การที่ได้สนทนาแบบเป็นกันเองกับพ่อครูบาสุทธินันท์ ครั้งแรกที่ร้านอาหารบ้านเรือนไม้ได้โจทย์โดยคิดสรุปว่า "ทำอย่างไรจะให้นักเรียนเป็นจุดขาย" และครั้งที่สองที่พ่อครูบาและคณะไปเยี่ยมโรงเรียน หลังจากที่พบและสนทนาที่ใต้ถุนอาคารไม่ถึง ๓ นาที ได้โจทย์และสรุปเองครอบคลุมโจทย์ข้อที่ ๑ ว่า "ทำแล้วจะเป็นธรรม"  จึง...รอจังหวะและโอกาส 

          วันนี้ได้โอกาส...ชั่วโมงคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒  คุณครูผู้สอนติดงานธุรการ  จึงเข้าพบเด็ก ๆ แทน  และเล่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับจากพ่อครูบาโดยเข้าใจอย่างนี้แหละ "ทำแล้วจะเป็นธรรม"  นักเรียนคิดอย่างไร  เพราะครูคิดไม่ออก เรามาช่วยกันตีโจทย์ของครูก่อน  นักเรียนเริ่มออกท่าทาง..เอาละ..มาเลย..เพ่

          พวกเขาใช้แสง สี เสียงสุดฤทธิ์สุดเดช  ตอนแรกก็เสนออย่างนั้นอย่างนี้  เข้าท่าบ้างไม่เข้าท่าบ้าง  แต่เห็นว่ามีความสุขกันมาก ๆ เมื่อมัน ๆ เข้า  ก็แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกการฝึกมารยาท ฝ่ายที่สองปลูกต้นไม้ (มาแล้ว  มองเห็นทางรำไร อันความจริงครูคิมแพ้..เจ้าค่ะ) 

         ฝ่ายแรกอธิบายว่าการฝึกมารยาทเป็นเรื่องไม่รู้มาก่อน ถ้าไม่ฝึกก็จะเก้อเขิน ทำให้การกระทำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ  ถ้าฝึกทำบ่อย ๆ ก็จะงดงามเป็นธรรมชาติ  คนที่ถูกฝึกก็จะมีจิตใจงดงาม อ่อนโยน  ยิ้มแย้มแจ่มใส  มองเห็นคนอื่น ๆ เป็นมิตร  กลัวการทำผิดไม่ดีไม่งาม จึงกลายเป็นคนมีศีลธรรมประจำใจ  มีความมั่นใจในการกระทำและจะทำให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเป็นสุข

         ฝ่ายที่สองอธิบายว่าการปลูกต้นไม้  ถ้ารดน้ำแบบขอไปทีก็จะไม่งดงาม แต่ถ้าปลูกต้นไม้แล้วดูแลด้วยจิตใจ ตั้งใจรดน้ำอย่างให้ชุ่มพอดีพองาม และเฝ้าติดตามสังเกตการเติบโตของต้นไม้ คอยดูแลศัตรูพืช จะทำให้ได้รับความเป็นธรรมชาติไปกับความเจริญของต้นไม้นั้น  เมื่อทำบ่อย ๆ ก็จะทำให้เป็นผู้มีจิตใจงดงาม อ่อนโยนเพราะอยู่กับธรรมชาติ จะไม่กล้าทำร้ายหรือทำลายความเป็นธรรมชาติอื่น ๆ ด้วย  ถือว่าเป็นคนมีศีลธรรมประจำใจ  จะไม่เป็นพิษภัยแก่สังคม

         เมื่อครูแสดงให้นักเรียนเห็นว่ายังไม่เข้าใจ  พวกเขาก็ช่วยกันสรุปต่อไปว่า ทุกอย่างถ้าได้ลงมือกระทำมันทำให้ได้รู้วิธีการ ขั้นตอน รู้ปัญหาอุปสรรคและหาทางแก้ไขได้ และจะมีนิสัยเป็นคนขยันหมั่นเพียร มีความอดทนและเห็นคุณค่าในตนเอง  "ทำให้เป็นธรรมชาติแล้วธรรมะจะตามมา"

         จึงยุติว่าครูเข้าใจบ้างแล้ว  ส่วนการจะทำอย่างไรนั้น นักเรียนจะต้องช่วยครูตีโจทย์ข้อต่อไปคือข้อ ๑ (อันนี้ไม่ทราบจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหนคือ  ทำอย่างไรจะให้นักเรียนเป็นจุดขาย)และจะนำโจทย์นี้ให้นักเรียนคิดบ่อย ๆ รวมชั้นอื่น ๆ ด้วย สุดท้ายให้รางวัลชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยการเปิดให้สมัครสร้างบล็อก สำเร็จไป ๓ ราย