บันทึกถึงพระคุณเจ้า : หลวงพี่ติ๊ก

ก่อนที่ฉันจะย้ายมาอยู่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ฉันไม่ทราบมาก่อนว่าโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ตั้งอยู่ที่ไหน เพียงแต่ทราบว่าโรงเรียนขาดครูสอนภาษาอังกฤษ และเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และเดินทางเพียง ๗๘ ก.ม.ลดลงจากเดิมเกือบ ๕๐ ก.ม.จึงเลือกย้ายมาที่นี่ด้วยความพอใจ...จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแต่งกายไม่เรียบร้อย พูดไม่ไพเราะ กิริยามารยาทไม่งดงามสมกับเป็นเด็กไทยวัยนักเรียนและขาดโรงเรียนบ่อย
การกราบการไหว้ก็ไม่สวยงาม การอบรมได้เริ่มขึ้นครั้งแรกในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๔๖ นักเรียนไม่กล้าแสดงออก อายที่จะยกมือขึ้นไหว้อย่างช้า ๆ สวยงามอ่อนหวาน นักเรียนหญิงคนหนึ่งถึงกับร้องไห้เพราะไม่อยากฝึกไหว้ เมื่อบอกว่าก่อนมาโรงเรียนและกลับบ้านต้องไหว้ผู้ปกครองด้วย นักเรียนชายคนหนึ่งบอกว่าได้ทำแล้วแต่หัวใจจะวายให้ได้ เนื่องจากไม่เคยทำและผู้ปกครองประหลาดใจ
การฝึกกราบผู้ใหญ่ซึ่งเป็นการยากมากสำหรับเด็ก ฝึกแทบทุกวัน ฝึกบ่อย ๆ เมื่อมีโอกาส ฝึกจนถึงทุกวันนี้เมื่อผู้ใหญ่นั่งเก้าอี้นักเรียนต้องเดินเข่านั่งพับเพียบมือประสานไว้บนตักและกราบ ส่วนการกราบพระนักเรียนได้รับการฝึกมามากมายหลายสำนัก และมีความเข้าใจตรงกันว่าควรกราบอย่างไร นักเรียนสามารถทำได้ทั้งหญิงและชาย นอกจากนี้เมื่อมีแขกมาเยี่ยมโรงเรียนให้ทำความเคารพด้วยการไหว้อย่างนอบน้อมสวยงาม พบผู้ปกครองหรือคนที่อาวุโสกว่าให้ไหว้ทุกครั้ง
ครูจะทักทายและลากันด้วยการไหว้ สวัสดีกันทุกวันและทุกครั้งเมื่อพบกัน เมื่อนักเรียนไหว้ไม่สวยครูจะแนะนำและให้ไหว้ใหม่เป็นการฝึกอยู่เสมอ ๆ และเป็นข้อตกลงร่วมกันว่าพวกเราจะฝึกให้นักเรียนมีมารยาทงาม พูดจาไพเราะสุภาพและแต่งกายสะอาดเรียบร้อย และนักเรียนรุ่นน้องจะไหว้รุ่นพี่เมื่อพบกันตอนเช้าและลากลับบ้าน
นักเรียนตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันการประกวดโครงงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ เมื่อถึงเวลาได้ขึ้นไปบนเวทีก่อนที่พิธีกรจะประกาศเรียก นักเรียนได้ทำความเคารพโดยการนั่งลงกราบ ทำให้พิธีกรสงสัยว่านักเรียนโรงเรียนใดขึ้นไปก่อน เมื่อเห็นการกราบจึงเข้าใจว่า..”อ้อ..วิทยสัมพันธ์ เพราะเห็นกราบ” หลาย ๆ ครั้งหลายเหตุการณ์นักเรียนจะถูกบันทึกภาพเป็นที่พอใจของผู้มาเยือน
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๒ เมื่อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จะต้องเรียนภาษาอังกฤษ เมื่อครูรับแขกนักเรียนจึงไปร่วมรับด้วย นักเรียนทุกคนเข้าไปนั่งในห้องประชุมแล้วกราบพ่อครูบา คุณหมอสุธีและคุณราณี และกราบหลวงพี่ติ๊กเป็นลำดับสุดท้าย และเป็นการกราบพระที่ไม่ถูก หลวงพี่ติ๊กตำหนิเบา ๆ แบบเอ็นดูแกมขบขันว่า “กราบฆราวาสก่อนกราบพระ” ซึ่งเป็นการบ้านข้อสำคัญที่นักเรียนจะต้องร่วมกันคิด




จองก่อนเดี๋ยวมาค่ะ
พี่ครูค่ะ
เขียนไม่ได้คะ
เพราะ บันทึกแล้ว บอกว่า ไม่พบweb ที่ต้องการ
ทดสอบค่ะ
สวัสดีครับเกลอ
อาการเดียวกับคุณกระติกครับ
พี่คิมขา..เป็นสิ่งที่น่าประทับใจมากมากนะคะ
การกราบเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาและตรึงใจคนได้นะคะ
เป็นวิธีการที่สุดยอดค่ะพี่คิม
พี่สาวเราเก่งจริงๆ...เด็กๆเลยน่ารักกันขนาดนั้น...
OK ค่ะ ใช้ได้แล้ว
เมื่อก่อน บ้าน วัด โรงเรียน อยู่ใกล้กันนะค่ะ
ไม่ใช่ใกล้เพราะ ระยะทางหรือสถานที่ตั้ง
แต่ใกล้เพราะสายใย ทางสังคมที่เชื่อมถึงกัน
เดี๋ยวนี้ บ้าน วัด โรงเรียน อยู่ค่อนข้างห่างไกล
ที่พูดนี่หมายรวมถึงครอบครัวของกระติกด้วย
จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ อาชีพ ปากท้อง สภาพสังคมที่เปลี่ยน
การอพยพย้ายถิ่น
ทำให้ไม่คุ้นชินกับการเชื่อมโยงค่ะ
อิ อิ
โรคเดียวกัน
เมื่อ อา. 25 ม.ค. 2552 @ 16:54
1092212 [ลบ]
สวัสดีครับเกลอ
อาการเดียวกับคุณกระติกครับ
สวัสดีครับอาจารย์ การแสดงความเคารพด้วยการยกมือไหว้ เห็นแล้วอิ่มเอมใจ ทั้งผู้ไหว้และผู้รับไหว้ ยิ่งแสดงอย่างจริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตน ในกริยาที่แสดงออก โอ ประทับใจไม่รู้ลืมจริง ๆ ครับ
สวัสดีค่ะ
กราบสวัสดีค่ะแม่ครูของเทียนน้อย (ขออนุญาตนะคะ)
พี่ครูคิมคะการบ้านข้อนี้ หลายคะแนนนะคะ อิอิ อยากรู้ต่อไปแล้วค่ะ “กราบฆราวาสก่อนกราบพระ” ...จะรออ่านการบ้านของพี่ครูคิมต่อนะคะ
งงกับคำว่า “กราบฆราวาสก่อนกราบพระ” นี่หลวงพ่อท่านเย้าเด็กๆหรือครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ที่ส่งเสริมและนำเรื่องงามๆของวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยมาฝากครับ
สวัสดีครับอาจารย์ บังเอิญเป็น"คนขับรถจำเป็น" ให้หลวงพ่อที่วัดบ่อยๆ ท่านไปกิจนิมนต์งานหนึ่งของข้าราชการผู้ใหญ่ ปรากฏว่างานนั้นไม่มีใครอาราธนาศีลได้เลย ท่านก็เมตตาพูดเบาๆเช่นกันว่า "ชาวพุทธเราอาราธนาศีลไม่ได้"
จากความเห็นของหลายๆท่าน
แสดงว่าคนไทยเราห่างวัดวาห่างศาสนากันจริงๆนะครับ
สวัสดีวันตรุษจีน สุขกาย สุขใจค่ะ
ครูและลูกศิษย์ จากสำนักสันติอโศก
มาดูงานก็กราบลงกับพื้นพร้อมๆกัน
อานุภาพของมารยาทนั้นยิ่งใหญ่นัก
ยิ่งใหญ่อย่างคาดไม่ถึง
ลองคิดช้าๆ พิจารณาดูเถิด
สวัสดีค่ะน้องกระติก~natachoei ที่ ~natadee