เปลี่ยนชื่อ

    เมื่อวันที่ 24 ม.ค.52 ได้ไปทำบุญสังฆทานที่วัดถ้ำเขาวงกดได้รับหนังสือสารนำแสงแห่งชีวิต "สังฆทานนิวส์" ฉบับประจำวันที่ 1 - 15 มกราคม 2551 ปีที่ 2 ฉบับที่ 44 ได้อ่านคอลัมน์ "เปลี่ยนชื่อดีจริงหรือ " แล้วได้แง่คิดดีไม่น้อย  จึงนำมาฝากชาว gotoknow ดังนี้ครับ
    หลายคนหลายท่านนิยมเปลี่ยนชื่อของตนเพราะคิดว่า ชื่อไม่ดี ไม่เพราะ ไม่เป็นมงคล แต่จะรู้หรือไม่ว่า แม้จะเปลี่ยนชื่อแล้ว แต่เราทำไม่ดี ไม่ขยัน ก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือรวยขึ้นได้ ดังมีมาในพระสูตร ขุททกนิกาย นามสิทธิชาดก ตามที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ดังนี้
    ในสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า ปาปกะ แปลว่า บาป ท่าบวชถวายชีวิตในพระพุทธศาสนา เมื่อถูกพวกภิกษุเรียกว่า  มาเถิดอาวุโส ปาปกะ ... หยุดเถิดอาวุโส ปาปกะ... ท่านจึงคิดว่า ชื่อของท่านมีความหมายไม่เป็นมงคล  จึงเข้าไปกราบพระอุปัชฌาย์อาจารย์เพื่อขอให้ตั้งชื่อให้ใหม่ พระอุปัชฌาย์อาจารย์สอนท่านว่า ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน ขึ้นชื่อว่าความสำเร็จประโยชน์ใดๆ มิได้มีเพราะชื่อเลย เธอจงพอใจชื่อของตนนั้นเถิด
    ท่านยังอ้อนวอนขอให้พระอุปัชฌาย์อาจารย์หาชื่อให้ใหม่  คำสนทนาเรื่องของท่านได้กระจายไปในหมู่สงฆ์  ความทราบถึงพระบรมศาสดา พระองค์ทรงทราบด้วยตรัสว่า ในอดีตภิกษุรูปนี้เคยหวังความสำเร็จเพราะชื่อมาแล้ว จากนั้นจึงตรัสเล่าถึงชาดกเรื่องหนึ่งว่า
    ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิสาปาโมกข์ บอกมนต์กะมานพ 500 ในพระนครตักกสิลา มาพนผู้หนึ่งนามว่า ปาปกะ เห็นว่าชื่อของตนเป็นอัปมงคล จึงขอให้อาจารย์ตั้งชื่อให้ใหม่  อาจารย์จึงให้เขาเที่ยวเดินทางไปหาชื่อใหม่แล้วกลับมารายงานให้ทราบ
    มาพนนั้นเดินทางไปถึงเมืองแห่งหนึ่ง พบคนตายคนหนึ่ง  แล้วสอบถามชื่อคนตายจากญาติว่าชื่อ ชีวกะ แปลว่า บุญรอด เขาถามญาติคนตายว่า ชื่อบุญรอดแต่ทำไมไม่รอด พวกญาติๆ พากันต่อว่าเขาว่า ช่างโง่จริงๆ เพราะชื่อนั้นเป็นเพียงบัญญัติ เขาจึงรู้สึกเฉยๆ ในเรื่องชื่อเล้กน้อย
    จากนั้นเขาจึงเดินทางกลับเมืองของตน  ระหว่างทางพบนางทาสี (ทาสผู้หญิง) ชื่อ ธนปาลี แปลว่า คนมีทรัพย์ กำลังถูกเจ้านายเฆี่ยนตี เพราะไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ย เขาถามเจ้านายของนางทาสีว่า แม้ชื่อก็ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้หรือ เขาจึงถูกต่อว่า ไปโง่งมงายเรื่องชื่อ  เขาจึงรู้สึกเฉยๆ เรื่องชื่อมากขึ้น  เขาจึงเดินทางต่อไป  ต่อมาเขาก็เจอคนกำลังหลงทาง สอบถามความทราบชื่อว่า ปันถกะ แปลว่า ชำนาญทาง เขาถามคนหลงทางนั้นว่า ชื่อชำนาญทาง  แต่ทำไมถึงมาหลงทาง เขาก็ถูกต่อว่า โง่อีกเช่นเคย เขาจึงวางเฉยในเรื่องชื่อมากขึ้น เมื่อพบอาจารย์แล้วเขาจึงจึงเล่าเรื่องที่ตนไปพบมาให้อาจารย์ฟังและยอมรับขอใช้ชื่อเดิมต่อไป
     พระบรมศาสดาทรงนำอดีตนิทานนี้มาแสดงแล้วตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในปางก่อน เธอก็มุ่งความสำเร็จเพราะชื่อในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุผู้มุ่งความสำเร็จเพราะชื่อในบัดนี้ บริษัทของอาจารย์ได้มาเป็นพุทธบริษัท  ส่วนอาจารย์ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล"
     ชื่อนั้นสำคัญไฉน ชื่อพ่อแม่ตั้งให้นั่นแหละ เป็นมงคลแล้วเอย...