สัปดาห์นี้รับผิดชอบงานหลักของหน่วย คือควบคุมเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ Modular P800 เพื่อตรวจทดสอบงานประจำวันเป็นหลัก และเป็นวันที่อยู่เวรเช้าด้วย ทำให้เริ่มงานตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเช้าคู่กับน้องพิท-สาวสวยหน่วย Chem จัดการตระเตรียมเครื่องทั้งหลายแหล่ให้พร้อมที่จะทำงาน เรามีหน้าที่ดูแลเครื่องและน้ำยาตรวจทดสอบทั้งหลายแหล่ 20 กว่าการทดสอบ ว่าผ่านการควบคุมคุณภาพในช่วงเปิดเครื่อง เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าเครื่องจะตรวจทดสอบได้ถูกต้อง ราบรื่น รวดเร็วเมื่องานมา แล้วพอช่วง 7 โมงครึ่งเราก็จะมีผู้มาช่วยเพิ่มอีก 2 คน เพื่อที่จะทำให้งานต่างๆที่เข้ามาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง วันนี้เป็นคุณศิริกับพี่ผอบ
สิ่งที่ทำให้อยากเขียนบันทึกนี้มาจากบทสนทนาระหว่าง 2 สาวเวร 7 ครึ่งนี่แหละค่ะ เพราะวันนี้พี่วรรณีผู้ใจดีแห่งหน่วยเรา ขนอาหารเนื่องในเทศกาลตรุษจีนมาจากบ้านที่สงขลา เอามาเพื่อเลี้ยงกลางวันพวกเรา พี่ผอบกับคุณศิริทักทายพี่วรรณีซึ่งคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการขนของเดินทางมา ทั้ง 2 สาวเขาคุยกันก่อนหน้านั้น แล้วพอพี่วรรณีออกมาจากห้องพัก ต่างก็สื่อสารถึงพี่เขากัน แล้วก็หันมาถกกันเองว่าใครพูดอะไรกันแน่ ต่างคนต่างพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด เราคนฟังในเหตุการณ์ตลอด รู้สึกได้เลยว่า การพูดและการฟังนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
นึกถึงสิ่งที่เคยอ่านจากที่คุณ Stephen Coveyเจ้าของหนังสือ The 7 Habits of Highly Effective People ว่าไว้ว่า คนฟังมี 2 แบบคือ แบบที่ฟังเพื่อจะตอบ กับฟังเพื่อจะเข้าใจ ถ้าเราอยากจะสื่อสารกับคนอื่นให้มีประสิทธิภาพ เราต้องใช้แบบที่สองค่ะ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ต้องฝึกเหมือนกันจึงจะทำได้ดี โดยเขาบอกไว้ว่า เราต้องคิดถึงคนที่พูดอยู่ วางความคิดความรู้สึกเราเอาไว้ แล้วพอเราตั้งใจฟังคนอื่นด้วยความตั้งใจว่า เราอยากจะเข้าใจผู้พูด พยายามอย่าเอาตัวเราเป็นที่ตั้ง ฟังและคิดในแบบที่เราเป็นเขาไม่ใช่ตัวเรา แล้วเราจะตอบสนองในลักษณะที่เป็นการสื่อสารอย่างเข้าใจได้แน่นอน เมื่อทำได้เราจะพบเองแหละค่ะว่า เรื่องธรรมดาๆนี้มีประโยชน์เหลือเกิน
สวัสดีค่ะ
ก็เรื่องยุ่งๆที่เห็นกันทั่วไป ก็เกิดจากการดีแต่ฟัง เอาแต่พูด โดยไม่นึกถึงใจเขาใจเรา เรื่องวุ่นๆก็ยังวุ่นต่อไป..เฮ้อ!
การฟังที่ดี คือ หยุดพูด
การพูดที่ดี คือ หยุดเพื่อฟัง