยว่าต้นทุนการผลิตต่อไร่คงจะสูง ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่น่าจะต่ำกว่าสามตันต่อไร่ เกษตรกรจะคุ้มกับการลงทุนไปหรือไม่ รวมทั้งมีข้อสงสัยว่าเกษตรกรผู้ปลูกมันฯในชุมชนนี้อยู่ได้หรือไม่อย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นข้อสงสัยของกระผมที่สนใจต้องค้นหาคำตอบจากเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในครั้งนี้

เมื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ทางทีมงานได้ซักซ้อมความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในครั้งนี้ รวมทั้งการออกแบบ จากนั้นคุณศิริศักดิ์ เชี่ยวชาญ(นวส.ชำนาญการ) ซึ่งรับผิดชอบงานส่งเสริมการเกษตรตำบลวังหามแห ได้แบ่งกลุ่มย่อย ออกเป็น 3 กลุ่ม พร้อมกำหนดทีมที่ปรึกษาประจำกลุ่มย่อยและมอบคำถามให้แต่ละกลุ่มย่อยได้ระดมความคิดร่วมกัน โดยมีขั้นตอนดำเนินการต่อไปดังนี้
ขั้นที่ 1. ให้แต่ละกลุ่มย่อยคัดเลือกแกนนำ พร้อมทำหน้าที่คุณอำนวยและคุณลิขิตประจำกลุ่มย่อยทั้ง 3 กลุ่ม


ขั้นที่ 2.แต่ละกลุ่มย่อยได้ดำเนินการค้นหาความหนักอกหนักใจในการประกอบอาชีพมันสำปะหลังที่ผ่านมาว่าพบปัญหาและข้อหนักอกหนักใจอะไรบ้าง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มย่อยได้จัดลำดับความสำคัญของปัญหาโดยการลงคะแนนตามความเห็นอิสระของสมาชิกในกลุ่ม





ขั้นที่ 3. จากนั้นให้แต่ละกลุ่มย่อย ได้ฝึกทักษะในการเขียนแผนงานโครงการ โดยให้เชื่อมโยงมาจากประเด็นปัญหาหลักที่ทางกลุ่มต้องการจะรับการแก้ไขโดยเร่งด่วน สำหรับปัญหาที่เหลือยังไม่ได้รับการเขียนแผนงานโครงการ ก็จะมอบให้สมาชิกของแต่ละกลุ่มกกลับไปปรึกษาหารือกันในชุมชนว่ายังจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหานั้นหรือไม่อย่างไร


ขั้นที่ 4. แต่ละกลุ่มย่อยได้นำเสนอตัวอย่างแผนงานโครงการที่ได้ฝึกเขียนของแต่ละกลุ่มย่อย ตัวแทนกลุ่มย่อยเป็นผู้นำเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ได้รับทราบและเพิ่มเติมความสมบูรณ์ของโครงการ
จากนั้นแต่ละกลุ่มย่อยก็จะนำกลับไปหาผู้เข้าร่วมโครงการในชุมชนของตนเองอีกครั้ง ทั้งนี้ทุกกลุ่มย่อยก็จะต้องนำผลความก้าวหน้าตามข้อ 3-4 มาเข้าร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกครั้งต่อไป

ขั้นที่ 5. จากนั้นทางคุณพี่ประยงค์ จินดารัตน์ (นวส.ชำนาญการ )ผู้รับผิดชอบการผลิตมันสำปะหลังของจังหวัดฯ ได้สร้างความเข้าใจการผลิตมันสำหลังให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยได้ให้ข้อแลกเปลี่ยนกับพี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการปลูกมันสำปะหลังอย่างเป็นกันเอง
ทั้งนี้เมื่อถึงเวลา 12.00 น. เราได้พักรับประทานอาหารร่วมกันกับพี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จากนั้นพี่น้องเกษตรกรก็แยกย้ายกันกลับบ้าน



กรอบแนวคิดในการวิจัย
เมื่อเวลา 13.00 น.ทางทีมงานทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ เราก็ต้องทำAAR. ร่วมกันทุกครั้ง โดยใช้คำถาม ว่า (1).เราได้เรียนรู้อะไรจากการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ (2). เราควรจะปรับปรุงหรือพัฒนาอะไรบ้างควรจะทำอย่างไรในครั้งต่อไปให้ดีขึ้น (3) เราจะบูรณาการทั้งการดำเนินโครงการมันฯระบบพิเศษ โดยใช้การวิจัยแบบ PAR.เป็นเครื่องมือ ในการทำงาน และการจัดการกลุ่มและเครือข่ายของกลุ่มผู้ประกอบอาชีพการปลูกมันสำปะหลัง หรือจะเรียกง่ายๆก็คือเรากำลังพัฒนาการทำงานโดยการนำการวิจัยสวมในงานประจำนั่นเองครับ.......